มิวสิค music เพลง ฟังเพลง

มิวสิค music เพลง ฟังเพลง

 
 หน้าแรก   ข่าวร้อน   ใหม่แกะกล่อง   ภาพสวยศิลปิน   สัมภาษณ์พิเศษ   เบื้องลึกคนดัง   คอนเสิร์ต   มิวสิควิดีโอ   คลิกรับรางวัล   ซื้อ - ขาย   เว็บบอร์ด   RSS 
 
ค้นหาเรื่องเพลง ดนตรี  
หน้าแรก > สัมภาษณ์พิเศษ
สัมภาษณ์พิเศษ
 
เรื่องที่เกี่ยวข้อง


helper end
 
ดอนผีบิน ลบภาพ เพลงใต้ดิน โผเข้าสู่ค่ายยักษ์ เพื่อสานฝันของเขาอีกครั้ง

หากใครที่นิยมฟังเพลง "ใต้ดิน" คงจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักวงดนตรีที่มากด้วยความสามารถและประสบ การณ์ดนตรีที่เหนือชั้นอย่างวง "ดอนผีบิน" กว่า15 ปีของการทำงานเพลงด้วยตัวเองของ 3 พี่น้องตระกูล แก้วทิตย์ เส้นทางของอุดมการณ์ ปรัชญาของเนื้อหาที่นำเสนอออกมา หลายคนตอบรับ หลายคนพูดถึง แต่หลายคนอาจจะแย้งอยู่ในตัวเอง ณ วันนี้ "ดอนผีบิน" ได้บินเข้ามาสู่ค่ายแกรมมี่ เพื่อสานฝันของเขา อีกระดับหนึ่ง พูดถึงเริ่มแรกกับการทำงานกับแกรมมี่ เป็นมายังไงคะ

จริง ๆ แล้วงานชุดนี้เราทำเสร็จแล้ว เป็นอันเดอร์กราวน์หมดเลย แต่ว่ามาถึงจุดสุดท้าย คือ การที่จะเริ่มบันทึกเสียง งานที่เราทุ่มเทมาตลอด 2 ปีข้อมูลอะไรต่าง ๆ มันน่าจะมีประโยชน์คือขยายผล ขยายสิ่งที่เราทำต้องการให้โลกรู้ ให้คนที่ยังไม่รู้จักเรา ให้เค้าเข้าใจเกี่ยวกับที่เราทำ ไอเดียนี่ก็ลองเสนอกับทางนี้ดู แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอดีอาจจะเป็นจังหวะหรือกาลเวลาของสถานการณ์สังคมโลกอะไรต่าง ๆ มันเป็นอย่างนี้ เค้าก็เลยเข้าใจตรงที่เราทำ เราก็เลยทำ


