
ย้อนกลับไปในปี 2546 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ Sweet Mullet พวกเขาเข้าสู่วงการเพลงใต้ดินกับอัลบั้ม Panaphobia EP ที่เป็นใบเบิกทางให้ Sweet Mullet เป็นที่รู้จักของกลุ่มคนฟังเพลงอันเดอร์กราวนด์
จนกระทั่งวันหนึ่ง ดนัย ธงสินธุศักดิ์ หรือ โน่ โปรดิวเซอร์จากค้ายจีนี่ เรคคอร์ดส ได้ชักชวนให้พวหเขามาทำงานในสังกัด นับจากวันนั้นจึงเป็นวันที่พวกเขาออกจากพื้นที่ใต้ดินที่พวกเขาครอบครองอยู่ขึ้นมาเดินบนถนนสายดนตรีอย่างจริงจัง ทั้งนี้พวกเขาก็ไม่ได้มาเพียงวงเดียว หากยังนำ เรโทรสเปคท์ วงร็อครุ่นเดียวกันมาร่วมแจ้งเกิดไปพร้อมๆ กันด้วย
ภายในปีนั้น พวกเขาทั้งห้า เต๋า- ดุลยเกียรติ เลิศสุวรรณกุล (ร้องนำ), แป๊บ- ประณัฐ ธรรมโกสิทธิ์ (กีตาร์), อั๋น- รฤดม ตันทนานันท์ (กีตาร์), ตี่- พิสุทธิ์ โล่ห์สีทอง (เบส) และ หมู- วิทวัส ภักดิ์แจ่มใส (กลอง) ปิดตัวกับผลงานบนดินด้วยอัลบั้ม Showroom Vol.1 อัลบั้มรวมศิลปินหน้าใหม่ของ จีนี่ เรคอคอร์ดส โดยมีเพลง "ตอบ" ของพวกเขารวมอยู่ในอัลบั้มนี้ และยังมาแรงขนาดติดท็อป 10 ของชาร์ทคลื่นวิทยุ นับว่าเป็นการเปิดตัวที่สวยงามของ สวีท มัลเล็ท เลยทีเดียว
อัลบั้ม Light Heavyweight มีที่มาคือเพลงต่างๆ ในอัลบั้มนี้จะมีทั้งเพลงที่ฟังง่าย กับเพลงหนักๆ กล่าวคือมีทั้งส่วนที่เป็น light และ heavy ผสมกัน
เหตุผลที่ทุกคนต้องฟัง "สวีท มัลเล็ท"
สวีท มัลเล็ท : เราตั้งใจทำ โอเคเราอาจจะไม่กล้าบอกว่ามันเป็นอัลบั้มที่ดีที่สุด แต่เราตั้งใจทำที่สุด ถึงขนาดที่ว่า ทุกๆ คน ในวงยอมทิ้งหน้าที่การงาน ทิ้งทุกอย่างมาทำเพื่อมัน อย่างแป๊บก็ยอมเลิกเล่นดนตรีอาชีพเพื่อมาทำ ส่วผม (เต๋ นักร้องนำ) ก็ต้องพักการเรียนปริญญาโทไว้ก่อน หมูกับอั๋นเพิ่งเรียนจบมา มีงานสอนดนตรีแต่ก็ต้องหยุดงานไว้ก่อน เราอยากบอกว่าเราใช้เวลากับการทำงานตรงนี้นานมาก และเราก็ภูมิใจเสนอ
โจทย์ที่ท้าทายกับการทำอัลบั้มเต็ม
สวีท มัลเล็ท : เรามีเวลาคิดเยอะเลยว่าจะทำอย่างไรที่จะนำเสนองานเพลงให้คนฟังรู้สึกเหมือนเรา โดยที่ไม่ฝืนความรู้สึกเราด้วย พูดตรงๆ ว่าเรามีระยะเวลาในการทำงานกันนานถึง 4 ปี เวลาตรงนี้ก็ทำให้เราโตขึ้น โตพอที่จะใส่ใจกับดนตรีและปราณีตกับมันมากขึ้น ยกตัวอย่างซาวนด์ดนตรีของเราที่เราได้ใช้ประสบการณ์มาทำให้มันเนี้ยบขึ้น
จุดขายของวงร็อครุ่นใหม่ ในความคิดของ สวีท มัลเล็ท
สวีท มัลเล็ท : มันจะมียุคหนึ่งที่เป็นยุคของกีตาร์ ยุคที่กีตาร์เป็นพระเอกมาเลย นักดนตรีหลายคนที่มีต้นแบบจากยุคนั้นก็จะติดภาพตรงนั้นมา แต่ความจริงผมว่ามันเป็นเรื่องของยุคสมัย กับทัศนคติของคนฟังมากกว่า สไตล์ของเรา เราจะเล่นในลักษณะที่เป็นทีม แต่เราก็ไม่ได้เจาะจงว่าจะเอาความแตกต่างจากวงอื่นๆ มาเป็นข้อจำกัดในงานของเรา เราดูความเหมาะสม
กับเสียงสะท้อนที่ว่า "วงรุ่นใหม่เล่นดนตรีตามเทรนด์"
