สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
รวมข้อมูลของ ข่าวเพลง ภาพคอนเสิร์ต คอนเสิร์ต อัลบั้มใหม่ Wallpaper มิวสิควีดีโอ เนื้อเพลง เพลงสากล เพลงไทย ฟังเพลง เพลง เพลงใหม่ วอล์เปเปอร์ เกม เกมส์ ชิงรางวัล
 
 หน้าแรก   ข่าวร้อน   ใหม่แกะกล่อง   ภาพสวยศิลปิน   คุยกับคนดนตรี   เบื้องลึกคนดัง   คอนเสิร์ตสุดกรี๊ด   เบื้องหลังมิวสิควีดีโอ   คลิกรับรางวัล   ซื้อ - ขาย   เว็บบอร์ด    
ศิลปินไทย    ศิลปินต่างประเทศ
 
  ค้นหาเรื่องเพลง ดนตรี  
   หน้าแรก > เบื้องลึกคนดัง > ศิลปินต่างประเทศ  
    ศิลปินต่างประเทศ    
 
เรื่องที่เกี่ยวข้อง

helper end
 
เบื้องลึก- เบื้องหลัง กว่าจะเป็นดาวดังของ "เชย์น วอร์ด"




"เด็กคนนี้มีของ"

ในเวทีสุดท้ายของรายการแสดงความสามารถนั้น มักจะเต็มไปด้วยคนน่ารักที่เต็มไปด้วยความฝันอันยิ่งใหญ่ และพลังเสียงที่ไพเราะจับใจ

แต่เมื่อคุณเห็น Shayne Ward ในรายการ The X Factor เป็นครั้งแรก คุณรู้ได้ทันทีว่าเขาแตกต่างออกไป เขาเป็นของจริง เขาเป็นเจ้าของพลังเสียงอันน่าอัศจรรย์ นั่นเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว ไม่เพียงแค่นั้น เขายังเป็นชายหนุ่มนิสัยน่ารัก อีกทั้งยังหล่อเหลา แต่ที่มีมากกว่าสิ่งอื่นใดก็คือความหิวกระหายของเขา เขาไม่ได้แค่สนุกกับการได้ขึ้นไปแสดงบนเวทีเท่านั้น เขาเต็มไปด้วยความต้องการที่จะได้ขึ้นไปยืนบนนั้นอีกด้วย

พูดอีกอย่างก็คือ Shayne เองก็เหมือนกับสมการ X ที่ยากจะอธิบายออกมาได้ เขาเป็นมากกว่าแค่นักร้องเสียงดี เรียกเขาว่าป๊อปสตาร์น่าจะถูกต้องกว่า

Shayne Ward เกิดเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 1984 เขาเป็นลูกชายคนเล็กของครอบครัว พี่สาวฝาแฝดที่ชื่อ Emma กลายเป็นพี่สาวคนโตในบรรดาลูกสาวสามคนของครอบครัวเชื้อสายไอริชขนาดใหญ่ที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกันอย่างยิ่ง “เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากเลยครับที่เราเป็นครอบครัวใหญ่ขนาดนี้” เขาว่าอย่างอบอุ่น “บ้านเราเต็มไปด้วยความรัก เราอาจจะไม่ได้มีฐานะทางการเงินที่มั่นคงนักเพราะสมาชิกในครอบครัวของเรามีเยอะ เราไม่เคยเดินทางไปต่างเทศในช่วงวันหยุด เพราะเราไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้น แต่แม่ก็จะชดเชยให้เราด้วยการพาไปนั่งปิกนิกกันในสวนสาธารณะ หรือไม่ก็พาไปเที่ยวหาดแบล็กพูลแทน เท่านี้ก็มีความสุขได้แล้วครับ!”