เดินเข้ามาเสนองานเลยหรือว่าใครติดต่อไปก่อนคะ
เสนอครับ เข้ามาเสนอ
ตอนนั้นเสร็จเป็นเดโม หรือว่า
เป็นเดโมเรียบร้อย
เตรียมงานกี่ปีคะ ชุดนี้
เกือบ 3 ปีครับ
มองแกรมมี่ไว้ที่เดียวหรือคะ หรือว่าเป็นที่แรก
ที่เดียวครับ แต่ไม่ได้คิดถึงว่าจะต้องได้ทำ ไม่ได้ทำ แต่ว่าเสนอไปแบบธรรมดา ธรรมดา ไอเดียนี้น่าสนใจ เพราะเค้าก็มีรณรงค์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมตลอด เราก็ทำตัวนี้มาเป็นหลักตลอดแล้ว
ทำไมถึงต้องเป็นแกรมมี่คะ
แกรมมี่เหรอฮะ คือ เราคิดว่าที่อื่นนี่เราก็ทำงานมาหมดแล้วนะฮะ อย่างเช่น วอร์เนอร์อะไรต่าง ๆ เราก็ทำมาหมด แล้วตรงนี้ก็เป็นจุดหนึ่งที่น่าสนใจในเรื่องของการขยายงานออกไปมากกว่า แต่ไม่ได้ออยาากจะมียอดขายสูงอะไรมากมาย คือ เราก็รู้อยู่แล้วว่าเราทำงานอย่างนี้ ไม่ใช่พาณิชย์ศิลป์ หรือไม่ก็ไม่ได้ตลาดอยู่แล้ว คือ ไม่ต้องไปคำนึงเลยว่าจะขายยังไง แต่ว่าเรามั่นใจตรงนี้ ที่จะมาเสนอเนี่ย เราก็ไม่ได้กลัวหรือไม่ได้หวังว่า เค้าจะเอาไม่เอา แต่คิดว่าเสนอไปในฐานะที่เป็นคอนเซ็ปต์ข้อมูลจุดหนึ่งที่สังคมของโลกของอะไรต่าง ๆ มีสิทธิรับรู้ร่วมกัน มีความหวังว่า อยากจะให้ เค้าเข้าใจตรงนี้ ในเมื่อเราทำเรื่องราวตรงนี้ได้เพียงพอแล้วทุ่มเทเต็มที่ ก็อยากจะให้มีกลุ่มมีอะไรที่เค้ามาทำงานร่วม รองรับข้อมูลตรงนี้ขยายออกไป เราหวังอย่างนั้นมากกว่า
คือให้รู้จักงานเพลงของเรามากขึ้น ว่าเป็นแนวไหน
ครับ
คอนเซ็ปต์หลักของงานชุดล่าสุดคืออะไรคะ ที่มานำเสนอ
สิ่งแวดล้อมเป็นหลัก
รอคำตอบนานมั้ยคะ
ไม่นานครับ คุยกันวันเดียวก็รู้เรื่อง
คุยกับพี่ดี้เองเลย
ใช่ครับ
จริง ๆ มีข้อแม้มั้ยคะว่า ถ้าคุยแล้ว เค้าเสนอมาแบบนี้ เราจะไม่ทำงาน
ตรงนี้ก็เป็นจุดหนึ่งที่เราก็ ไม่ได้เจอตรงนี้นะ เรามีอะไร เราพูดให้เค้า เค้าก็เข้าใจ ส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะว่าเราอาจจะไม่ใช่วงหน้าใหม่ ที่ออกเทปมาชุดเดียว เพราะเราก็ออกมา 4-5 ชุด ก็โต ๆ เป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว ก็คงไม่มีอะไรที่จะต้องคุย ถ้าเค้าเข้าใจในความรู้สึกที่เราทำอย่างนี้มาโดยตลอด
มีการขออะไรเพิ่มเติมมั้ยคะ
ไม่มีเลยครับ
ออกมานี่คือร้อยเปอร์เซ็นต์ที่ทำออกมาก่อนหน้านี้เลย
ครับ
มีทีมงานของแกรมมี่เข้ามาช่วยทำงานบ้างมั้ย
มีครับ เอ็มวี
ทางด้านเพลง
ไม่มีครับ เพราะเป็นคอนเซ็ปต์อัลบบั้มที่เราไปเก็บข้อมูล แล้วก็ทำมาได้สมบูรณ์แล้ว ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือ มันจะแยกกลุ่มออกมา แต่คือที่ทางแกรมมี่เค้าทำงานสมบูรณ์อยู่แล้ว แต่เราเข้ามาก็คือ เป็นเฉพาะกลุ่มมากกว่า คือ เป็นโปรเจ็ค พูดง่าย ๆ ก็ได้ว่าอาจจะเป็นนอก เวลาของผู้ใหญ่เค้าอะไรต่าง
เหมือนงานชุดนี้ขายลิขสิทธิ์ ให้แกรมมี่
ตรงนี้นี่เราทำเลยครับ แล้วก็ให้ทางแกรมมี่โปรโมท แก่นสารตรงนี้คือเราจะขยายผล แต่ลิขสิทธิ์ยังอยู่กับเรา
เป็นการขายมาสเตอร์
ไม่ใช่ครับ เป็นงานที่คุยกันตั้งแต่เริ่มต้นแล้วครับ แล้ว เรามีเพลงของเราอยู่แล้วเป็นแบบนั้นแบบนี้ ก็คุยกันนะครับ ไม่ใช่ว่าไม่คุยกัน แต่เพลงที่เรานำเสนอ เป็นเพลงที่เราจัดกลุ่มเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ตอนเราบันทึกเสียง ก็คือ หลังจากที่เราตกลงกันแล้ว ตอนบันทึกเสียงเราก็ทำกันเอง โปรดิวซ์กันเอง โดยที่ทางนี้ก็ฟังครับ ไม่ใช่ไม่ฟัง เราก็ส่งมาให้เค้าฟัง
ส่งมาเป็นระยะ หรือว่างานเสร็จทีเดียวทั้งอัลบั้ม
ก็เป็นระยะ ๆ เพราะว่างานที่บันทึกเสียงก็ไม่ใช่ว่าจะทำทีเดียวเสร็จ
ก่อนที่จะมีจีราฟนี่ เข้าแกรมมี่โกลด์ก่อนใช่มั้ยแล้วทำไมถึงมาจีราฟได้ไง
เอ่อ ตรงนี้เราไม่ทราบ จุดที่เรามาคุยนี่ก็เราไม่ได้คิดว่าจะต้องมาอยู่ค่ายนั้นค่ายนี้ มันเป็นสิ่งที่ทางนี้เค้ากำหนดมากกว่า ในเมื่อตัวหลักหรือผู้นำหลักที่เค้าจะให้เราไปอยู่ตรงนั้น มันก็เป็นอีกเรื่องนึง เราก็ไม่ได้อะไรมาก
สัญญาที่ทำกับแกรมมี่ คือชุดต่อชุดหรือว่า
ชุดต่อชุดครับ
งานชุดนี้ตั้งคอนเซ็ปต์เป็นยังไงคะ
ธรรมชาติเป็นจุดสุดท้ายของที่เราเห็นทุกวันนี้คือเรื่องของการดำรงค์ชีวิต
เข้ามาแกรมมี่ ไม่กลัวเหรอ กับภาพที่เราเป็นอันเดอร์กราวน์ กับคนกลุ่มเดิมจะรับได้มั้ย
ตรงนี้เราไม่กลัว แล้วเราก็มีความมั่นใจอย่างมากเลยก็คือ การเดินทางของเราไม่ใช่เฉพาะชุดสองชุดแล้วก็อยู่ในการทำงานที่หลากหลาย แต่เป็นเราสามคนที่ทำงานกันมาตั้งแต่ชุดหนึ่งจนถึงตอนนี้ เรายืนหยัดและศรัทธาในวิถีทางที่เราทำมาตลอด โดยที่เราไม่ได้คำนึงถึงว่า ถ้าเข้าค่ายนี้เราต้องเปลี่ยนอย่างนี้ เข้าค่ายนั้นต้องเปลี่ยนอย่างนั้น ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาเราได้พิสูจน์ให้กลุ่มเป้าหมาย แฟนคลับแฟนเพลงของเราที่เหนียวแน่นมาตลอดนี่ กลุ่มของเราเค้าจะไม่พะวงว่าเราจะไปอยู่ตรงค่ายไหน เข้าวอร์เนอร์ก็โอเค.ไม่มีปัญหา แต่ว่าเค้ามุ่งที่งานมากกว่า ถ้างานของดอนผีบินแต่ละชุดพัฒนาสร้างสรรค์และเน้นสิ่งใหม่ เท่านั้นก็โอเค. ตรงไหนก็ได้ ไม่มีปัญหาจะอยู่อันเดอร์กราวน์จะอยู่คอฟฟี่ชอฟ อยู่ตรงไหนอะไรได้หมด ถ้าเนื้อหาพัฒนาแล้วละเอียดลึกซึ้ง ก็เค้ามั่นใจตรงนั้นมากกว่า รับรองไม่มีแน่นอน
ที่เข้ามาก็คือต้องการขยายกลุ่มคนฟังออกไปแค่นั้นใช่มั้ย
