มิวสิค music เพลง ฟังเพลง

มิวสิค music เพลง ฟังเพลง

 
 หน้าแรก   ข่าวร้อน   ใหม่แกะกล่อง   ภาพสวยศิลปิน   สัมภาษณ์พิเศษ   เบื้องลึกคนดัง   คอนเสิร์ต   มิวสิควิดีโอ   คลิกรับรางวัล   ซื้อ - ขาย   เว็บบอร์ด   RSS 
 
ค้นหาเรื่องเพลง ดนตรี  
หน้าแรก > สัมภาษณ์พิเศษ
สัมภาษณ์พิเศษ
 
เรื่องที่เกี่ยวข้อง

helper end
 
25 ปี นิติพงษ์ ห่อนาค

เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม, ฝังไว้ในผืนดิน, ยินยอม, แพ้ใจ ฯลฯ หลากหลายบทเพลงเพราะที่เคยเป็นตัวแทนของวันเวาลและยุคสมัย เราอาจจะจดจำเพียงแค่คนที่ขับร้องออกมาว่าเขา-เธอ เหล่านั้นคือใคร ในขณะที่เราเองก็อาจไม่เคยใส่ใจในถ้อยคำที่ถ่ายทอดออกมาจากปลายปากกาของคนที่ได้ชื่อว่าเป็น "นักแต่งเพลง" เจ้าของบทเพลงตัวจริงที่มักจะถูกหยิบยื่นความสำเร็จเป็นลำดับรองลงไปอยู่เสมอ

แต่สำหรับ "นิติพงษ์ ห่อนาค" การยืนหยัดอยู่ในวงการเพลงเมืองไทยในฐานะนักแต่งเพลงกว่า 2 ทศวรรษ คือเครื่องยืนยันความสำเร็จของบทเพลงที่ครองใจคนฟังมาอย่างยาวนาน ไม่ใช่เพราะเครดิตของวงเฉลียงที่ทำให้เขาเป็นนักแต่งเพลงที่ประสบความสำเร็จมากกว่าใคร หากแต่ตัวหนังสือที่กลั่นกรองออกมาเป็นบทเพลงกว่า 300 เพลงที่ผ่านจากปลายปากกาของชายคนนี้ มีเสน่ห์ เรียบง่าย แต่คมคายและมีความหมายอยู่ในตัวเองเสมอมา


25 ปีของชายชื่อ นิติพงษ์ ห่อนาค จึงมีควาหมายยิ่งสำหรับวงการเพลงเมืองไทย ที่จะร่วมรำลึกถึงบทเพลงของเขาผ่านทางอัลบั้มพิเศษจากศิลปินรุ่นน้องที่ร่วมกันขับร้องด้วยความศรัทธา และอีกไม่กี่วันข้างหน้า คอนเสิร์ตเพื่อรำลึกถึงบทเพลงของนิติพงษ์ ห่อนาค ก็เตรียมที่จะออกมาเป็นรูปร่างให้สมกับการรอคอยของใครหลายๆ คน

ที่มาของโปรเจคท์ 25 ปี นิติพงษ์ ห่อนาค
นิติพงษ์ : มันสืบเนื่องมาจากความคิดริเริ่มของตี่ (กริช ธอมัส) คุณตี่เขาจะคิดวางแผนว่าอยากจะทำอัลบั้มแบบนี้ขึ้นมา พี่ก็เห็นว่าเออ มันก็ดี ก็ลองดู อันนี้เป็นอันที่เขาวางแผนโปรโมทกันมาตั้งแต่ต้นปี ซึ่งมันก็จะเริ่มมาตั้งแต่อัลบั้มรวมเพลง 25 ปี นิติพงษ์ ห่อนาค และอัลบั้มนี้ที่มีสองแผ่นคู่คือ เลฟท์ อแนด์ ไรท์ ก็เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ ก็จะต่างกันตรงที่มีน้องๆ มาช่วยกันร้องเพลงของพี่ดี้ไนอัลบั้มนี้แทน แล้วสุดท้ายปลายแคมเปญคือคอนเสิร์ตที่จะมีขึ้นในวันที่ 25-26 สิงหาคม