ชีวิตของเขาดูจะยิ่งลำบากขึ้นไปอีกเมื่อเขาอายุได้สิบขวบและพ่อก็แยกออกไป ลูกฝาแฝดถูกพาไปเยี่ยมพ่อนานๆ ครั้ง แต่เอาจริงๆ Philomena Ward เลี้ยงลูกด้วยตัวเองเป็นส่วนใหญ่ และถ้าเมื่อใดที่ทุกข์หนัก เธอก็ไม่มีวันให้ลูกๆ ได้เห็น “แม่เยี่ยมมาก” ลูกชายคนเล็กพูดถึงแม่ “แม่รับมือกับมันได้เป็นอย่างดีเลย”

Shayne ใช้ชีวิตช่วงครึ่งแรกของเขาอยู่ที่แฮ็ตเตอร์ลีย์ ย่านชานเมืองของแมนเชสเตอร์ ก็เหมือนกับย่านชานเมืองทั่วไปที่ง่ายต่อการจะก้าวเดินไปในหนทางผิดๆ ไม่ว่าจะเป็นพวกขับรถซิ่ง ลักเล็กขโมยน้อย แก็งค์อันธพาลต่างๆ ที่รวมตัวอยู่ตามถนน รวมถึงอาชญากรรมที่เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ

พี่ชายของเขาถูกดึงสู่สิ่งแวดล้อมเลวร้ายเหล่านี้เหมือนกับเด็กวัยรุ่นทั่วไป แต่ Shayne ตระหนักเห็นเป็นอย่างดี “มันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผมที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ เพราะผมมีพี่คอยดูแลอยู่ตลอด” ในที่สุดครอบครัวของเขาก็ย้ายไปอยู่ที่เคย์ตันในแมนเชสเตอร์เพื่อการเริ่มต้นครั้งใหม่ที่ดีกว่า “ตอนนี้ทุกอย่างยอดเยี่ยมมาก” Shayne ว่า “มันก็แค่ช่วงชีวิตของวัยรุ่นช่วงหนึ่งน่ะครับ”

บ้านของเขามักจะมีเสียงดนตรีอยู่เสมอ เขามักจะได้ยินเสียงดนตรีพื้นเมืองของไอริชจากวงอย่าง The Duliners และ The Furies เพลงคันทรีย์ของ Patsy Cline ที่แม่ชอบ หรือไม่ว่าจะเป็นเพลงแนวแดนซ์ ทรานซ์ และจังเกิ้ลที่พี่ชายชอบฟังนักหนา ฐานะทางการเงินของครอบครัวในตอนนั้นขัดสนขนาดที่ Shayne พอจะเจียดเงินมาซื้อซีดีได้เพียงแผ่นเดียวนั่นก็คือ If You’re Not The One ของ Daniel Bedingfield เท่านั้น อีกทั้งรายการวิทยุในตอนนั้นก็ไม่ค่อยนิยมเปิดเพลงป๊อปและอาร์แอนด์บีสักเท่าไรเสียด้วย ถ้าเป็นครอบครัวส่วนใหญ่ก็คงเดินหน้าหาเช้ากินค่ำต่อไป โดยไม่สนใจธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการร้องเพลงแน่นอน

แต่ครอบครัว Ward นั้นคุ้นเคยกับเวทีการแสดงเป็นอย่างดี ลุงสองคนของเขาเดินสายไปทั่วในฐานะนักร้อง Patrick ร้องเพลงแนวโซลอยู่ที่ลอนดอน Bernie อยู่ที่ลิเวอร์พูล ร้องเพลงคลาสสิกเก่าๆ อย่าง Smoke Gets In Your Eyes เมื่อเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่า Shayne ได้รับการถ่ายทอดน้ำเสียงโทนสูงแบบลุงมาชนิดเต็มเปี่ยม พวกเขาก็บอกแก่หลานชายว่านี่เป็นความโชคดีอย่างยิ่ง “คนส่วนใหญ่จะมีเสียงอยู่แค่แบบเดียว แต่นี่หลานมีถึงสองแบบ”