ครับตอนนี้เราคาดหวังว่า เราอยากจะให้งานของเราขยายออกไป ซึ่งไม่ได้มีเจตนาในเรื่องของพาณิชย์ศิลป์ ในเรื่องของการขายสามารถที่จะฟังได้เลยในงานสามารถฟังได้เลย กล้าพูดได้เลยว่ายังไม่มีกลิ่นอายของใครทั้งนั้นที่อยู่ในนั้น เป็นของดอนผีบินเต็มร้อย ยึดแบบยึดมั่นเต็มร้อย
แรก ๆ มีกลุ่มแฟนเพลงติงมั้ยคะว่า แกรมมี่ค่อนข้างจะป็อป
จริง ๆ แล้วเนี่ยการทำงานของแต่ละกลุ่มแต่ละวง ก็คงจะแตกต่างกันไปนะครับ ของเราเองเรามาอยู่ตรงจุดนี้ ตัวงานก็จะเป็นตัวบอกทุกอย่างว่า งานของเราเป็นแบบไหนในวันเวลาขณะนี้ ซึ่งทางวงเราก็ยืนยันว่า เรายังเหมือนเดิม
ตอนแรกมีการพูดคุยกับแฟนคลับมั้ย
ไม่ได้คุยกับแฟนคลับละเอียดถึงขนาดนั้นว่า ผมจะไปอยู่ค่ายนั้นค่ายนี้นะ เพียงแต่ว่าก็มีการถามไถ่กันตลอด ตอนนี้ดอนผีบินไปถึงไหนแล้ว อัลบั้มใหม่เมื่อไหร่ยังไง เราก็แจ้งกลับไปว่าเรากำลังทำงานกัน ตอนนี้ก็ที่ทราบข่าวระแคะระคายก็มีนิดหน่อย เพราะเรายังไม่ได้แจ้งว่า เราอยู่ตรงไหนชัดเจน
แล้วส่วนของดนตรี จะมีการทำให้คนฟังรับง่ายขึ้นกว่าเดิมมั้ย หรือว่ายังคงเหมือนเดิม
การทำงานทุกชุดที่ผ่านมา เราไม่ได้ไปคิดถึงว่าเราจะทำดนตรีแบบไหนให้ถูกใจกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ เรายังยืนหยัดเป็นตัวของเราเองในเรื่องแนวดนตรี มีหลายคนถามว่า เล่นดนตรีแนวไหน ค่อนข้างจะหลากหลายเหมือนกัน เราก็เรียกว่าแนวทางของดอนผีบิน ซึ่งแต่ละชุดที่ทำผ่านมา มันก็มีความชัดเจนของมันอยู่ มันก็ยังเป็นแนวเพลงของดอนผีบิน
เห็นบอกว่าอยากจะขยายกลุ่มคนฟัง
ขยายกลุ่มตรงนั้นคงจะ หมายถึงว่า ที่เราทำผ่านมามันจะเกี่ยวเนื่องกับสิ่งแวดล้อม การทำลายธรรมชาติ ผลที่เกิดจากการทำลาย เริ่มปรากฎกายออกมาให้เราเห็นทุกวันทั่วโลก ตรงนี้เราต้องการขยายเรื่องคอนเซ็ปต์ที่เราทำมากกว่า แต่ที่ว่าจะขยายแนวเพลงให้คนฟังแล้วดังขึ้นมาหรืออะไร ไม่ใช่ เพียงแต่ว่าเราอยากให้คนฟังโดยทั่วไป เข้ามาฟังดนตรีของเราว่าเราพูดถึงเรื่องอะไร ไม่ใช่มาฟังแล้ว เพลงของเราเป็นป็อปเป็นอะไร คือตรงนั้นคงจะเป็นเรื่องของแฟชั่นมากกว่า อยากจะเสนอเรื่องไอเดีย ความคิด คอนเซ็ปต์โดยรวมว่าที่เรามาอยู่ตรงนี้เนี่ย เราทำอะไรกันอยู่
แล้วโครงสร้างของดนตรี เพิ่มอะไรขึ้นมาใหม่ ๆ บ้างมั้ย
เยอะครับ มีเสียงกบ เสียงจิ้งหรีด ลมพัด เสียงสายน้ำ เสียงฟ้าผ่า สนุกมากเลยครับ ฟังๆอยู่ 2 เพลงกำลังรุนแรง ก็กบร้อง เราจะนึกถึงสายฝนบ้านนาอะไรของเรา น้ำไหลธรรมชาติ เห็นภาพที่ชัดเจน พอกำลังเคลิบเคลิ้มความรุนแรงมาอีกแล้ว
คือชุดนี้ฟังแล้วจะจินตนนาการง่ายกว่าในชุดที่แล้ว
ใช่ครับ
งานชุดนี้ใช้เวลามากกว่า งานทุกชุดที่ผ่านมา เพราะว่าต้องใช้เวลาสร้างงาน เพื่อจะมาเสนอค่ายใหญ่ๆ หรือเปล่าคะ
ไม่เลยครับ คือ ทำไปตามความรู้สึกที่เราอยากจะทำ อย่างเช่น การเก็บซาวน์ของค้างคาว ของกบ ของกระรอก เราต้องไปดักที่จริง ๆ คือให้ได้ฟิวส์ด้วย ไม่งั้นมันจะไม่มีความเป็นชีวิต อย่างค้างคาวนี่บางครั้งเราไปหลับอยู่ กลัวก็กลัวแต่เรานึกถึงตรงนั้น ว่าเราอยากได้ เราก็ได้รู้ได้เห็นชีวิตของพวกมัน
ทำไมต้องใช้เสียงจริง ๆ ทำไมไม่ใช้เสียงสังเคราะห์
ไม่ว่าการทำอะไรก็ตามถ้าเราไปสัมผัสจริง ๆ เนี่ยเราจะได้รสชาติ ผมไปอยู่ที่นั่นฟ้าผ่า ห่างวานึง ตู้ม ที่นั่งผมเอียงกะเท่เร่ ผมรู้สึกว่าผมไม่เหลือแล้ว คือ เราได้ไปเจอจริง ๆ
เทคนิคมันเยอะขึ้นหรือเปล่าคะ การเข้ามาในค่ายใหญ่ เหมือนกับว่าเราสามารถใช้ห้องอัดทำเอฟเฟ็คอะไรได้เต็มที่มากกว่า
ไอ้เทคนิคเนี่ย ผมว่าทุกวันนี้ก็มีหมด แต่อยู่ที่ว่าเราจะใช้มันหรือเปล่า ถ้าเราไม่ต้องการใช้เราต้องการเสียงจริง เราก็ต้องไปหาจริง ๆ อันนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะกลุ่มเฉพาะคนมากกว่า บางคนอาจจะแต่งเพลงอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม แต่อย่างผมไม่ได้ ผมต้องไปอยู่ที่เจ็บปวด ที่สัมผัสจริงๆ มันจะฉุดกระชากความรู้สึกภายในของเราออกมา พูดง่าย ๆ คือเหมือนเด็กเจอผีเนี่ยช็อคไปเลย มันเยอะกว่าอ่านนิยายอีกอะไรอย่างนี้ มันต่างกัน
ทุนของแกรมมี่ไม่มีส่วนในการใช้ห้องอัด
ตรงนี้เรายอมรับนะว่า ทุนอะไรต่างๆ เราก้าวเข้ามาตรงนี้ เราไม่ค่อยเข้าไปยุ่งในเรื่องของงบประมาณที่เค้าเคยตั้ง เคยทำเอาไว้ แต่เราไม่สนใจ เราคิดอย่างเดียวว่า เราบันทึกเสียงเสร็จต้องได้อย่างที่เราสั่งสมความรู้มา 3 ปี เกือบเอาชีวิตเข้าไปแลกกับสิ่งต่าง ๆ เราจะต้องสื่อตรงนั้นออกมาได้ชัดเจน เพราะฉะนั้นเรื่องงบ ไม่ต้องไปพูดถึงว่า ไม่พอแน่นอน แล้วก็การบันทึกเสียง เราใช้ระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งเป็นห้องอัดเสียงที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพ แล้วเราใช้เวลาตรงนั้น เป็นชีวิตจิตใจ ถ้าเราคิดถึงว่า เค้าให้เท่านี้มา เราแอบเอาไปเก็บแค่นี้ แล้วก็ทำเท่านี้นิดหน่อย ๆ ตรงนั้นผมว่า พังแน่ งานนี้พังแน่ เราให้ความสำคัญของงานเป็นหลัก ตรงไหนมีปัญหา เอาไว้ก่อน ให้งานมันออกมาเป็นภาพที่พอใจที่สุด
แล้วในแต่ละเพลงนี่การทำงาน พี่ได้วางคอนเซ็ปเรื่องของเพลงไว้ก่อนหรือเปล่าว่า อยากจะให้มันเป็นอะไร หรือว่าให้ธรรมชาติมันพาไป