สวีท มัลเล็ท : สำหรับคนที่ติดตามเรามาจริงๆ จะรู้ว่า เราเริ่มต้นมาจากตรงไหน เล่นดนตรีแนวอะไร หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเราเริ่มต้นมาตั้งแต่ยังไม่มีแนวดนตรีอีโม
บางครั้งเราฟังงานของบางวง จะเห็นว่าใน 10 เพลง จะมีเพลงดีที่น่าฟังอยู่แค่ 2-3 เพลง อาการแบบนี้จะเกิดขึ้นกับสวืท มัลเล็ทหรือเปล่า
สวีท มัลเล็ท : เรามีทั้งหมดที่เราแต่งเก็บเอาไว้ประมาณ 30 เพลง แต่ถ้าเพลงไหนที่เรารู้สึกว่ายังไม่ดีพอ เราก็ไม่เอามาใช้ ประมาณว่าเพลงส่วนหนึ่งจะผ่านการคัดเลือกจากพวกเรามาก่อน เรายึดความชอบของเราเป็นหลักก่อน ก็เลยออกมาเป็น 10 เพลงในอัลบั้ม
ซึ่งถ้าเราทำเพลงพอให้มันเสร็จๆ ไป อัลบั้มนี้คงออกไปตั้งแต่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว คงไม่รอจนถึงตอนนี้
ระหว่างสวีท มัลเล็ท กับ เรโทรสเปคท์
สวีท มัลเล็ท : ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่พวกเรากับเรโทรสเปคท์ยังเล่นดนตรีใต้ดินด้วยกันมา เรามาจากกลุ่มที่เรียกว่า Screamlab ก็ไปเล่นตามงานต่างๆ มาด้วยกัน จนถึงวันที่พวกเราเซ็นสัญญากับจีนี่ ทางผู้ใหญ่ก็ถามว่ามีวงดนตรีที่เล่นหนักๆ น่านสนใจอีกมั้ย พวกเราก็เลยแนะนำเรโทรสเปคท์ไป
ในวันทีเพื่อนได้รับโอกาสสำคัญก่อน
สวีท มัลเล็ท : เราก็ไม่ได้รู้สึกติดขัดอะไร ในฐานะพวกเราๆ ก็ดีใจที่เพื่อนได้มีโอกาสออกอัลบั้ม ตรงนี้มันไม่เกี่ยวกับว่าใครจะมาก่อนหรือมาทีหลัง ผมกลับมองว่ายิ่งพวกเขาดัง วงการเพลงและแนวดนตรีแบบของเรามันก็จะโตขึ้น
ทุกวันนี้หลายคนยังเข้าใจว่าวงดนตรีที่เล่นแนวว้าก หรือแนวสำรอกทุกวงจะต้องเป็นแนวเดียวกัน แต่ลึกๆ แล้วมันยังมีข้อแตกต่างกันอยู่ อย่างเช่นวิธีการว้ากของแน็ป (เรโทรสเปคท์) กับพี่เต๋า ก็แตกต่างกันเลย รายละเอียดดนตรีก็คนละอย่างกัน ซึ่งมันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่คนอื่นจะนำเรา 2 วงไปเปรียบเทียบกัน ต่อให้ไม่ใช่เรโทรสเปคท์ เราก็อาจจะถูกเอาไปเปรียบเทียบกับวงอื่นอยู่ดี
คาดหวังกับอัลบั้มแรกของตัวเองกันแค่ไหน
สวีท มัลเล็ท : ก็คาดหวัง แต่คงไม่ถึงกับเยอะมาก เรากลัวว่าถ้ามันไม่เป็นไปตามที่เราหวังเราจะยิ่งท้อ ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของมัน
ขั้นแรกเราแค่คาดหวังว่าจะให้อัลบั้มเสร็จออกมาในแบบที่เราพอใจ และมันผ่านขั้นตอนนั้นมาแล้ว ตอนนี้มันเหมือนกับเรามาถึงขั้นที่ 2 คือให้คนฟังรู้จักเพลงของเรา ส่วนจะชอบ-ไม่ชอบ นั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง
กลัวมั้ยว่า ความสำเร็จและชื่อเสียงที่เข้ามาจะทำให้เราสูญเสียจุดยืน
สวีท มัลเล็ท : ถ้าจุดนั้นมันมาถึงจริงๆ เราก็ยอมรับว่าเรากังวล แต่ ณ ตอนนี้ เรายังได้รับความไว้ใจจากทางค่ายที่ไม่เข้ามาตีกรอบเรา แต่อนาคตเราคงไม่มีทางรู้ แค่ทำงานในวันนี้ให้ดีที่สุด
ดาวน์โหลดเพลงของ SWEET MULLET ได้ที่นี่ค่ะ
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
|