Shayne ออกจากโรงเรียนทันทีที่ทำได้ “เมื่อมองย้อนกลับไป ผมว่า ผมอยากจะเรียนต่อจนถึงระดับมหาวิทยาลัยเลยนะ แต่ตอนนั้นที่ตัดสินใจออกไปทำงานก็เพื่อแม่จริงๆ ผมอยากจะหาเงินได้เอง” เขาได้เข้าไปทำงานอยู่ในบริษัทพรินเตอร์ ได้ทำงานเป็นผู้ติดตั้งคอมพิวเตอร์ และเข้าไปทำงานในโรงงาน เขาทำมาแล้วทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นช็อกโกแล็ต เสื้อผ้า ไปจนถึงกล่องกระดาษแข็ง ตอนที่มีการเปิดรับสมัครผู้เข้าแข่งขันรายการ X Factor นั้น เขาทำงานอยู่ในแผนกรองเท้าที่ นิวลุก ใน อาร์นเดลเซ็นเตอร์ ที่ตั้งอยู่ในแมนเชสเตอร์นั่นเอง

“ผมสนุกกับการได้ทำงานที่นั่นมาก แล้วก็มีโอกาสได้พบปะกับผู้คนมากมาย” เขายิ้ม เมื่อถามว่าดีใจไหมที่ได้ออกมาจากตรงนั้นเสียที “มันสนุกมาก ผมเองก็มีความสุขจริงๆ” พวกเขายอมให้เขาได้ลาหยุดงานเพื่อได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของรายการ และยังพูดติดตลกด้วยว่า ถึงตอนนี้ทางนั้นก็ยังไม่ได้ยื่นคำเตือนมาให้เขาลาออกจากงานอย่างเป็นทางการเสียที “มันเป็นสัญญาที่เปิดเอาไว้ให้เลยน่ะครับ ดังนั้นถ้าหากเรื่องดีๆแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับผมล่ะก็ ผมก็ยังคงกลับไปขายรองเท้าได้เหมือนเดิม”

เมื่อตอนที่เขาอายุ 16 เขาได้เป็นหนึ่งในสมาชิกของวงที่ชื่อ Destiny กับเพื่อนผู้หญิงอีกสองคนที่เรียกตัวเองว่า Tracys พวกเขาเลือกเพลงคัฟเวอร์ที่ฮิตติดชาร์ตมาร้อง ตั้งแต่เพลงของ Queen ไปจนถึง Emma Bunton เมื่อ Shayne เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวง เขาก็ได้หยิบเอาเพลงเก่าๆที่เขาชอบเข้าไปร้องด้วย ไม่ว่าจะเป็น Hey There Lonely Girl ของ Eddie Holman, You Make Me Feel Brand New ของ The Stylistics หรือ Ain’t No Stopping Us Now ของ McFadedden & Whitehead



“ตอนแรกพวกเราตื่นเต้นกันแทบตาย” เขาว่าพลางหัวเราะ “เรากลัวกันขนาดที่ไม่กล้าเคลื่อนไหวบนเวทีเลยด้วยซ้ำ ผมงี้เกร็งไปหมด ผมถึงกับเตรียมถังเอาไว้ข้างหลังเวทีเลยนะ แล้วก็บอกคนดูเสียด้วยว่า ‘ทุกคน ผมเตรียมถังเอาไว้ข้างหลังเวทีด้วยนะ เผื่อเอาไว้ถ้าตื่นเต้นจนต้องคายของเก่าออกมาหมดน่ะ ดังนั้นถ้าเห็นผมหยุดร้องเพลงไปเฉยๆ ก็คงรู้กันแล้วนะว่าผมหายไปไหน’ นั่นถือเป็นการค่อยๆละลายพฤติกรรมตัวเองไปเลย ไม่นานผมก็เริ่มที่จะรู้สึกสบายๆกับคนดู ความมั่นใจก็เพิ่มมากขึ้น แต่ก็ใช้เวลาอยู่พักนึงเหมือนกันกว่าที่จะทิ้งถังนั่นไปได้”