ให้ธรรมชาติมันพาไปครับ คือเรารู้อยู่แล้วว่า เพลงจะต้องออกมาเป็นวิถีธรมชาติเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นอะไรก็ตามที่เป็นธรรมชาติ เข้ามาได้เลย สายลมแสงแดด เสียงสัตว์ เสียงลมเสียงนก แต่เรามาจัดอีกทีว่าจะออกมาเป็นบรรยากาศแบบไหน
เพลงที่ทำมา ได้ส่งมาให้ทางนี้ได้ฟัง แล้วมีการตัดออกเหมือนกัน แก้ไขบ้างมั้ย ตัดออกไปเยอะมั้ย
ไม่มีครับ ช่วงที่ส่งมานี่ ส่วนใหญ่จะเป็นช่วงที่อยู่ห้องอัด แล้วเค้าอยากฟัง เสร็จหรือยังอะไรอย่างนี้ แต่ไม่ได้มีการแก้ไข แต่หมายถึงว่าเป็นการถามว่า ดำเนินงานไปถึงไหนแล้วกี่เพลงเอามาดูซิ
ทั้งเนื้อหาและคอนเซ็ปต์ ไม่มีการแก้เลย
ไม่มี
เวลาไปเก็บเสียงของธรรมชาติ เพื่อเอามาเขียนเพลง ไปกัน 3 คนเลย
ไม่ครับ ก็แยกย้ายกันไป มีเครื่องอัดสำหรับเสียงที่มันจะเกิดขึ้นมาโดยที่ไม่ทันตั้งตัว
เล่าถึงตอนที่ไปนิดนึง เป็นยังไงบ้าง
การไปอยู่นี่จริง ๆ มันไปโดยความรู้สึก ไม่ได้ไปบังคับว่าต้องทำงาน คือเราเกิดมาเป็นลูกชาวนา ต้องต่อสู้ชีวิตต้องอยู่กับป่ากับเขา มันเลยเกิดความผูกพัน วัน ๆ ต้องขึ้นเขา บางครั้งเขียน ๆ รูปไปก็อยากนอนหลับ ไม่อยากกลับบ้าน มันเป็นอย่างนี้ ก็เลยเลยเถิดไป นั่นก็คือ การเขียนเพลง เราก็มีสมาธิ เราก็เขียนไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่ได้มีการวางการกำหนดโครงสร้างอะไร มันเป็นของมันไปเอง แต่คิดอยู่เสมอว่า วันหนึ่งมันต้องสมบูรณ์ออกมาเป็นงาน แต่กี่เดือนกี่ปีนี่ไม่ได้กำหนด แล้วก็ออกมาประมาณ 2 ปีต่อ ๆ มา
ไปเก็บข้อมูลเก็บที่ไหน
ที่บ้านครับ ที่อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ไปอยู่กับพวกม้ง อะไรพวกนี้
โดยโครงสร้างของการทำงาน ดอนผีบินเป็นยังไง
ไม่มีกฎเกณฑ์ครับ บางครั้งเขียนเพลง ดนตรีก็ตามมา ปกเทปก็เกิดขึ้น บางครั้งก็มีเนื้อเพลงขึ้นมา บางครั้งก็ดนตรีมาก่อน
แปลกใจมั้ยว่าทำไม แกรมมี่ถึงรับงานเรา
ไม่แปลกใจครับ เพราะก็รู้สึกมีความเป็นกลาง คือ พอเรารู้ว่าอันนี้เป็นสาระเป็นสิ่งแวดล้อม แล้วตรงนั้นถ้าเราเอาไปเสนอ ถ้าเค้าไม่รับก็ไม่แปลกใจ เพราะมีความรู้สึกว่าคนมันเป็นส่วนนึงของธรรมชาติ แล้วข้อมูลที่เราทำมาไม่ใช่ของเรา เราเก็บจากธะรรมชาติ จะเอามาเผื่อแผ่เผยแพร่มันก็ดี ไม่รับก็ไม่เป็นไร(หัวเราะ) มันออกมาเป็นกลาง คือไม่ดีใจ ไม่เสียใจ ปล่อยไป
ได้คุยกับเค้ามั้ยคะ ว่าเค้ารับเราเพราะอะไร
ตรงนี้อาจจะเป็นเพราะว่า ประการที่ 1 เราเป็นวงเก่าที่ทำงานด้วยตัวของตัวเอง ทุกยากลำบากมา 4-5 ชุด ประการที่ 2 ก็คือเป็นผู้ใหญ่กันพอสมควรแล้ว เนื้อหาสาระ มันก็ไม่ได้เป็นวัยรุ่นเป็นแฟชั่นอะไร ประการที่ 3 คือวงนี้เป็นลักษณะอย่างนี้อยู่แล้ว ถ้าจะเอาก็เอา คือเป็นลักษณะเฉพาะตัวมากกว่า ก็ถ้าจะพรีเซ้นต์เนื้อหา ก็ทำไปเลยไม่เป็นไร คือเค้าก็บอกว่า ถ้าจะมาให้ขายเนี่ยไม่ทำหรอก คือมันขายไม่ได้เยอะหรอก แต่ว่าเนื้อหามันเป็นสิ่งที่น่าสนใจ
เรื่องยอดขาย นี่คือดอนผีบินจะมีคนฟังอยู่เป็นกลุ่มๆ เรื่องยอดขายมันมีการันตีเค้าถึงกล้ารับ คิดว่าตรงนี้ด้วยมั้ยค่ะ
ตรงนี้ไม่ใช่ครับ คือคุยกันแล้วว่าไม่ใช่
ทำไมอยากจะขยายงานให้คนฟังรู้จักเรามากขึ้น ไม่ทำเมื่อประมาณปีก่อน ๆ นู้นอะไรอย่างเนี้ย
ผมว่าการประชาสัมพันธ์เนี่ยเป็นสิ่งสำคัญ บางครั้งเค้าอยากรับรู้ในสิ่งที่เราทำ แต่เค้าไม่มีโอกาสรู้ ตรงนั้นอาจจะเป็นเพราะความห่างไกลทุนในผู้ผลิต ไม่สามารถขยายไปได้อะไรต่าง ๆ แต่ถ้ามีคนมาช่วยซัฟพอตท์อะไรตรงนี้ แล้วเค้าได้รับข่าวสารอยู่ชายแดนอะไรรู้สึกมีความคิดไอเดียคล้าย ๆ กัน มันก็จะเป็นผลดีต่อสังคมในวงกว้าง ๆ การอนุรักษ์ การร่วมกิจกรรม ด้านป่าต้นน้ำอะไรต่าง ๆ มันมีเยอะ แต่ว่าขาดการประชาสัมพันธ์ เราก็อาศัยบทเพลงสื่อออกไป
เกี่ยวกับการเสนองานไปอินเตอร์ ที่ทางแกรมมี่เค้ามีทำอยู่
ตรงนี้เราไม่ทราบ แต่เราสนใจมากครับ คือ เราต้องการมากที่งานเราจะขยายออกไปข้างนอก
มีคุยในสัญญามั้ยคะ ข้อตกลง
ไม่มีครับ คงจะอยู่ที่ทางบริษัทเค้านะครับ ตรงนี้ก็เป็นสิทธิ์ของทางบริษัทเค้า
แล้วอย่างเมื่อก่อนได้เคยมีการเอางานออกไปสู่ต่างประเทศบ้างมั้ย
ตอนที่เราอยู่อันเดอร์กราวน์ มันจะเป็นอันเดอร์กราวน์เน็ตเวิร์ค เมลกันน่ะ มีงานใหม่ก็สั่งซื้อกันเข้ามา อยู่ในกลุ่ม แต่ละประเทศเค้าก็จะมีกลุ่ม เหมือนบ้านเราก็มี ประเทศอื่นก็มีกลุ่มอันเดอร์กราวน์ญี่ปุ่น กลุ่มโปรตุเกส สวีเดน อเมริกา พอมีคนได้งานก็เอาไปเขียนวิจารณ์ในหนังสือ ก็ส่วนใหญ่ถ้าเป็นเอเชียก็เป็นเกาหลี ญี่ปุ่น
ยอดขายดีกว่าของเมืองไทยมั้ยคะ
ก็ไม่ดีฮะ เป็นการเผยแแพร่งานมากกว่า แต่ที่ไปขายเป็นเรื่องเป็นราวก็ที่มาเลเซีย ที่นี่เค้าซื้อลิขสิทธิ์นะ เอาไปทำที่นู่นเลย แปลเนื้อเป็นภาษาอังกฤษ ตอนนั้นอัลบั้มชุดที่ 2 ออนป้าเป็นผู้จัดจำหน่าย แล้ววีเอ็มพี เค้านำตรงนี้ไปขายที่มาเลเซีย
ตอนนั้นอัลบั้มชุดไหนคะ ตอนนี้ยังมีต่อเนื่องอยู่หรือเปล่า
ตอนนี้ก็มีอยู่ฮะ แต่ว่างานชุดเก่า บางทีเค้าจะเอาไปลงหนังสือ แต่ว่าพึ่งลงอะไรอย่างนี้ เป็นการบอกต่อมากกว่า งานกำลังเดินทาง ใช้เวลาหน่อย(หัวเราะ) บางทีจดหมายมา เค้าก็บอกพึ่งทราบอะไรอย่างนี้ พึ่งทราบประวัติ
พอจะเช็คได้มั้ย ยอดแฟนเพลงในส่วนที่เผยแพร่อย่างนี้มีประมาณเท่าไหร่