คัดเลือกกันมาอย่างไรถึงได้นักร้องทั้ง 11 คนที่มาร่วมร้องในอัลบั้มนี้
นิติพงษ์ : 11 คนเหรอ ก็ทำทีมฟุตบอลได้เลย (หัวเราะครืน) คืออันนี้พี่ไม่ได้เป็นคนเลือก เพราะอย่างที่บอกว่าพี่ไม่ได้เป็นคนริเริ่มโปรเจคท์นี้ แต่ก็คงเป็นพี่ๆ ทีมงานที่ชวนน้องๆ มาทำกัน เขาเลือกกันมาเองแล้วก็เอาเพลงไปทำ
โรส : แต่โรสขอมาร้องเอง (หัวเราะ)

ตรงนี้คัดเลือกกันตามความเหมาะสมของแต่ละคนหรืออย่างไร?
นิติพงษ์ : น่าจะมาจากความชอบของเจ้าตัวเขามากกว่า เขาชอบเพลงอยากร้องเพลงเขาก็ไปดึงมาจากเพลงที่พี่แต่งทั้งหมดประมาณ 300-400 เพลง สสรุปแล้วก็คือพี่มีส่วนร่วมเท่ากับศูนย์ มีแต่ชื่อแปะเอาไว้

ไม่คิดว่าจะเกิดข้อเปรียบเทียบตามมา ?
นิติพงษ์ : มีแน่นอน แต่ของแบบนี้มันก็อยู่ที่ความชอบของแต่ละคน ยกตัวอย่างคนชอบรถ บางคนก็อาจจะบอกว่ารถเก่าดี แต่บางคนก็อาจจะรถใหม่สิดีกว่า แต่ตรงนี้มันก็คงไม่เหมาะนักที่จะเปรียบเทียบเพราะของใหม่กับของเก่ามันคนละเรื่องกัน

ความรู้สึกของแต่ละคนที่ได้มาร่วมงานกันในโปรเจคท์นี้
พั้นช์ : พี่ตี่เป็นคนโทรมาชวนพั้นช์ แล้วก็ให้เราเลือกเพลง 2 เพลงที่เราอยากร้องขึ้นมาจากสคริปท์ที่พี่เขาให้ ก็จะมีเพลง แพ้ใจ ทีเคยร้องบ่อยๆ แล้วก็เพลงยินยอม ซึ่งเพลงนี้ที่ชอบส่วนหนึ่งคือเป็นเพลงของพี่ป้อมพี่โต๊ะที่เราก็ชอบด้วย พอดูแล้วยังไม่มีใครเลือก ก็เลยมาลงตัวที่เราพอดี
เอ็ม : ตอนแรกผมเลือกไว้ประมาณ 7 เพลง แต่ก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่หลายรอบ จนได้ออกมาเป็นเพลง อย่าไปเสียน้ำตา ที่ชอบมาตั้งแต่ตอนที่พี่ติ๊นาร้องไว้ดูมันยิ่งใหญ่อลังการก็เลยอยากเอามาร้องในแบบของเรา
โรส : พี่ตี่โทรมาชวนเหมือนกันค่ะ ความรู้สึกแรกก็คือตื่นเต้น ดีใจ เรารู้สึกว่าเราเป็นหนี้บุญคุณพี่ดี้ก็เยอะอยู่จากเพลง ก้อนหินก้อนนั้น ที่ทำให้หลายคนรู้จักโรส พอมางานนี้ก็เลยเลือกเพลงที่อยากร้องไว้หลายเพลงมาก แต่ก็เลือกไม่ถูกเพราะชอบเยอะ สุดท้ายก็เลยมาเป็นเพลง แววตา กับก้อนหินกับนาฬิกา ก็ยังเป็นอะไรที่เกี่ยวกับก้อนหินๆ อยู่ (หัวเราะ)
เบลล์ : เลือกเพลง ก็พอ ครับ จริงๆ แล้วเพลงของพี่ดี้ก็มีความหมายดีๆ อยู่หลายเพลง แต่ก็อยากจะเลือกเพลงที่คนอาจจะลืมๆ ไปแล้ว ก็รู้สึกดีใจ เพราะโดยส่วนตัวก็ยังไม่เคยทำงานกับพี่ดี้เลย

