
มองย้อนกลับไปตลอดทั้งปี 2007 หลายคนอาจบอกว่ามันเป็นปีที่เหลือเชื่อ เพราะไม่ใช่ปีที่วงการดนตรีต่างประเทศจะให้ความสำคัญกับสาวสวยหนุ่มหล่อสมองกลวงเหมือนประเทศสารขัณฑ์อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นปีที่ปูชนียบุคคล หรือตำนานที่ยังมีลมหายใจหลายต่อหลายคนกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง
รียูเนี่ยน : การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของเหล่าตำนาน
สำหรับเด็กรุ่นใหม่อาจฟังดูว่าเป็นเรื่องขี้โม้ แตสำหรับคอเพลงตัวจริง นี่คือช่วงเวลาดีที่จะได้ลำดับเหตุการณ์ที่เคยบ้าบิ่นในวันวาน เรียงร้อยออกมาเป็นความหวานหอมของชีวิต ในวันที่หลายๆ คน หั่นผมยาวสลวยที่เคยไว้เมื่อ 20-30 ปีก่อนทิ้ง รองเท้าท็อปบูต สเต็ปท่าเต้นแปลกๆ ที่คุณไม่กล้าบอกให้ลูกรู้ และวันนี้ เราจะหยิบยกการกลับมาของพวกเขาขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวแห่งปี 2007 ของวงการดนตรี
Led Zeppelin : ตำนานที่ยังเรืองรอง

12 กันยายน 2007 เล็ด เซปเปลิน ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการกลับมารวมวงอีกครั้งในรอบ 27 ปี เป็นการส่งสัญญาณให้ทราบว่า ตำนานที่ยังมีลมหายใจแห่งร็อค แอนด์ โรล ยังไม่สิ้นมนต์ขลัง
โชว์ของเล็ด เซ็ปเปลิน ผ่านพ้นไปอย่างน่าประทับใจหลังการปรากฏตัวแบบครบวงครั้งแรกที่ The O2 Arena ในกรุงลอนดอนเมื่อวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา แน่นอนว่าไฮไลท์ของงานคือทุกสายตาที่จับจ้องไปยัง จิมมี่ เพจ โรเบิร์ต แพลนท์ และ จอห์น พอล โจนส์ ตลอดจนถึงมือกลอง เจสัน บอนแฮม ลูกชายแท้ๆ ของจอห์น บอนแฮม ที่เข้ามาสานต่อหน้าตำนานต่อจากผู้เป็นพ่อที่ล่วงลับไปก่อนวัยอันควร
การแสดงของวงดนตรีที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นวงร็อคแอนด์โรลที่ดีที่สุดของยุค 70 นำมาซึ่งเสียงวิจารณ์ที่ดีเยี่ยมจากสื่อมวลชน ในอังกฤษ การกลับมาขึ้นเวทีในรอบกว่า 2 ทศวรรษของเล็ด เซปเปลิน เปรียบเหมือนขงอขวัญล้ำค่าที่พระเจ้าทรงประทานมาสู่ชาวร็อค สำเนียงกีตาร์ของจิมมี่ เพจ ใน Stairways To Heaven เคยกำซาบอย่างไร ในปี 2007 ก็ยังคงขรึมขลังเช่นนั้น
ว่ากันว่าการคืนสู่เหย้าของ เล็ด เซปเปลิน ในวันนี้มีผลอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจของ พิงค์ ฟลอยด์ ที่จะละทิ้งอัตตาในอดีตเพื่อคืนสู่เวทีอีกครั้ง ในยุคที่ซิด บาร์เรทท์ กลายเป็นอดีตของวงไปตลอดกาล
มีเกิดและมีดับ .....