เช็คไม่ได้ครับ มันเป็นจดหมายเป็นลักษณะเผยแพร่ เป็นการเมลต่อเมลมากกว่า บางทีหนังสือขาวดำนะฮะ เค้าก็ส่งบทสัมภาษณ์มา แล้วเราก็ตอบกลับไป
แล้วที่ขายลิขสิทธิ์ไปทางมาเลเซียนี่เป็นแค่ทำนอง แล้วมาดัดแปลง
เอาไปขายเลยครับ คือ ออนป้าเค้ามีการแลกเปลี่ยนขายงานกันอยู่ ก็คือหยิบงานเราส่งไปข้างนอกเลย ก็ขายไม่เยอะหรอกครับ เป็นกลุ่มเล็ก ๆ ไม่ถึงหกหลัก
ที่บอกว่าแแปลเนื้อนี่คือ วงอื่นเค้ามาเล่นเพลงของเราหรือว่ายังไง
อ๋อ ไม่ใช่ครับ เอาอัลบั้มไปขาย เค้าส่งไปขายเลย ข้างในพวกเนื้อเพลงก็แปลเป็นภาษาอังกฤษ แต่ว่าซาวนด์ยังเป็นอย่างเดิม
แล้วคิดว่ามาอยู่แกรมมี่จะมีงานลักษณะอย่างนี้มั้ย
คงขึ้นกับทางบริษัทนะครับ ว่าจะยังไงอะไร
เค้ารู้มั้ยคะ ว่างานของเราก็ไปขายต่างประเทศเหมือนกัน
ตรงนั้นนี่นานแล้วนะครับ เพราะว่าตอนที่ชุดสองไปขายนี่ก็มีการคุยกันว่า ทางนู้นเค้าสนใจ จะเอางานไปขายทางนู้น เราก็บอกโอเค ก็มีบันทึกข้อตกลงอะไรกันนิดหน่อยก็แค่นั้นเอง ไม่ได้มีรายละเอียดอะไรมากมาย
แล้วกับงานชุดต่อ ๆ มา มีการพูดคุยกันอีกมั้ยคะ
เอ่อ งานชุดต่อ ๆ มานี่ งานชุดที่ 3 เราก็ทำเองนะครับ ชุดที่ 4 เราก็เข้าไปอยู่กับวอร์เนอร์ กับวอร์เนอร์ เราก็ไม่ได้คุยรายละเอียดอะไร ก็ไม่ทราบว่าเค้าได้เอาไปหรือเปล่า เพราะวอร์เนอร์ค้าทั่วโลกอยู่แล้ว ก็ไม่ทราบว่าเค้าได้เอาไปเผยแพร่อะไรหรือเปล่า มาที่นี่เราก็คงไม่เข้าไปก้าวก่ายในส่วนการโปรโมชั่นอะไรตรงนั้นอยู่แล้ว เพราะเราคิดว่ามันเป็นในส่วนที่ทางบริษัทเค้าต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว
เราคาดหวังกับเพลงที่เราปล่อย ๆ ไป ว่าเอ่อ เราจะมีไปโชว์ไปอะไรหรือเปล่าตามเทศกาลเพลงของเมืองนอก
เอ่อ จริงแล้วผมว่ามันเป็นเรื่องของอนาคตนะครับ ว่าเราจะสามารถเข้าไปถึงจุดนั้นได้หรือเปล่า แต่เราก็มีความอยากที่จะเข้าไปอยู่ตรงนั้นเหมือนกัน เพราะมันเป็นจุดที่เราสามารถเผยแพร่งานของเราในวงกว้างขึ้น
กับแฟนเพลงหรือว่ากลุ่มที่เค้าเอางานเราไปเผยแพร่ได้คุยกันบ้างมั้ย
ไม่มีครับ เรื่องแฟนเพลงเนี่ย อย่างอินเตอร์เน็ตนี่เค้าก็แค่ลงว่า ขณะนี้เมืองไทยมีวงนี้ทำตรงนี้อยู่ คงจะเป็นลักษณะนั้นมากกว่าแต่ว่าการซื้อขายทางอินเตอร์เน็ตนี่ไม่มี
แฟนคลับ
ก็ยังมีเหมือนเดิมครับ ก็ยังติดต่อกันทางจดหมายอยู่เหมือนเดิม ส่วนใหญ่จะเป็นแฟน ๆ เพลงชุดเก่า ๆ ชุดอันเดอร์กราวน์ ตามต่างจังหวัด อำเภออะไรอย่างเนี้ย ที่วางไม่ทั่วเค้าก็เขียนจดหมายมา คิดว่ามาถึงตรงนี้ก็อาจจะหาเทปได้ง่ายขึ้น เราคิดว่าอย่างนั้น เพราะช่วงก่อนที่ผ่านมาเนี่ยค่อนข้างจะหายาก เทปมีไม่ทั่วก็จะหาซื้อยาก ก็จะสั่งซื้อทางจดหมายกัน ตอนนี้เทปเก่า ๆ บางทีราคาก็สูงมาก
เคยคุยกับทางแกรมมี่มั้ยว่าจะเอาเทปเก่ามาทำใหม่
ยังครับ แต่ราก็ยังมีความหวังตรงนั้นอยู่ อยากจะเผยแพร่งานตรงนั้นให้ทั่ว คือยังไม่ได้คุย แต่อยากจะคุย
ชื่ออัลบั้มว่าปรากฎการณ์มีที่มาที่ไปยังไง
มีครับ ตรงนี้คงท้าวความหน่อยคือ มันเป็นคอนเซ็ปต์อัลบั้มที่วงของเราก็แปลกอยู่อย่างเราทำงาน เราจะต่อเนื่องกันมาตลอด มันพูดถึงจิตวิญญาณหนึ่งที่ลอยจากนอกโลกมาอยู่ในก้อนหินใบนี้แล้วก็ผุดขึ้นมาเป็นโลกมืด ผีดวง วิญญาณดวงนั้นจะต้องประสบ พบเจอการดำรงชีวิต กฎเกณฑ์สังคม ที่จะพาวิญญาณนั้นเติบโตเป็นวัตถุแล้วก็กลับบ้านเก่าไปอย่างเนี้ย ก็จากโลกมืดมาสู่เส้นทางสายมรณะ ก็เข้ามาพบกับการดำรงชีวิตการประสบพบเจอปัญหาต่าง ๆ สู่อุบัติชุด 3 มันก็เข้าไปสู่สองฟากฝั่ง ชุด 4 เป็นเรื่องของบนโลกใบนี้นี่เทคโนโลยีสูงสุดแล้วนะ ทำมาก็ถูกล่มสลาย ชีวิตสองฟากฝั่งคือ ซ้ายขวาก็ถูกแยกออกจากกันอย่างรุนแรงทุกคนจะรู้สึกดีว่าความเจ็บปวดปัญหาอะไรจะเยอะแยะ แม้เราจะอยู่นิ่ง ๆ ก็ได้ผลกระทบทางตรงทางอ้อม มันทำให้เราทุกชีวิตตัดสินใจได้แล้วว่า เราจะเลือกทางไหนพอสองฟากฝั่งทำมา มันก็มาเข้าสู่สัญญาณเยือนในชุดที่ 5 ก็เป็นเรื่องของว่า เตือนแล้วนะ ว่าธรรมชาติถูกทำลายยับเยิน เทคโนโลยีเริ่มเข้ามาครอบครองต่าง ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ใช่ว่าไม่ดี ก็ดีแต่ว่าวิธีการเลือกใช้ สัญญาณเยือนให้ทุกคนได้รู้ชีวิตแล้วว่า จะเกิดอะไรขึ้น ตัดสินใจเดินทางด้วยตัวของตัวเอง แล้วก็เข้าสู่ ปรากฎการณ์
ทุกสิ่งชัดเจนแล้วว่าเราทำมาล่มสลายสุด ๆ แล้ว ทีนี้จะแก้กันยังไงสุดแท้แต่ทุกชีวิตที่จะดำเนินในช่วงของปรากฎการณ์ แล้วตรงนี้ประจวบเหมาะอยู่จุดนึงคือวงดาวมาเรียงกัน ยิ่งเป็นสัญญาณเสริมบอกว่า ปรากฎแล้วทีนี้ว่าประจวบเหมาะอยู่จุดนึง ดวงดาวมาเรียงกัน ยิ่งเป็นสัญญาณบอกว่าปรากฎละ ชัดเจนไม่คลุมเคลือแล้วก็ ชีวิตทุกเผ่าพันธุ์บนโลกจะเห็นชัดเจนแล้ว ตรงนี้ก็จะสื่อภาพออกมาเป็นคล้าย ๆ กับจินตนาการในลักษณะของบ้านของชีวิตที่ม่ใช่อยู่นอกโลกนะ มีความสมบูรณ์มีความชุ่มชื่น แล้วก็มองไปเห็นโลกที่เกิดสภาวะเป็นที่มาของปรากฎการณ์
ถ้าเกิดคุยกับทางแกรมมี่แล้วตกลงกันไม่ได้นี่ มีแผนต่อมั้ยคะว่าจะไปทางไหน จะไปขายใต้ดินหรือว่าจะไปเข้าค่ายอื่นหรือเปล่า
ไม่มีครับ เสนอตรงนี้ที่เดียว ถ้าไม่ได้ก็เริ่มบันทึกเสียงสู่อันเดอร์กราวน์อย่างเดิม
จริง ๆ ช่วงนี้ถ้าขายแบบอันเดอร์กราวน์จะได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มกว่าหรือเปล่าคะ ไม่โดนเทปผีอะไร