ไหนๆ ก็ถือว่าเป็นงานฉลองครบรอบ 25 ปี ทำไมไม่มีเพลงใหม่ที่แต่งขึ้นเป็นพิเศษในอัลบั้มนี้บ้าง
นิติพงษ์ : งานชิ้นนี้จริงๆ แล้วมันเป็นงานรำลึก มันก็เป็นตัวแทนของโอกาสพิเศษอะไรสักอย่างซึ่งถ้าเราทำเพลงใหม่ขึ้นมามันก็คงไม่เป็นงานรำลึก ที่สำคัญคือกลุ่มแฟนเพลงตรงนี้เป็นกลุ่มใหญ่ มันก็จะต่างกับของเฉลียงที่มีกลุ่มคนฟังประมาณหนึ่งเหมือนชุมชนขนาดเล็กๆ มันก็จะมีเพลงที่แทนสายสัมพันธ์ทางใจหรืออะไรก็ว่าไป ก็ถือว่าบทบาทมันแตกต่างกัน อีกอย่างหนึ่งคือหลายคนก็อาจจะมองว่ามีเพลงที่แต่งไว้ก็เยอะแยะแล้ว จะแต่งเพลงใหม่อีกทำไม ก็เป็นความคิดอีกด้านหนึ่ง

อะไรคือวัตถุดิบในการแต่งเพลงของพี่ดี้ที่ทำให้แต่ละเพลงยังคงฮิต และฟังได้อยู่เรื่อยๆ รวมถึงเพลงใหม่ๆ ก็ยังสมารถแต่งให้โดนใจเด็กๆ ได้อยู่
นิติพงษ์ : วัตถุดิบในโลกนี่มีพอให้แต่งอยู่เป็นแสนๆ เพลง แต่พี่เพิ่งจะใช้ไปแค่ 3-400 เพลง ก็ถือว่าเป็นส่วนน้อยมาก ตรงนี้ถ้าเราเป็นคนช่างสังเกต เราจะได้อะไรออกมาเป็นเพลงเยอะเลย อย่างเวลาคนอื่นมองคอนโดมีเนียม เขาก็จะมองว่ามันก็แค่เป็นตึก แต่พี่บอกว่ามันมีหน้าต่าง มีระเบียง มีห้องน้ำ มีห้องนอน พี่ก็ได้ 4 เรื่อแล้ว ยังไม่พอ พี่ก็เข้าไปดูอีกว่าในห้องนอนมีอะไร มีหมอนมุ้งอะไรต่ออะไรเพียบเลย เรียกว่าในตึกๆ เดียวมีอะไรให้เราแต่งเพลงออกมาได้ตั้งเป็นหมื่นๆ เรื่อง อยู่ที่ว่าเราสังเกตและจะหยิบมันมาใช้ตรงจุดไหน

ส่วนเรื่องของยุคสมัย บังเอิญว่าภาษาเพลงของพี่มันคือภาษาพูดแบบปกติ มันไม่ใช่ภาษากวีหรือพรรณาโวหารที่มันจะมียุคของมันตายตัว ฉะนั้นแล้วจะเขียนออกมาเป็นเพลงอีกในตอนไหนมันก็ยังจะฟังได้อยู่เรื่อยๆ

เรียกว่าถ้าพี่ดี้จะหยุดเขียนเพลงก็ต่อเมื่อพี่ดี้ไม่อยากจะทำอีกต่อไปแล้ว
นิติพงษ์ : ก็ไม่แน่ แต่ ณ วันนี้พี่ยังสนุกกับมันอยู่

รู้สึกกดดันบ้างมั้ยเวลาที่ต้องมาเขียนเพลงใหม่ๆในขณะที่คนฟังเขาตั้งความหวังเอาไว้เนื่องจากผลงานเก่าๆ ของพี่ดี้
นิติพงษ์ : เพลงของพี่ที่มันดังเพราะมีคนชอบ ความกดดันมันไม่ได้อยู่ที่พี่ ถ้ามันเพราะคนก็ฟัง ถ้ามันดังก็แปลว่าคนชอบ แต่ถ้าเขาไม่ชอบก็เพราะว่ามันไม่เพราะ แต่พี่ไม่เคยกดดัน เพราะหน้าที่ของพี่ก็คือแต่งเพลงให้คนฟัง เพลงที่ดังกับไม่ดังพี่ก็ยังใช้สมองก้อนเดิม ใช้ความคิดเท่ากัน เรื่องดังหรือไม่ดังอยู่ที่คนฟังเพลงเขาจะตัดสิน