พวกเขามักจะได้ไปเล่นโชว์ในงานแต่งงานบ้าง งานเลี้ยงบ้าง หรือไม่ก็เป็นชมรมของคนทำงานในย่านนั้น Shayne จะได้รับเงินครั้งละ 50 ปอนด์ ในรอบการโชว์สองรอบ รอบละ 45 นาที แม้จะได้เงินมาไม่น้อยและได้แบ่งให้แม่ไปอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ แต่นั่นไม่ใช่ความตั้งใจของเขา ถึงอย่างนั้น อย่างน้อยเขาก็ชดเชยในสิ่งที่ขาด อย่างเช่นการได้ไปเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์ “เป็นช่วงเวลาที่ดีมากเลยครับ เราไปเที่ยวเยอรมนีกันแล้วก็ไปลองใช้ชีวิตกันแบบในค่ายทหารมาด้วย ผมตื่นเต้นมากเลยล่ะ แม่เองก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลยด้วยซ้ำ”

ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้คิดว่าเพียงเท่านี้จะนำพาเขาไปได้ไกลนัก ความหวังในการได้เข้าไปเป็นหนึ่งในรายการ X Factor ปีแรกไม่สำเร็จ ปีถัดมา Shayne และหนึ่งในสองสาว Tracys ก็ตัดสินใจแยกทางกันไปทำอะไรของตัวเองดู เขาเองในตอนนั้นก็เกือบจะถอดใจไปแล้ว “ผมรู้สึกไม่มีเป้าหมายเลย ผมไม่คิดว่าตัวเองจะไปไหนได้ไกล” แต่ก็ได้ครอบครัวนี่เองที่คอยให้กำลังใจเขา และเมื่อน้องสาวทั้งสองคนของเขาตัดสินใจจะร่วมด้วย เขาก็ลงสมัครอีกครั้ง

“แต่ผมไม่เคยเชื่อเลยนะว่า มันจะเกิดขึ้นจริงๆ” เขาว่า “ผมพูดแบบนี้มาตั้งแต่เริ่มแรกแล้ว ถึงตอนนี้ก็ยังคิดเหมือนเดิม ผมไม่ได้ต้องการชื่อเสียง ผมไม่ได้ต้องการเงิน บ้านหรูๆ หรือปาร์ตี้ในแบบคนดังแบบนั้น ผมเข้าสมัครก็เพราะครอบครัวของผมอยากให้ผมลองทำดู และผมเองก็ไม่เคยมองอะไรไปไกลขนาดนั้น ทุกครั้งที่ผมขึ้นเวที สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการได้ร้องเพลงและภาวนาขอให้ตัวเองได้เข้าไปสู่รอบต่อไปแค่นั้นเอง

“ผมไม่อยากเชื่อเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองจะผ่านเข้ารอบมาได้เรื่อยๆ แต่พอได้เห็นใครที่ถูกคัดออกไป แล้วก็ได้เห็นว่าใบหน้าของคนในครอบครัวของพวกเขาหมองเศร้าแค่ไหน ผมก็ไม่อยากให้ครอบครัวของผมต้องเศร้าแบบนั้น แม้แต่ในรอบชิง ผมยังคิดเลยว่าตัวเองเป็นคนที่ไม่เก่งที่สุดด้วยซ้ำ ผมไม่อยากจะเชื่อตัวเองเลยนะ เพราะผมมักจะมองตัวเองด้อยกว่าเสมอ มันเป็นธรรมชาติของผมน่ะครับ พวกขี้กังวลเกินเหตุ”

หลังจากที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในรายการแล้ว ซิงเกิ้ลแรกในชีวิต That’s My Goal ก็แทบจะเรียกได้ว่าขึ้นไปติดอันดับหนึ่งอยู่บนชาร์ตคริสมาสต์นานจนลืมทีเดียว นั่นเรียกได้ว่าเป็นความสำเร็จในแบบที่เรียกได้เลยว่า น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง ซิงเกิ้ลของเขาวางขายในวันแรกก็สร้างสถิติยอดขายงานที่สูงที่สุดเป็นอันดับสามของเกาะอังกฤษนั่นก็คือ 313,000 ก็อปปี้ “ แค่คิดว่ามีคนเป็นล้านมาซื้อซิงเกิ้ลของผม มันเหมือนกับไม่ใช่ความจริงเลย” Shayne ว่า “ถึงวันนี้ก็ยังไม่อยากจะเชื่อครับ”