มีปรากฏการณ์มากมายเกิดขึ้นสำหรับวงการดนตรีในปี 2007 ซึ่งบทสรุปของวงการ หากมองภาพรวม ก็คงไม่ต่างอะไรกับทุกๆ ปีที่ผ่านมา ที่ย่อมต้องมีเรื่องหวือหวา ฮือฮา สุข เศร้า เคล้าน้ำตา เป็นสีสันของวงการ
เริ่มกันที่วงการดนตรีต่างประเทศที่ในรอบปี 2007 ที่ผ่านมาต้องเรียกได้ว่าไม่ต่างอะไรกับหนังเศร้า วงการดนตรีสูญเสียบุคคลสำคัญทั้งระดับตำนานและหลายคนที่ยังอยู่ในวัยเบ่งบาน ซึ่งเราพอจะรวบรวมการสูญเสียเหล่านั้นมาบันทึกให้ได้รับทราบกัน ดังนี้
เริ่มตั้งแต่ต้นปี 2007 วงการเพลงร็อคฝั่งอเมริกันก็ต้องพบกับข่าวสะเทือนใจ โดยเฉพาะแฟนเพลง More Than A Feeling ของวง บอสตัน กับข่าวช็อควงการเมื่อ แบรด เดลพ์ กระบอกเสียงของวงตัดสินใจกระทำอัตวินิบาตกรรมด้วยการรวมแก๊สต้วเองจนเสียชีวิตตอนเช้าตรู่ของวันที่ 9 มีนาคม ถือเป็นการจบชีวิตในบั้นปลายอันแสนเศร้าของนักร้องผู้เป็นตำนานด้วยวัย 55 ปี
10 สิงหาคม วงการดนตรีฝั่งอังกฤษสุดอาลัยกับการจากไปของ โทนี่ วิลสัน ผู้ก่อตั้ง แฟคทอรี่ เรคคอร์ดส และอัจฉริยะแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ผู้ปลุกกระแสดนตรีนิวเวฟที่สั่นสะเทือนวงการเพลงร็อคอย่างเข้มข้นในยุค 80 วิลสัน เสียชีวิตจากอาการหัวใจล้มเหลวหลังจากทนทุกข์ทรมานด้วยโรคมะเร็งมาเป็นเวลานาน ปิดฉากผู้สร้างตำนาน แมนเชสเตอร์ ซาวนด์ ด้วยวัย 57 ปี หลังจากนั้นไม่นานนัก ฮิลลี่ คริสตัล ผู้ก่อตั้งคลับ ซีบีจีบี คลับพังค์เลื่องชื่อแห่งยุค 70 ที่วงดนตรีอย่างเดอะ ราโมนส์, บลอนดี้, นิวยอร์ค ดอลส์ ล้วนแจ้งเกิด ก็จากโลกนี้ไปด้วยโรคมะเร็งในปอดเช่นเดียวกัน....ถือเป็นการปิดตำนานผู้สร้างปรากฏการณ์ทางดนตรียุค 70 จากสองฟากฝั่งผู้ยิ่งใหญ่ไปอย่างน่าใจหาย
6 กันยายน หนึ่งในสามสุดยอดเสียงร้องเทนเนอร์แห่งทศวรรษ ลูเชียโน่ พาวาร็อตติ จากไปอย่างสงบด้วยโรคมะเร็ง หลังทนทุกข์ทรมานกับการพักรักษาตัวในบ้านเกิดชานเมืองของอิตาลี
ทว่าอีกหนึ่งความสูญเสียที่ทำให้วงการเพลงเมืองนอกต้องช็อคไม่แพ้การจากไปของศิลปินท่านอื่นๆ คือการสูญเสียคุณแม่ ดอนดา เวสท์ ของแร็ปเปอร์อัจฉริยะ คานเย เวสท์ ซึ่งสาเหตุของการเสียชีวิตก็ชวนให้โลกต้องช็อคไม่น้อย โดยนางดอนดาเสียชีวิตหลังจากเข้ารับการทำศัลยกรรมตกแต่งเมือาวันที่ 10 พฤศจิกายน ในขณะที่แร็ปเปอร์คนดังผู้เป็นลูกชายก็ยังคงเดินหน้าเอาผิดกับสถานพยาบาลแห่งนั้นอย่างถึงที่สุด
