
กลายเป็นคอนเสิร์ตที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากประจำปีเลยก็ว่าได้ กับมหกรรมคอนเสิร์ต "KTC LOVEiS WINTER FESTIVAL 2007" งานที่โปรโมทอย่างหรูหราว่า เตรียมเนรมิตรพื้นที่โบนันซ่า เขาใหญ่ ให้กลายเป็นมหกรรมดนตรีที่อบอุ่นประทับใจที่สุด พร้อมทั้งย้ำชัดเจนว่า จะไม่มีปัญหาใดๆ ให้ผู้ชมต้องเดือดร้อนเหมือนครั้งแรกที่จัดขึ้นเมื่อปีที่แล้วนั้น
การณ์กลับกลายเป็นว่า เมื่อคอนเสิร์ตครั้งนี้เสร็จสิ้นลง ก็ได้รับคำวิจารณ์ (บางส่วน) ในทางลบ ตามออกมาจนได้
คอนเสิร์ตครั้งนี้ ทีมผู้จัดคือ อาร์เอส เฟรชแอร์ บริษัทในเครืออาร์เอส จำกัด (มหาชน) จับมือกับค่ายดนตรี เลิฟ อิส นำโดย บอย โกสิยพงศ์ ตระเตรียมโปรเจคท์ครั้งนี้เป็นเวลาแรมเดือน จนกระทั่งวันงานจริงคือวันที่ 8 ธันวาคมมาถึง
รถยนต์-รถโดยสาร รถประจำทาง ราว 60-70 % (จากการคาดคะเนโดยสายตา) หลั่งไหลจากกรุงเทพฯ มุ่งตรงสู่เส้นทางปากช่อง จากการสอบถามผู้ชมบางส่วน บางคนบอกว่า ไม่อยากเจอกับปัญหารถติดโดยเฉพาะบริเวณภายในโบนันซ่า จึงออกเดินทางกันตั้งแต่เช้า โดยจับความได้ว่า หากเดินทางไปถึงโบนันซ่าประมาณเที่ยงหรือบ่าย ก็น่าจะเป็นระยะปลอดภัยต่อการจราจร และมีเวลาพอจะจับจองที่นั่งเหมาะๆ ในโซนของตัวเองไว้แต่เนิ่นๆ
ถือเป็นกลุ่มคนที่โชคดีที่สุดในวันนั้น
แต่หลายคนที่ไปร่วมงานก็ใช่ว่าจะโชคดีมีแต่ความราบรื่นไปทั้งหมด ด้วยเหตุผลส่วนตัวของแต่ละคน มีผู้ชมจำนวนไม่น้อยที่อาจติดภาระหน้าที่หรือชะล่าใจออกเดินทางช้าไปหน่อย พอราว 16.00 น. ความโกลาหลเกี่ยวกับการจราจรภายในโบนันซ่าก็เกิดขึ้น แม้จะมีป้ายบอกเป็นระยะๆ กำกับด้วยลูกศรสีแดงตัวโตๆ ริมถนนภายในเขาใหญ่ว่าสามารถเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ ได้ 2 ช่องทาง แต่ด้วยความคับแคบของช่องทาง บวกกับจำนวนรถที่มากขึ้นเรื่อยๆ การจราจรภายในหมู่บ้านเล็กๆ ตลอดเส้นทางไปยังโบนันซ่าจึงไม่ต่างอะไรกับถนนสายสุขุมวิทหรือสีลมในเย็นวันศุกร์
ที่น่าฉงนคือ การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งในบริเวณนั้น ที่พยายามจะเปิดช่องทางให้รถบัสคันใหญ่ที่ย่อยๆ เข้ามาประมาณ 5-6 คัน ได้แซงรถคันเล็กๆ ขึ้นไปก่อน โดยอาจไม่มีการแจ้งหรือวิทยุสั่งการกับอีกฝั่งหนึ่ง จึงทำให้รถที่สวนเลนมาต้องคอยหลบอย่างทุลักทุเลคันแล้วคันเล่า
ไม่นับถึงการเดินทางภายในโบนันซ่า ที่แม้จะมีระยะทางราว 2.5 กม. เท่านั้น แต่กลับใช้เวลาเป็นชั่วโมงในการเดินทางเพื่อขึ้นไปยังบริเวณงาน หลายคนเริ่มรู้สึกไม่พอใจกับการเสียเวลาเป็นชั่วโมง เพื่อที่จะพบว่า ที่จอดรถภายในบริเวณงานที่คุยว่ากว้างขวางเหลือเฟือ กลับมีไม่เพียงพอ จนต้องเลี้ยวขวาเข้าไปจอดรถในแปลงข้าวโพดเก่าที่เป็นสันดอนเต็มไปหมด! และต้องเดินเท้าราว 1.5 กม. เพื่อจะไปแลกริสท์แบนด์เข้างาน โดยที่หลายคนต้องแบกเสื่อ กระเป๋าเป้ ถุงนอน เตนท์ เครื่องดื่ม หรือข้าวของจิปาถะเข้าไป