อัลบั้มแรกที่ใช้ชื่อเดียวกับชื่อของเขานั้น บันทึกเสียงที่สต็อกโฮล์ม โคเปนฮาเก้น และลอนดอน ร่วมกับโปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงแนวป๊อปมือฉมัง ไม่ว่าจะเป็น Steve Mac, Per & David, Cutfather & Joe และ Quiz/Larossi.
พวกเขานำเอาเพลงบัลลาดที่ไม่เคยล้าสมัย และส่งให้ Shayne ได้โชว์พลังเสียงตรึงอารมณ์ได้อย่างเต็มที่มารวมเอาไว้ แน่นอน That’s My Goal ก็รวมอยู่ด้วย

ส่วนซิงเกิ้ลที่สองก็คือเพลงไพเราะสุดเศร้าอย่าง No Promises นั่นเอง ไม่เพียงเท่านี้ แฟนเพลงจากรายการ X Factor ยังจะได้ฟังเสียงอันน่าประทับใจของเขาจาก Over The Rainbow อีกเวอร์ชั่นที่ทำขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับเขา “ผมอยากให้ทุกคนได้เห็นว่า ผมไม่ใช่แค่ผู้ชนะจากรายการแสดงความสามารถพิเศษนี้เท่านั้น ผมอยากให้เขาได้เห็นว่าผมร้องเพลงได้จริงๆ” Shayne ว่า “จากนี้ไปผมอยากจะประสบความสำเร็จให้ได้ด้วยตัวเองครับ”

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงยืนยันว่า เขาจะไม่กลายเป็นนักร้องที่ทำตัวหัวสูงเย่อหยิ่งแน่นอน “ผมไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ให้พูดตามตรงก็คือ ทุกอย่างมันก็ดีขึ้นน่ะครับ ไม่หรอก ดีขึ้นมากเลยล่ะ! มีแต่คนอยากให้ผมไปทำงานด้วยทั้งนั้น ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยเป็นแบบนี้เลย” เขาหัวเราะชอบใจ “มันน่าทึ่งมากเลยที่ได้รู้ว่า ทีวีมันทำอะไรได้บ้าง”

ก็พูดได้เต็มปากล่ะว่า Shayne Ward เริ่มต้นมากจากรายการเรียลิตี้ทางทีวี แต่ก็ไม่ได้แตกต่างไปจาก Britney และ Justin ที่เริ่มมาจากรายการ Mickey Mouse Club หรือ Kylie ที่เริ่มจากทีวีซีรีย์เรื่อง Neighbours ก่อนจะมาเป็นราชินีเพลงป๊อปเช่นวันนี้ หรือแม้แต่ Robbie กับ Take That ในสมัยที่เขายังเป็นเด็กหนุ่ม ส่วนชายหนุ่มคนนี้เองก็มีดีในแบบของเขา

ที่ผ่านมาชีวิตไม่ต่างอะไรกับรถไฟเหาะตีลังกาก็จริง แต่อัลบั้มแรกในชีวิตของเขายังไม่ใช่ตอนจบของเรื่องแน่นอน นี่เป็นแค่บทเริ่มต้นเท่านั้น







หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง


  << ย้อนกลับ  
 
 

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: เบื้องลึก- เบื้องหลัง กว่าจะเป็นดาวดังของ "เชย์น วอร์ด"