พอล วินเซนต์ ราเวน มือเบสแห่งวงคิลลิ่ง โจ๊ก และมินิสทรี่ วงดนตรีที่คอเพลงแนวอินดัสเทรียลบ้านเรารู้จักกันดี เสียชีวิตในวันที่ 20 ตุลาคม ด้วยโรคหัวใจวาย ณ บ้านพักแถบชานเมืองในกรุงเจนีวา สวิสเซอร์แลนด์
รวมถึงความโศกเศร้าส่งท้ายปี กับการสูญเสียนักดนตรีผู้มีชื่อเสียงโด่งดังยิ่งกว่าผลงาน นับตั้งแต่การจากไปของ คาร์ลไฮนซ์ สต็อคเฮาเซ่น พ่อมดดนตนตรีแห่งเยอรมนี ชื่อนี้อาจไม่เคยอยู่ในรัศมีการรับรู้ของคนฟังเพลงบ้านเราเท่าไหร่นัก แต่ในหมู่นักดนตรีและนักประพันธ์เพลงทั้งหลาย เขาคือผู้สร้งปรากฏการณ์ทางเสียงดนตรีที่ลือลั่น ด้วยการประยุกต์ศาสตร์แห่งดนตรีคลาสสิคและวิวัฒนาการของดนตรีอีเลคทรอนิคเข้าด้วยกัน
ไอค์ เทอร์เนอร์ ตำนานเพลงผู้มีแง่มุมชีวิตสุดอื้อฉาวยิ่งกว่าผลงานเพลง จากไปด้วยโรคถุงลมโป่งพอง, ตำนานคันทรี่ร็อค แดน โฟเจลเบิร์ก เจ้าของเพลงรักโรแมนติค "Longer" สิ้นลมหลังทนทุกข์ทรมานด้วยโรคมะเร็งในต่อมลูกหมากอย่างยาวนานหลายปี รวมทั้งปูชนียบุคคลผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการดนตรีแจ๊ส ออสการ์ ปีเตอร์สัน มือเปียโนระดับพระกาฬยุคสวิง เสียชีวิตด้วยโรคไตวายเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ทิ้งชื่อไว้เป็นตำนานด้วยวัย 82 ปี
เขาและเธอผู้อื้อฉาวแห่งสถานบำบัด

บริทนีย์ สเปียรส์, ลินด์เซย์ โลฮาน, เอมี่ ไวน์เฮาส์ และ พีท ดอเฮอร์ตี้ เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของหน้าการะดาษสีเทาหม่นบนความหรรษาของวงการดนตรีแห่งปี 2007 เพราะพวกเขาและเธอได้ชื่อว่าถูกบรรดาหนังสือพิมพ์ประโคมข่าวการเข้ารับการบำบัดยาเสพติดถี่ยิบยิ่งกว่าข่าวโปรโมทอัลบั้มของพวกเขาและเธอเสียด้วยซ้ำ
การเข้ารับการบำบัดยาเสพติดของพีท ดอเฮอร์ตี้ พร้อมกับอดีตแฟนสาวซูเปอร์โมเดล เคท มอส เมื่อปีกลาย ถือเป็นข่าวนำร่องให้บรรดาสื่อได้ขุดคุ้ยเบื้องหลังฉาวๆ ของศิลปินอีกหลายต่อหลายคนตามมา จนมีเสียงพูดกันว่าซิงเกิ้ล Rehab ของเอมี่ ไวน์เฮาส์ที่ดังเป็นพลุแตกนั้นช่างเหมาะสมกับสถานการณ์ของป๊อปสตาร์ยุคใหม่เสียนี่กระไร
ซิงเกิ้ลครวญคร่ำถึงความขี้เหล้าเสมือนกลั่นออกมาจากชีวิตจริงของเอมี่ทำให้เธอออกมายอมรับในที่สุดว่าตัวเธอเองก็ติดเหล้าอย่างหนัก หลายต่อหลายครั้งทัวร์คอนเสิร์ตของเธอต้องยกเลิกกลางคันเพราะคุณเธอเกิดอาการเมาไม่สร่าง เคราะห์ดีที่อัลบั้ม Back To Black ของเธอประสบความสำเร็จถล่มทลายได้ทั้งเงินและกล่องไปพร้อมๆ กัน จนทำให้ภาพเสเพลของเธอนั้นดูจะเบาบางลงไปบ้าง หากเปรียบเทียบกับอีกสองสาวสุดแสบฝั่งอเมริกาอย่าง บริทนีย์ สเปียร์ส และลินด์เซย์ โลฮาน