ที่ชวนให้เสียความรู้สึกอย่างมากคือ ภายในบริเวณลานจอดรถนั้นไม่มีความเป็นระเบียบเอาซะเลย ไม่มีเส้นกั้นชัดเจน รถหลายคันจอดซ้อนกันแบบตามใจฉัน รวมถึงการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ที่ดูเหมือนจะเป็นอัมพาตอยู่บ่อยครั้ง คล้ายช่องสัญญาณจะเต็มจนไม่สามารถติดต่อใครได้ช่วงหนึ่ง
พอแลกบัตรเป็นสายรัดข้อมือสีต่างๆ ที่บอกโซนนิ่งชัดเจน ทั้งส้ม-แดง-ฟ้า-เขียว-เหลือง เราก็หวังว่าจะได้จับจองที่นั่งในโซนของเราเองให้เสร็จๆไป จะได้นั่งดูคอนเสิร์ตให้หายเซ็ง (โดยไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ที่นั่งที่ดีอะไรนัก เพราะกว่าจะเข้าไปถึงงานก็ราว 19.00 น. คนก็แน่นไปหมดแล้ว) แต่ก็ต้องอารมณ์เสียกับเหล่าผู้ชมที่ออกันแน่นเต็มทางเดินยาวไปจนถึงบนเขา เพราะท่านเหล่านั้นไม่ได้มีการขยับช่องทางให้คนมาหลังขึ้นไปได้ คลื่นคนจึงติดแหง่กตรงทางเดินอยู่นาน หลายคนถอดใจ ไหนๆ ก็มาแล้ว ก็ยอมแยกไปปูเสื่อหาที่นั่งกันในป่ามืดๆ แต่ก็ได้ยินหลายเสียงพูดกันมาว่า ปัญหาเรื่องที่นั่งคงไม่เกิด ถ้ามีสตาฟเข้าไปดูแลทั่วถึงทุกโซน จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์ผู้ชมบางคนนั่งมั่วโซนกัน หรือนึกจะนั่งตรงไหนก็นั่ง หรือเหลืออดกับการต่อคิว ก็ต้องจำใจนั่ง
เรื่องความปลอดภัยและการควบคุมผู้ชมในโซนต่างๆ คือจุดบกพร่องของงานที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าเรื่องการจราจร จากการสอบถามสตาฟเสื้อสีส้มและจากริสท์แบนด์สีแดงที่ติดข้อมือตัวเองอยู่ ได้รับคำแนะนำจากฝ่ายพีอาร์ว่า เป็นริสท์แบนด์ที่สามารถเข้าถึงบริเวณหน้าเวทีได้ตลอด (สังเกตว่าช่างภาพและผู้สื่อข่าวส่วนใหญ่จะสวมริสท์แบนด์สีแดง) แต่เมื่อถึงเวลาทำงาน ด้านหน้าเวทีกลายเป็นโซนสีรุ้ง วุ่นวายจอแจ หลายคนเป็นผู้ชมที่ถือโอกาสมั่วนิ่มขึ้นมาถ่ายรูป เด็กผู้หญิงกลุ่มหนึ่งส่งเสียงดังตลอดเวลา พร้อมกับเรียกเพื่อนๆ ขึ้นมาออกันหน้าเวที
และเราก็ได้เจอกับเหตุการณ์นี้ด้วยตัวเองขณะที่กำลังจะเดินขึ้นไปถ่ายภาพบริเวณด้านหน้าเวที
ช่างภาพ : คุณๆ คอกนี้เดินผ่านได้หรือเปล่า (คอกกั้นระหว่างโซนบัตรสีเหลืองกับเตนท์ศิลปินและเวที ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านข้างฝั่งซ้ายของเวทีคอนเสิร์ต) สตาฟ : ไม่ได้ครับ ตรงนี้ผ่านได้เฉพาะบัตรสีเขียว สีส้ม กับสีฟ้า ช่างภาพ : โอเค ไม่เป็นไร
แต่ยังไม่ทันขาดคำ ก็มีเด็กสาว 2-3 คน สังเกตว่าสวมริสท์แบนด์สีเหลือง กับอีกคนที่ไม่มีริสท์แบนด์ที่ข้อมือ จูงมือกันเดินลอดคอกกั้นที่ว่านั้น เข้าไปทางหลังเวทีแล้วลัดขึ้นมาบริเวณด้านหน้าโดยผ่านหูผ่านตาเจ้าหน้าที่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ!!
