แค่เปิดเวที มารูน ไฟว์ ก็ทำให้พี่ไทยที่ชอบโอ้เอ้เป็นนิสัยหลายคนต้องพลาดเพลงฮิตๆ ช่วงมันส์ไปเป็นแถวๆ เพราะพวกเขาขึ้นเวทีตรงต่อเวลาตามกำหนด 20.30 น. พอดีเป๊ะ พอเพลงเปิดเวที If I Never See Your Face Again จบปุ๊บ ก็รีบต่อด้วย Makes Me Wonder แบบไม่ยอมให้เสียเวลา ซึ่งเชื่อว่าหลายคนที่ไปสายหรือรอคิวยาวเหยียดอยู่ข้างหน้าคงตีอกชกตัวทึ้งหัวกระจุยกระจาย เพรา set list ของพวกเขา ไม่ได้เก็บเพลงฮิตที่เพิ่งได้รางวัล แกรมมี่ อวอร์ดส์ เพลงนี้เอาไว้เป็นของดีปิดท้าย หรือเล่นซ้ำรอบสองอย่างที่หลายคนคิดกันไปก่อนหน้า
มารูน ไฟว์ ขนเพลงฮิตจากอัลบั้ม It Won't Be Soon Before Long มาเล่นแทบจะหมดทั้งชุด และ อดัม เลวิน ก็ปลุกระดมแฟนๆ ได้ดีในระดับหนึ่ง และไม่ลืมที่จะทักทายด้วยภาษาไทยง่ายๆ ตามธรรมเนียมเหมือนศิลปินต่างประเทศอีกหลายคนที่มาเปิดการแสดงบนเวทีนี้ (แต่คนข้างๆ ที่ไปด้วยก็ยังแอบกระซิบแบบทึ่งๆ ว่า อดัมพูดภาษาไทยชัดเหมือนกันแฮะ!) และความเครื่องร้อนช้าของพี่ไทย กว่าคอนเสิร์ตเริ่มจะคึกคักบ้างก็ต้องรอจนถึงเพลง Wake Up Call และไปพีคเอาในช่วงที่อินกันสุดๆ ในเพลง Won't Go Home Without You ที่น่าจะเป็นไฮไลท์เด็ดของโชว์ในคืนนั้น ตามมาด้วยช่วงส่งท้ายที่คัดเอาเพลงฮิตติดหูคนไทยจากอัลบั้ม Songs About Jane ทั้ง This Love,She Will Beloved, Sunday Morning มาเล่นแบบไม่ให้เสียน้ำใจแฟนเพลงที่ติดตามกันมาแต่ต้น
หลังสิ้นเสียงเพลง She Will Beloved พวกเขาก็เดินย่อยๆ กันออกมาโค้งคำนับคุณผู้ชมอย่างสวยงาม (ท่ามกลางความงงและอารมณ์ที่บิ๊วไว้ก็ค้างเติ่ง! ว่าอยากสนุกทั้งทีทำไมเวลาช่างสั้นนัก) เหลือบไปดูนาฬิกาก็เป็นเวลา 4 ทุ่มเป๊ะ จนอดนึกเล่นๆ ไม่ได้ว่า ถ้าจะขอ อองกอร์ อีกรอบ พวกเขาจะยอมออกมามันส์ต่อกับแฟนๆ อีกไหมนี่!
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์