สาวโลฮานตกเป็นข่าวเมาท์ตามแท็บลอยด์ต่างๆ เมื่อภาพที่ปรากฏออกมาฟ้องว่าเธอเปลี่ยนไปเป็นคนละคนจากภาพของดาราเด็กหน้าตกกระไร้เดียงสา และนักร้องสาวเจ้าของงานเพลงถึง 2 อัลบั้มที่เคยดูแข็งแรงจากท่าเต้น ข่าวคราวของโลฮานมักถูกพุ่งเป้าไปที่ประเด็นปาร์ตี้หัวราน้ำกับก๊วนเพื่อนหญิงชายมากหน้า เธอเคยถูกจับฐานดื่มสุราเกินขนาดขณะขับรถ และเคยต้องเข้ารับการบำบัดมาแล้วไมน้อยกว่าหนึ่งครั้ง ก่อนที่ข่าวฉาวของเธอจะแรงถึงขีดสุดเมื่อมีภาพหลุดออกมาขณะที่เธอกำลังโพสท่าชักมีดใส่นางแบบ-พิธีกรสาว วาเนสซ่า มินนิโล่ ในสภาพเมามายดูไม่จืด และจากภาพเหตุการณ์นั้น ทำให้เธอถูกส่งไปเข้ารับการบำบัดทันที
จนถึงขณะนี้ แม้สาวโลฮานจะออกจากสถานบำบัด กลับมาอยู่กับครอบครัวโดยมีคุณพ่อที่เหินห่างกันมานานคอยประคับประคอง พร้อมกับวางแผนที่จะออกอัลบั้มชุดที่ 3 ในปีหน้า แต่เรื่องราวคาราคาซังอันเป็นผลจากวีรกรรมความเมาที่เธอสร้างไว้หลายเรื่องยังคงค้างเติ่งอยู่ในศาลรอวันพิจารณาคดี โดยไม่มีใครกล้ารับประกันว่าสภาพจิตของเธอหลังเข้ารับอาการบำบัดยาเสพติดนั้นจะดีดังเดิมหรือไม่
เช่นเดียวกับสาวคนนี้ บริทนีย์ สเปียร์ส (อดีต) เจ้าหญิงเพลงป๊อปที่หวังกู้วิกฤติศรัทธาจากแฟนเพลงในปี 2007 ด้วยอัลบั้มชุดที่ห้า Black Out นั้น ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ผ่านมรสุมชีวิตมาเกือบจะครบทุกรูปแบบภายในปีเดียว จนหลายคนเริ่มไม่แปลกใจหากเธอจะดูเพี้ยนและเปลี่ยนไป เพราะมีแต่เรื่องเลวร้ายประดังเข้ามาในวัยเบญจเพสของเธอไม่หยุดหย่อน
นับตั้งแต่ชีวิตคู่ของเธอกับแดนเซอร์ตัวแสบ เควิน เฟเดอร์ไลน์ (ผู้ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งพ่อของลูกชายทั้งสองตามกฏหมาย) ขาดสะบั้น เรื่องวุ่นวายล้านแปดเกี่ยวกับตัวเธอก็กลายเป้นข่าวให้คนทั้งโลกได้เมาท์ไม่จบสิ้น บริทนีย์ดำเนินการฟ้องหย่า พร้อมขอสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูกชายทั้งสองเพียงผู้เดียว แต่ก็โดนอดีตสามีฟ้องกลับทันควันโดยยกเอาพฤติกรรมไม่เหมาะสมของเธอมาเป็นข้อต่อรอง ระหว่างที่คดีความยังยืดเยื้อ บริทนีย์ก็ปล่อยเนื้อปล่อยตัว สำมะเลเทเมากับก๊วนเพื่อนสาวที่มีแพรีส