การเลือกเพลงเก่าๆ ของศิลปินดั้งเดิมมาร้องใหม่ ทำให้นักร้องในอัลบั้มต้องปรับตัวกันอย่างไรบ้าง
เอ็ม : ก็แทบจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเพราะเราร้องเพลงเดิม เราก็ยังใช้วิธีสื่ออารมณ์แบบเดิม เพียงแต่อาจจะเปลี่ยนสำเนียงนิดหน่อยปรับคีย์ให้เข้ากับตัวเองขึ้นมาหน่อย
โรส : โรสอาจจะเป็นในเรื่องของอารมณ์ มุมมองแบบผู้หญิงในเพลงของผู้ชาย เวลาที่เราเอาเพลงของผู้ชายมาร้องใหม่ และถ้าเป็นเพลงที่เราต้องแสดงความเข้มแข็ง เราก็ต้องสื่อออกมาให้มีความเป็นผู้หญิงกว่า คือถ้าพูดเรื่องความเข้มแข็งก็มีเหมือนกัน แต่เราอาจจะมีไม่มากเท่า
พั้นช์ : พั้นช์ก็คงจะมีเปลี่ยนในเรื่องการร้อง คำร้อง ปรับให้เข้ากับเพลง
เบลล์ : ก็คงเป็นในเรื่องของอารมณ์พอมาเป็นอารมณ์ในแบบของเราก็อาจจะดีไซน์คำร้องใหม่บ้าง แต่ก็พยายามที่จะไม่ทำให้แตกต่างมาก

ความรู้สึกของนักร้องแต่ละคนที่มีต่อ "พี่ดี้"
พั้นช์ : แน่นอนว่าทุกคนในแวดวงดนตรีและคนฟังเพลงก็ต้องรู้จักพี่ดี้กันดีอยู่แล้ว ส่วนตัวมองว่าพี่ดี้เป็นคนที่ใช้ภาษาได้เก่ง อย่างคำง่ายๆ ที่เราพูดกันอยู่ๆ ทุกๆ วัน พี่ดี้ก็สามารถหยิบมาแต่งเป็นเพลงได้ แล้วก็ดังด้วย
เอ็ม : พี่ดี้เป็นคนอารมณ์ดี เพลงที่พี่แต่งบางเพลงก็สื่อออกมาแบบนี้ แต่ถ้าฟังดีๆ จะเห็นว่ามันมีเนื้อหาอะไรที่ซ่อนอยู่อีก
โรส : โรสจะนึกถึงเพลงก้อนหินก้อนนั้นก่อนเป็นอย่างแรก เพราะพี่ดี้เป็นคนแต่งให้ อีกอย่างหนึ่งคือความสามารถของพี่ดี้เองที่เขามีความหลักแหลม มีข้อคิดอยู่ในคำพูดของพี่เขา ครั้งหนึ่งที่เราชาวแกรมมี่ไปเข้าค่ายทำกิจกรรมร่วมกัน พี่ดี้ก็ถูกเชิญให้ขึ้นไปพูดบนเวที ซึ่งโรสฟังแล้วรู้สึกทึ่งนะ ทุกสิ่งที่พี่ดี้พูดออกมามันน่าฟังและมีข้อคิดตลอด เพราะรู้ว่าพี่ดี้ไม่ได้มีการเตรียมตัวอะไรเพื่อขึ้นไปพูดบนเวที ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่ตัวโรสคงทำแบบนั้นไม่ได้
เบลล์ : พี่ดี้เป็นคนที่เข้าใจอารมณ์ของมนุษย์มากๆ คนหนึ่ง ไม่ว่าพี่ดี้จะเขียนเพลงอะไรก็ตาม มันเหมือนกับว่าพี่เขามีประสบการณ์ เคยผ่านตรงนั้นมาแล้วจริงๆ เขาถึงสื่อความหมายออกมาได้ตรงกับใจคนฟัง