........................................
เราจึงต้องเดินลัดตัดหน้าเวทีที่มีคนจับจองพื้นที่อยู่เต็ม จนไม่มีช่องว่างให้เดินเลาะ ด้วยความที่กลัวเสียงสรรเสริญบิดามารดา ก็ต้องค่อยๆ ถอดรองเท้า กะย่องกะแย่งไปจนถึงหน้าเวที ในขณะที่บางคนเผลอไปเหยียบเสื่อเหยียบเบาะนั่งของใครเข้า ก็เจอเสียงด่าลอยลมตามมาให้หงุดหงิดใจเล่น
คอนเสิร์ตดีๆ บางทีอาจทำให้หลายคนลืมความเซ็งได้ แต่ก็ยังไม่น่าใช่หรับงานนี้อยู่ดี เพราะแต่ละวงที่ทยอยขึ้นไปเล่นก็ไม่ได้เต็มที่อะไรนัก อาจจะมีบางช่วงที่แทบจะทุกคนในงานพร้อมใจกันสนุกเช่นในช่วงของ กรูฟ ไรเดอร์ส หรือช่วงที่ปล่อย โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เป็นแม่เหล็กเรียกผู้ชมตอนดึกก็ยังไม่ถึงกับเลวร้าย หากเทียบกับ โมเดิร์นด็อก ที่สอบตกโดยสิ้นเชิง หากไม่เป็นเพราะไฮไลท์ต่างๆ ของงานที่มาดึกเกินไปทำให้หลายคนเหนื่อยเกินกว่าจะมีอารมณ์ร่วม แต่อย่างไรก็ดี ศิลปินอีกหลายคนก็พกสปิริทมาเต็มเปี่ยม พยายามสร้างความคึกคัก สร้างสีสันให้กับงาน รวมถึงแม่งานอย่าง บอย โกสิยพงษ์ ที่ออกมาขอโทษขอโพยความบกพร่องต่างๆ นานา แต่ก็ไม่น่าจะทำให้บรรยากาศโดยรวมดีขึ้นได้เท่าไหร่
แม้กระทั่งงานเลิกก็ใช่ว่าทุกอย่างจะราบรื่น กองขยะจากคนนับหมื่นที่เหลือทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้ากับทัศนียภาพที่ร่ำลือกันนักหนาว่าสวยที่สุดในพื้นที่ ยิ่งตอกย้ำลงไปอีกว่างานในครั้งนี้ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องมลภาวะและสิ่งแวดล้อมเลยสักนิด แม้แต่การเชิญชวน ชักจูง ให้ผู้ชมช่วยกกันคนละไม้คนละมือหลังการแสดง ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ถูกละเลยอย่างไม่น่าให้อภัย
ราว 13 ชั่วโมงของคอนเสิร์ตตั้งแต่บ่ายสี่โมงของวันเสาร์ไปจนถึงเช้ามืดวันอาทิตย์ เราได้รับฟังหลากหลายความเห็นจากผู้ชมในวันนั้นที่สะท้อนถึงการจัดงานและบทบาทของออกาไนเซอร์ของงานคือ อาร์เอส เฟรชแอร์ ได้ดี หลายคนบอกว่าถือเป็นงานที่สนุก ประทับใจ และปีหน้าจะกลับมาใหม่ หลายคนเฉยๆ ไม่ได้โอดครวญอะไรนัก (กลุ่มนี้น่าจะเป็นเสียงของเหล่าเอเจนซี่) และอีกไม่น้อยที่ต้องพาความไม่ประทับใจในหลายๆ ด้านกลับไปบ้าน
เวลานี้คนที่ได้รับกระถางดอกไม้เปล่าๆ อย่าง บอย โกสิยพงศ์ อาจเป็นคนที่น่าเห็นใจที่สุด เพราะตลอดค่ำคืนวันนั้น เขาเองเป็นคนที่คอยออกรับและแสดงความเป็นห่วงเป็นใยผู้ชมกว่า 2 หมื่นคนเท่าที่ทำจะได้ หากมองในแง่ของผู้ที่ผลักดันให้งานในวันนั้นเกิดขึ้น เขาเองก็ควรจะถูกผู้ชมตั้งคำถามไม่น้อยไปกว่าฝ่ายอื่นๆ แต่สิ่งที่หลายคนไม่พอใจคือ ปฎิกิริยาของทางอาร์เอส เฟรชแอร์ ที่ยังนิ่งเฉย และไม่มีถ้อยคำชี้แจงหรือการน้อมรับข้อผิดพลาดออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ถ้าจะว่ากันแรงๆ ในมุมของหลายคนอาจมีคำถามเกินเลยไปถึงขั้นที่ว่า