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 22

  1. Re: เบื้องลึก- เบื้องหลัง กว่าจะเป็นดาวดังของ "เชย์น วอร์ด"

  2. Re: เบื้องลึก- เบื้องหลัง กว่าจะเป็นดาวดังของ "เชย์น วอร์ด"

  3. Re: เบื้องลึก- เบื้องหลัง กว่าจะเป็นดาวดังของ "เชย์น วอร์ด"

  4. Re: เบื้องลึก- เบื้องหลัง กว่าจะเป็นดาวดังของ "เชย์น วอร์ด"

    • ความคิดเห็นที่19
    • ช๊อบบบบชอบมากๆๆๆๆๆๆๆติดตามพ่อหนุ่มคนนี้มานานละตั้งเเต่ออกซิงเกิลเเรกจนถึงวันนี้ยังชอบชอบทุกเพลงร้องเสียงได้ไฮโซเเถมหุ่นยังน่าฟัดเก๋**๊สส์เเต่อะฮั้นคิดว่าพ่อขมองอิ่มของดั๊นขายผลงานมากกว่านะที่เซ็กซี่นะถือว่าเป็นโบนัสของอะฮั้นเเหมครบทุกรสเลยเเต่อดไปดูตอนมาเลยร้องไห้ไป3วันเปิดเว็บมาดูพลาดไปเเค่วันเดียวพี่ๆๆเจ้าของค่ายขาไห้พ่อขมองอิ่มของดั๊นมาเปิดคอนเสริตเต็มๆๆที่เมืองไทยสักทีนะคะจารออยู่จาขอบคุนมากมาย
    • เจ๊เเอ๊บเเบ๊ว รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: เจ๊เเอ๊บเเบ๊ว
      • เมื่อ[27 ธันวาคม 2550 - 01:54 น.]
      • IP[222.123.174.XXX]
  5. Re: เบื้องลึก- เบื้องหลัง กว่าจะเป็นดาวดังของ "เชย์น วอร์ด"

  6. Re: เบื้องลึก- เบื้องหลัง กว่าจะเป็นดาวดังของ "เชย์น วอร์ด"

  7. Re: เบื้องลึก- เบื้องหลัง กว่าจะเป็นดาวดังของ "เชย์น วอร์ด"

  8. Re: เบื้องลึก- เบื้องหลัง กว่าจะเป็นดาวดังของ "เชย์น วอร์ด"

  9. Re: เบื้องลึก- เบื้องหลัง กว่าจะเป็นดาวดังของ "เชย์น วอร์ด"

  10. Re: เบื้องลึก- เบื้องหลัง กว่าจะเป็นดาวดังของ "เชย์น วอร์ด"

  11. Re: เบื้องลึก- เบื้องหลัง กว่าจะเป็นดาวดังของ "เชย์น วอร์ด"

  12. Re: เบื้องลึก- เบื้องหลัง กว่าจะเป็นดาวดังของ "เชย์น วอร์ด"

  13. Re: เบื้องลึก- เบื้องหลัง กว่าจะเป็นดาวดังของ "เชย์น วอร์ด"

  14. Re: เบื้องลึก- เบื้องหลัง กว่าจะเป็นดาวดังของ "เชย์น วอร์ด"

  15. Re: เบื้องลึก- เบื้องหลัง กว่าจะเป็นดาวดังของ "เชย์น วอร์ด"

  16. Re: เบื้องลึก- เบื้องหลัง กว่าจะเป็นดาวดังของ "เชย์น วอร์ด"

  17. Re: เบื้องลึก- เบื้องหลัง กว่าจะเป็นดาวดังของ "เชย์น วอร์ด"

  18. Re: เบื้องลึก- เบื้องหลัง กว่าจะเป็นดาวดังของ "เชย์น วอร์ด"

  19. Re: เบื้องลึก- เบื้องหลัง กว่าจะเป็นดาวดังของ "เชย์น วอร์ด"

  20. Re: เบื้องลึก- เบื้องหลัง กว่าจะเป็นดาวดังของ "เชย์น วอร์ด"

  21. Re: เบื้องลึก- เบื้องหลัง กว่าจะเป็นดาวดังของ "เชย์น วอร์ด"

  22. Re: เบื้องลึก- เบื้องหลัง กว่าจะเป็นดาวดังของ "เชย์น วอร์ด"

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้