ตรงนี้มีข้อดีข้อเสียคือ ถ้าเป็นอันเดอร์กราวน์เนี่ย ในเรื่องของการปลอมแปลงจะมีน้อย เพราะว่าเค้าไม่คุ้มทุนในการปลอม คือ มันเล็ก ๆ น้อย ๆ น่ะ มันได้เฉพาะกลุ่ม จะมาลงทุนปั๊มเทปเพื่อขาย 50 ม้วน มันไม่คุ้ม ต้องใช้งบเป็นแสนเป็นหมื่น นี่คือ จุดดีของอันเดอร์กราวน์ ถ้าเป็นใหญ่อย่างนี้ แล้วเบอร์ไหนที่มันดังระเบิดนี่ ข้อเสียคือมีการทำปลอม คือมันขายได้ แต่นี่เป็นจุดนึงที่เราอยู่ในมุมเงียบ ๆ แต่แน่นอนชัดเจนกว่าคือ เป็นกลุ่มก้อนที่ชัดเจนกว่า แล้วก็งานที่ออกไปนี่ก็คือจะรับเฉพาะกลุ่มที่เข้าใจแล้วก็เสพเนื้อหาตรงนั้นว่ามันมีสาระกับชีวิต กับวิถีอย่างนี้นะก็จะได้เฉพาะกลุ่ม
กดดันมั้ยที่เราจะต้องมาขยายกลุ่ม ในส่วนที่เป็นกลุ่มของแกรมมี่ตลาดมันกว้างมาก กดดันมั้ยที่ต้องทำให้เพลงตัวเองขยายขนาดนี้
จริง ๆ เราชอบที่จะขายวงกว้าง ๆ ทีนี้ตัวเพลงว่าจะรับได้ขนาดไหนยังไงเนี่ย ก็คงอยู่ที่บทเพลงว่าเค้าจะรับเราได้ขนาดไหน
ต้องทำให้ตัวเพลงมันซอฟท์ลงมั้ย ดนตรีต้องเบาลงมั้ย
คนละทิศทางกับงานของเรา ตรงนั้นนี่ถ้าเราไปทำงานแแบบนั้น ก็คือเราทำงาน เพื่อตลาดเพื่อให้คนฟังรับเรากว้างขึ้น แล้วพอดีจุดที่เราเดินมามันไม่ใช่แบบนั้น คือเราจะนำเสนอจากความเป็นเรา ความรู้สึกของเราเป็นหลัก ไม่ได้สนใจว่า ทำแบบนี้ไป คนจะไม่รับตรงนี้ เราหยุดไม่ได้เลย แล้วเราก็อยู่กันมาอย่างทุลักทุเลมาก
แล้วชุดนี้อย่างเรื่องการทำงานในห้องอัดเนี่ย ในเรื่องอย่างเช่นกีต้าร์ พี่เพิ่มอะไรเข้ามามั้ยคะ ไม่ว่าซานด์อะไร คิดลูกสด ๆ ในห้องอัด
ตรงนี้ผมเน้นในเรื่องของการใช้เสียงกีต้าร์สื่อสารวิถีชีวิตที่ผมไปพบมามากกว่า เช่นในเรื่องของทำยังไงที่จะได้กรีดเสียงร้องให้มันเป็นใบไม้ไหว กรีดเสียงให้มันรู้สึกเป็นสายลมมากกว่า แต่ไม่ได้ให้มันเป็นเรื่องของทักษะความเร็วอะไรอย่างนี้ แต่พยายามใช้ว่าจะมีวิธีการยังไงที่จะใช้กีต้าร์กรีดออกมา สายน้ำนี่เราอยากจะให้มันออกมาเป็นเสียง เราจะหาวิธีให้มันอยู่ตรงไหน อย่างนี้มากกว่า
แล้วการทำงานของพี่นี่ให้ในเรื่องของบทบาทของทฤษฎีของนักแต่งเพลงมาบังคับตีกรอบ
เอ่อ ตรงนี้ไม่มีครับ ความเป็นตรงนี้ของดอนผีบินก็คือ เราไม่ได้เอาตลาด ไม่ได้เอาทฤษฎีมาเกี่ยว มาบังคับ ไม่ได้เอาหลักเกณฑ์การอะเร้นท์เพลงที่ถูกตามที่คนเค้าเรียนมา แต่เราไม่ได้พูดว่าตรงนั้นผิดนะครับ แต่ตรงนั้นคือความเป็นตัวเราที่ทำกันมาแบบนี้ ออกมาเป็นแบบที่ได้เห็นได้ฟังกันมาว่ามันเป็นยังไง ชุดเก่าก็เหมือนกันว่าลักษณะการทำงานจะเป็นแบบนี้ มันเลยเกิดเอกลักษณ์ขึ้นมาอย่างว่าเพลงของเราเองไม่เหมือนใคร ตรงนี้เราเท่าที่เราฟังมา ไม่มีเพลงของใครเหมือนเราเลย เเราก็ไม่เหมือนใครด้วย ทั่วโลกนะครับ เราก็ฟังเพลงมาเยอะเหมือนกัน แต่ว่า ค่อนข้างมั่นใจมาตรงนี้แล้ว คงเกิดจากตรงนี้มากกว่า ว่า ทำงานจากตัวเราเองไม่ได้พะวงเรื่องของการอะเร้นท์ว่าเป็นยังไง การดีดกีต้าร์อะไรต่าง ๆ เป็นไปตามทฤษฎี เราเอาจากความรู้สึกขึ้นมา ก็เลยเกิดเป็นเอกลัษณ์อย่างนึงขึ้นมา โดยเฉพาะการเล่นกีต้าร์ของดอนผีบินจะไม่เหมือนใคร เลยกลายเป็นเอกลักษณ์ของวงว่ากีต้าร์จะค่อนข้างโดดเด่น ถ้าดอนผีบินฟังออกมาอย่างนี้ปุ๊ปรู้เลยจุดหลักของเราที่เป็นแก่นสารที่สุดของการทำงานก็คือ สิ่งใหม่แล้วก็สร้างสรร ถ้าเทปชุดใหม่ออกมันจะต้องมีสิ่งใหม่ ที่สร้างสรร เราจะไม่หยุดอยู่กับที่
ช่วง 3 ปีนี่มีคนมาติดต่อให้ไปทำงานด้วยกันมั้ยคะ
ไม่มีครับ สองปีสามปีที่ผ่านมาเราก็มีค่ายประจำ หมายถึงว่า แต่ละชุดเราก็เปลี่ยนการทำงานกับแต่ละค่ายไป
ในช่วง 3 ปีที่ระหว่างทำงานช่วงนี้ มีเข้ามาติดต่อมั้ยคะ
ไม่มีครับ ช่วงนั้นเราก็หายไปเลย ไปทำงาน
การเปลี่ยนบริษัทในการทำงานบ่อยมีผลดีผลเสียมั้ยคะ
ผลเสียไม่ค่อยมีสำหรับเรานะ แต่ส่วนมากจะเป็นผลดี ทำให้เราเห็นมุมมองหลากหลาย บางครั้งเราเห็นภาพเฉพาะภาพดูยิ่งใหญ่ แต่พอทำ ๆ แล้วก็ใช่ แต่ตรงนั้นเล็ก ๆ แต่พอไปดูก็ใช่ ทำให้ช่วงเดินทางแต่ละชุดแต่ละปีที่ผ่าน ๆ มาเราไม่หยุดอยู่กับที่ ทำให้เราไม่เจอเหตุการณ์ที่ซ้ำซาก เราเห็นตรงนี้เราสามารถมองกว้างออกไป คือ ในเรื่องของวงการ ในเรื่องของการพัฒนาเพลงบ้านเรา เราจะเห็นว่ามันเปลี่ยนไป
มั่นใจแกรมมี่
ตรงนี้เรารู้สึกไม่กังวลนะฮะ คือหลังจากเราบันทึกเสียงเสร็จแล้ว เรารู้สึกว่าหน้าที่ของเราเสร็จสิ้นลงแล้ว แล้วก็ในเรื่องของการขยายผลก็จะเป็นเรื่องของทางบริษัท จะเป็นหน้าที่ของเค้าไปที่เค้าจะต้องรับไปทำ เราก็คิดว่า เค้าก็คงจะทำสมบูรณ์เต็มที่ ในฐานะที่ เค้าเป็นตัวแปรที่จะต้องขายที่จะต้องเผยแพร่
มองแกรมมี่เพราะว่า แกรมมี่เค้ามีโครงการณ์เรื่องอนุรักษ์ธรรมชาติ แค่นั้นหรือเปล่าคะ เพราะนี่คือเทปหนึ่งชุดก็คือหนึ่งค่าย แกรมมี่ก็คืออีกค่ายนึง
แกรมมี่นี่ทางเรามองว่า เอ๊ะ ที่ใหญ่ๆ เราก็เคยทำงานร่วมกันมาแล้ว อย่างวอร์เนอร์ ก็มีแกรมมี่ที่เรายังไม่มีโอกาสที่จะเข้าไปร่วมงานทางเค้า แต่พอดีมาถึงวันที่ประจวบเหมาะ กับประสบการณ์ที่ทำงานมา 4-5 ชุด แต่เค้าอาจจะเข้าใจและเห็นตรงนี้ ก็เลยลองมาเสนอ
พูดถึงค่ายใหญ่ก็จะมีค่ายใหญ่อีกหลายค่าย แต่แกรมมี่นี่คือเด่นที่สุดในช่วงนี้หรือคะ
ก็คิดว่าน่าจะลองเสนอตรงนี้ดูก่อน
จากนี้คือชุดนี้แกรมมี่ แล้วชุดต่อไปอาจจะเป็นอาร์เอส หรือค่ายอื่นอีกมั้ย