รูปแบบของคอนเสิร์ต 25 ปี นิติพงษ์ ห่อนาค ที่จะเกิดขึ้น ?
นิติพงษ์ : หลักๆ เลยมันจะมี 2 รูปแบบ อันแรกจะเป็นคัฟเวอร์ ไนท์ ของเอไทม์ ที่ม.ธรรมศาสตร์ วันที่ 8 กรกฏาคม ส่วนอีกกรุ๊ปที่อาวุโสขึ้นมาหน่อยก็จะมีในวันที่ 25-26 สิงหาคม สองรอบ เนื่องจากมันมีปัญหาตรงที่ว่าเพลงมันเยอะ นักร้องก็เยอะ ทำให้สองรอบนี้จะมีนักร้องไม่ซ้ำกัน เพลงไม่ซ้ำกัน และสคริปต์ก็ไม่ซ้ำกัน ก็ติดตามกันดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น
โรส : ขอบอกเซอร์ไพรส์ก่อนนิดหนึ่งว่างานนี้ศิลปินที่มาจะเป็นศิลปินออริจินัลทั้งหมด
นิติพงษ์ : เราทำเพื่อคนดูที่อยากมาดูนักร้องประเภทรำลึก ส่วนนักร้องคนเดิมที่เคยร้องเพลงนั้นจะพยายามตัดผมทรงเดิมมาขึ้นเวทีหรือเปล่าอันนี้ไม่รู้ ต้องติดตาม (หัวเราะ)

สำหรับเด็กๆ รุ่นใหม่ที่กำลังคิดอยากจะเป็นนักแต่งเพลง อยากให้พี่ดี้ช่วยแนะนำเทคนิคการเป็นนักแต่งเพลงที่ดีให้กับน้องๆ
นิติพงษ์ : คนจะเป็นนักแต่งเพลงต้องมีความช่างสังเกต ต้องฟังเพลงเยอะๆ ยิ่งเป็นนักแต่งเนื้อเพลงแล้วยิ่งต้องฟังให้เยอะกว่า เราต้องรู้ที่จะมองเห็นวิธีการทำงานของแต่ละคน จำได้ แต่อย่าเลียนแบบ เป็นต้นว่าเราอยากเป็นนักแต่งเพลงเพราะๆ แบบพี่บอย โกสิยพงศ์ แต่เราลอกวิธีการของเขามาใช้ เราจะเป็นนักแต่งเพลงที่ดีได้อย่างไรในเมื่อเรายังเหยียบเงาของคนอื่นอยู่

หลายๆ คนมองว่าพี่ดี้คือไอดอลของพวกเขา สิ่งนี้พี่ดี้รู้สึกอยางไร
นิติพงษ์ : พี่ก็รู้สึกดี ดีใจ เพระพี่เป็นคนบ้ายอ แต่พี่ก็เขิน พี่เป็นไม่ค่อยได้ยึดถืออะไรกับตรงนั้น ใครชมก็ขอบคุณ ใครจะด่าก็ขอบคุณ เสียงชมเสียงด่าไม่ค่อยมีผลกระทบอะไรกับพี่มากเพราะพี่ไม่ได้แบกอัตตา อะไรหนักๆ ก็เก็บไว้ที่บริษัทเท่านั้น

ดาวน์โหลดเพลงเพราะ ๆ จากอัลบั้ม 25 ปี นิติพงษ์ ได้ที่นี่ค่ะ
ขื่อเพลง mono poly truetone
อย่าไปเสียน้ำตา 927181 947417 967793
สายน้ำไม่ไหลกลับ 927318 947560 967895
แพ้ใจ 927333 947575 967910
มีอีกเพียบ >>






หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง



  << ย้อนกลับ  
 
 

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: 25 ปี นิติพงษ์ ห่อนาค

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 55

  1. Re: 25 ปี นิติพงษ์ ห่อนาค

  2. Re: 25 ปี นิติพงษ์ ห่อนาค

  3. Re: 25 ปี นิติพงษ์ ห่อนาค

  4. Re: 25 ปี นิติพงษ์ ห่อนาค

  5. Re: 25 ปี นิติพงษ์ ห่อนาค

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้