ฮิลตัน บางครั้งก็รวมถึงสาวโลฮานอยู่เนืองๆ พฤติกรรมความหยำเปของบริทนีย์เริ่มช็อควงการขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการควงหนุ่มออกปาร์ตี้ไม่ซ้ำหน้า แถมยังถูกตากล้องมือดีจับได้ว่าเธอออกซิ่งยามดึกโดยไร้อันเดอร์แวร์ หลายครั้งที่บทสรุปของเธอไม่ต่างอะไรกับสาวโลฮาน คือถูกดำเนินคดีซ้ำซากเนื่องจากเมามายเป็นอาจิณจนถึงกับถูกส่วตัวเข้าสถานบำบัดถึง 2 ครั้ง และเธอก็แอบหนีออกจากสถานบำบัดก่อนกำหนดทุกครั้ง
จนกระทั่งราวเดือนกุมภาพันธ์ บริทนีย์ตกเป็นข่าวช็อคเขย่าวงการ เมื่อมีภาพเธอกล้อนผมตัวเองจนโล้นเลี่ยนหลังหนีออกจากสถานบำบัดครั้งที่สอง เหตุการณ์ครั้งนี้ทำเอาครอบครัวของสาวเจ้าเองก็ยังอึ้งพูดไม่ออก และนับจากนั้น พฤติกรรมหลายๆ อย่างของเธอก็เปลี่ยนไปทั้งในทางก้าวร้าวและเสียสติ จนหลายคนเชื่อว่าน่าจะกู่ไม่กลับ เป็นอีกครั้งที่เธอตัดสินใจเดินเข้าสูสถานบำบัดแต่โดยดี พร้อมๆ กับที่มีข่าวเธอกำลังซุ่มซ้อมเตรียมออกอัลบั้มชุดใหม่
อัลบั้ม Black Out อาจเป็นอัลบั้มที่สื่อมวลชนพยายามจะเขียนเชียร์ให้เธอได้มีโอกาสกลับมาแจ้งเกิดอีกครั้งหลังมรสุม แต่บรรดาแฟนคลับของเธอกลับไม่ปลื้มเอาเสียเลย เหล่าแฟนคลับคนรักบริทนีย์ที่เป็นห่วงเป็นใยออกมารวมพลังต่อต้านการสนับสนุนอัลบั้มใหม่ของเธอ ไม่ใช่เหตุผลที่กลัวว่าเธอจะกลับมาดัง แต่ตัวแทนแฟนคลับให้เหตุผลว่า การที่ต้นสังกัดปล่อยผลงานของบริทนีย์ออกมาในตอนนี้เท่ากับเป็นการทำร้ายเธอทางอ้อมเพราะเพียงแค่ต้องการอาศัยจังหวะที่เธอกำลังพักฟื้นจิตใจเรียกคะแนนสงสารจากคนฟังโดยที่สภาพจิตใจของเธอไม่พร้อมเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผลเท่าไหร่นัก
ณ เวลานี้ บริทนีย์ถูกศาลสั่งให้เควิน เฟเดอร์ไลน์ ได้สิทธิ์ในการดูแลลูกชายทั้งสองแต่เพียงผู้เดียว โดยอนุญาตให้บริทนีย์ได้เยี่ยมลูกๆ สัปดาห์ละ 1 ครั้งเท่านั้น รวมถึงสภาพจิตใจที่ยังคงต้องใช้เวลาเยียวยา
ไม่มีใครบอกได้ว่า เขาและเธอเหล่านี้จะกลับมาเป็นศิลปินที่รักของแฟนๆ ได้ดังเดิมอีกหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ขึ้นชื่อว่าเหล้ายาย่อมไม่เข้าใครออกใคร แม้แต่ซูเปอร์สตาร์ที่กว่าจะเป็นได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เขาและเธอก็อาจดับได้เพียงข้ามคืนเท่านั้น
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
|