ผมว่าอันนี้เป็นเรื่องของเวลานะครับ แต่ว่างานนี่มีแน่นอนครับ งานนี่ก็จะเดินไปสม่ำเสมอ จริง ๆ เราก็ไม่ได้กำหนดนะครับว่าเราจะเปลี่ยนค่ายไปตลอด มันอยู่ที่ช่วงจังหวะเวลามากกว่าว่า ชุดก่อน ๆ เราก็จังหวะตรงนั้นคุยกันลงตัวพอทำงาน ทำงานมาเรื่อย ๆ ค่ายเก่าคงไม่เอาเรา (หัวเราะ) ก็คุยค่ายใหม่ ก็ลงตัวตรงนี้ วันเวลาตรงนั้นเหมือนกับเป็นจังหวะที่ค่อนข้างลงตัวตรงนี้ว่าอัลบั้มชุดที่ 6 เรามาอยู่ที่นี่ ก็ไม่ได้คิดว่าชุดหน้าจะย้ายไปที่ไหนอีก อาจจะทำกับที่นี่ต่อก็ได้ ถ้าเค้าทำกับเรา(หัวเราะ)
อันนี้แค่ชุดต่อชุดใช่มั้ย
ครับ
ทำต่อหรือไม่ทำต่อ คือขึ้นอยู่กับใคร ทางแกรมมี่หรือคะ
ก็คิดว่าคงจะมีส่วนนะครับ ถ้าเค้าไม่ทำกับเรา เราจะไปทำก็้ไม่ได้
ไม่ค่ะ ถ้าเค้าอยากทำต่อ แต่ว่าความพอใจที่เราจะทำต่อนี่มันคือตรงไหนน่ะ
คิดว่าจะต้องเสนอโปรเจ็คที่ว่าชุดนี้ผมอยากทำเรื่องนี้ แล้วผมจะต้องเก็บข้อมูลเป็นระยะเท่าไหร่ ก็อยู่ที่ว่าเค้าจะรับตรงนี้มั้ย
ถ้ามีการบีบเรื่องเวลา หมายถึงว่าคุณต้องเสร็จเวลานี้
ผมคิดว่าคงต้องดูเหตุการณ์ข้างหน้าว่าเป็นยังไง
เพราะเค้าก็ไม่ได้มาเน้นเรื่องการตลาดว่า เพลงต้องขายต้องอะไรใช่มั้ยคะ
ใช่ ค่อนข้างที่จะเป็นเฉพาะวง
วางพวกทัวร์คอนเสิร์ตอะไรไว้มากกว่าเดิมมั้ยคะ
ยังครับ
ตอนนี้ถ้ารับงานนอกต้องผ่านแกรมมี่มั้ยคะ
ใช่ครับ แต่คงไม่ทุกอย่างต้องคุยรายละเอียดกัน แต่คงไม่มีใครเอาไปโชว์ตัวหรอก
พอไม่มีงานก็หายไป คนอื่นหาไม่เจอ เราตั้งใจอย่างงั้นหรือเปล่า
ตรงนี้ก็มีส่วนคือ บังเอิญเราไม่ได้ตั้งรกรากหรืออยู่เป็นแก่นสาร ไม่ถือว่าเป็นมืออาชีพที่ปักหลักทำงานอยู่ตรงนั้นตรงนี้ชัดเจน เออ ใครสนใจติดต่อตรงนั้นตรงนี้ แต่เราคำนึงอยู่ตลอดเวลาว่า เป็นประชาชนธรรมดาคนนึงที่อยากจะทำงานศิลปะ ก็ไม่ได้พะวงว่าใครจะมาติดต่ออยากไปไหนก็ไป ก็เลยเหมือนกับสาปสูญ
ที่หายไปนี่คือทำเพลงอย่างเดียวหรือคะ
ก็เก็บข้อมูล ไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่น
กลุ่มแฟนของจริง ๆ เราประมาณไหนคะ
แฟนคลับนี่ประมาณ 5-6 หมื่น
แล้วงานชุดก่อน ๆ ขายได้เยอะมั้ย
ก็ขายได้เรื่อย ๆ ถ้าเทียบกับดนตรีทั่วไป แต่ของเรานี่ไม่ขึ้นไม่ลง มันอยู่ได้ตลอดชีวิตของมัน
เข้ามาที่นี่ผลประโยชน์ที่ได้มันมากกว่าที่เราอยู่ที่อื่น หรือว่าเราทำเอง
ตรงนี้นี่ก็ไม่มีอะไรมากครับ ทำไปแล้วก็ในส่วนของการวางขายอะไรต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องของการที่จะต้องมาคุยกันทีหลังว่ายอดขายจะต้องตรวจรับเท่าไหร่ยังไง มันเป็นข้อปลีกย่อย
อยู่ใต้ดินค่อนข้างอิสระ การทำตัวอิสระมาตรงนี้เราเตรียมตัวยังไงบ้าง
เป็นปรกติเหมือนเดิมทุกอย่าง อันเดอร์กราวน์ คือเรามาแบบอันเดอร์กราวน์ พูดง่าย ๆ คือ ดอนผีบินปรากฎการณ์ ปรากฎกายกับอัลบั้มเฉพาะกิจ คือไม่ได้เป็นสังกัด 5 ปี ภาพพจน์ไม่เปลี่ยนเลยเข้ามาแบบอิสระ เข้ามาแบบสบาย ๆ ไม่ได้เข้ามาอยู่ในกฎเกณฑ์
นี่อยู่ในข้อตกลงหรือเปล่าคะว่าเราจะขออิสระ
ก็ไม่ขอเลยครับ ก็ยังเหมือนเดิม งานเพลงที่ทำก็เหมือนเดิมครับ มานั่งคุยกันวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม
แต่ว่ารับงานนอกต้องผ่าน
ตรงนี้ยังไม่ทราบครับ พึ่งก้าวเข้ามา มาถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้คุยกัน
ได้ทำดนตรีกี่ตัว
2ตัวครับ ผมว่ามันเป็นสิ่งหนึ่งที่มันสื่อออกไป มันเป็นส่วนนึงที่จะทำให้งานเพลงของเราเป็นทีรู้จักในวงกว้าง ว่าที่ผ่านมาในส่วนของทีวีเราจะน้อยมากครับ
เหมือนทำให้เราจับต้องง่ายขึ้น
คือ ผมคิดว่าสื่อทีวีเนี่ย กว้างกว่าทุก ๆ สื่อ เข้าไปถึงบ้านนอกบ้านนามีหมด ก็ทำให้คนเค้ารู้จักเรามากขึ้นนะครับ การเผยแพร่งานก็จะไปได้ทั่วถึงมากขึ้น ซึ่งตรงนี้ก็ไม่ได้หมายถึงยอดขายอะไร คนรู้จักเราเค้าก็สนใจว่าเราทำอะไร
ลักษณะเอ็มวีนี่คือเป็นดนตรีใหม่ เราเล่นกีต้าร์แบบฝรั่งหรือว่าเราเป็นจินตนาการที่ถ่ายทอดออกมา
ในส่วนนี้ทางทีมงานเค้าเป็นคนจัดทำเอ็มวีเราพึ่งถ่ายกันไปเมื่อวานก็เลยยังไม่ได้ดูว่าภาพจะออกมาเป็นยังไง ก็ปรกติทั่วไป แต่คอนเซ็ปต์หลักใหญ่ก็เป็นละครสั้นมีตัวละครมีเรื่องราวที่สอดคล้องกับเนื้อหาของเพลงที่เน้นอยู่แล้วว่า เนื้อหาพูดถึงอะไรต่าง ๆ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการเล่นของนักดนตรีบทละครแล้วก็เนื้อหาของเพลงเข้ามาผสมกัน
ฝากอะไรถึงแฟนเพลงทั้งกลุ่มใหม่กลุ่มเก่าที่รอฟังผลงานเรา
สำหรับกลุ่มเก่านี่คิดว่าไม่มีปัญหานะครับ เพราะว่าทางวงได้ทำงานเต็มที่เกี่ยวกับความตั้งใจ คิดว่าแฟนเพลงเก่าต้องไม่ผิดหวังแน่นอนตลอดเวลาของการทำงานการหาข้อมูลต่าง ๆ ใช้เวลานานแล้วก็ทุ่มเทตั้งใจ สำหรับกลุ่มใหม่นี่เราก็คาดหวังว่า ลองเปิดโอกาสตัวเองฟังเพลงของเราบ้าง แล้วก็คิดพิจารณาแล้วจะรู้ว่ามีเรื่องราวเนื้อหาสาระดี ๆ ให้กับชีวิต การฟังเพลงของเราอาจจะมีประโยชน์กับความคิดเป็นเพื่อนเป็นกำลังใจทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในนั้น คิดว่ากลุ่มใหม่ผมก็มั่นใจว่าเค้าจะต้องฟังของเราแน่นอน ว่าเราเป็นตัวหนึ่งที่เข้าไปแนะนำตัวให้เค้ารู้จัก ว่าอันนี้เป็นสิ่งหนึ่งเป็นการสร้างสรรอะไรใหม่ ๆ ลองฟังดู อาจจะเปลี่ยนชีวิตเปลี่ยนความคิดอะไรใหม่ๆ หลาย ๆ อย่างให้ก้าวขึ้นไปอีกจุดนึงได้








หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง



  << ย้อนกลับ  
 
 

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ดอนผีบิน ลบภาพ เพลงใต้ดิน โผเข้าสู่ค่ายยักษ์ เพื่อสานฝันของเขาอีกครั้ง

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 54

  1. Re: ดอนผีบิน ลบภาพ เพลงใต้ดิน โผเข้าสู่ค่ายยักษ์ เพื่อสานฝันของเขาอีกครั้ง

  2. Re: ดอนผีบิน ลบภาพ เพลงใต้ดิน โผเข้าสู่ค่ายยักษ์ เพื่อสานฝันของเขาอีกครั้ง

  3. Re: ดอนผีบิน ลบภาพ เพลงใต้ดิน โผเข้าสู่ค่ายยักษ์ เพื่อสานฝันของเขาอีกครั้ง

  4. Re: ดอนผีบิน ลบภาพ เพลงใต้ดิน โผเข้าสู่ค่ายยักษ์ เพื่อสานฝันของเขาอีกครั้ง

    • ความคิดเห็นที่51
    • ตั้งแต่หน้าปก อาร์ตเวิร์ก เนื้อร้อง เสียงร้อง ดนตรี ทั้งเพลง ทั้งอัลบั้ม ถือได้ว่า สุดยอดทั้งหมด โดยที่แฟนๆ ยกนิ้วให้เลยคับ ไม่มีสาวกคนไหนปฏิเศษงานของดอนผีบินได้เลย

      นี่คือวงดนตรีที่ถือได้ว่าเหมาะสมกับคำว่า ศิลปิน อยางแท้จริง
    • Naroxphoom666 รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: Naroxphoom666
      • เมื่อ[17 สิงหาคม 2551 - 05:37 น.]
      • IP[222.123.200.XXX]

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้