ทางอาร์เอส เฟรชแอร์คำนึงถึงแต่เรื่องยอดขายบัตรและกำไรมากกว่าความพอใจของผู้ชม ทีมงานที่หละหลวม ไม่มีการตรวจสอบอาวุธหรือความปลอดภัยทั้งๆ ที่จำนวนผู้ชมถึง 2 หมื่นคน กับการพกพาสิ่งของเข้างานแบบไม่มีข้อห้ามน่าจะต้องเข้มงวดที่สุด การปล่อยปละละเลยให้มีคนบางกลุ่มเห็นช่องทางหากิน ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่จะแวะรับส่งผู้ชมเฉพาะที่จอดรถชั่วคราวด้านนอกมายังบริเวณงาน หรือการคิดค่าจอดรถที่ไม่ได้มีการแจ้งล่วงหน้าอีกคันละ 200 บาท ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นฝีมือของใคร
ไม่ต้องออกมาถามถึงความประทับใจอะไรหรือโครงการใดๆ ที่จะดันทุรังให้จัดต่อไปในปีหน้า เพราะ ณ เวลานี้ หลายคนรอแต่เพียงว่า ฝ่ายจัดงานตัวจริงจะออกมาให้คำตอบอย่างไรหลังความล้มเหลวของงานถูกเปิดเผยให้เห็น
++ รวมภาพบรรยากาศจากคอนเสิร์ต KTC LOVEiS WINTER FESTIVAL 2007 ให้ชม ที่นี่++
นำเสนอโดย
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
|
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: KTC LoveiS Winter Festival : ล้มเหลว หละหลวม ละเลย
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 71
Re: KTC LoveiS Winter Festival : ล้มเหลว หละหลวม ละเลย
พี่บอยเราว่า ไม่ได้ทัมไรผิดอยุแร้วช่ายม่ะ
ชอบเพลงพี่บอยมาก มีความสามารถอย่างแรง
แระศิลปินนัย Love is ดีทุกคน
ที่ผิดควรจะเปน RS ทัมมัยจัดงานแบบนี้ แร้วไม่ออกมารับผิด
เลวมากอ่า
ขอว่าหน่อยเหอะ
เราเบื่อ RS มาตั้งนานแระ
ชอบทัมไห้คนอื่นมีปันหา ศิลปินตัวเองก้อเน้นหน้าตา
ยกเว้น บางกลุ่ม ~
เม่ชอบ RS แต่รัก Love is รักพี่บอย
Re: KTC LoveiS Winter Festival : ล้มเหลว หละหลวม ละเลย
Re: KTC LoveiS Winter Festival : ล้มเหลว หละหลวม ละเลย
ดีนะที่ดิฉันได้บัตรฟรีมาเลยเดินไปดูเข้าแค่ 15 นาทีก้อกลับบ้านแล้ว
รู้สึกอึดอัดคนเยอะเกินกว่าสถานที่จัดงาน .........ดีนะที่ฉันไม่เสียตังซื้อบัตรไม่งั้นคงเสียตังเสียดายเวลาแย่เลย น่าสงสารคนที่ซื้อบัตรไปดูที่นอนก้อไม่มีห้องนำ้ก้อแย่
Re: KTC LoveiS Winter Festival : ล้มเหลว หละหลวม ละเลย
แต่ยอมรับเรื่องขยะ กะห้องน้ำ ที่ไม่พร้อม
ปัญหาก็มีคะ แต่พอให้อภัยได้
บรรยากาศดี มาก ดูดี กว่านี้มาก
ทุกอย่างเสีย เพราะ ออร์แกไน ห่วยๆๆ ไร้ฝีมือ
คิดแต่เรื่องผลกำไรของตัวเอง
อย่าง บริษัท อาร์เอส ห่วยๆๆๆๆๆๆ
ปิดไปเหอะ อย่าทำต่อไปเลย บริษัท ห่วยอย่างนี้
นักร้องก็ห่วย ผู้บริหาร ก็เห็นแก่ตัว
Re: KTC LoveiS Winter Festival : ล้มเหลว หละหลวม ละเลย
ส่วนนักร้องดีค่ะ เพราะมาก แต่ไม่สามารถกลบสิ่งแย่ๆที่เกิดขึ้นได้ หากคิดจะจัดอย่างนี้อีก เอาคนมีหัวคิดก็ดีนะคะ หรือทำบัตรราคาถูกไปเลย
และก็ไม่เห็นตื่นเต้นกับนักร้องเลยว่า โห..เป็นครั้งแรกที่มีคนฟังมากถึง 20000 คน. อือ ที่มันนั่งกันอยู่หน่ะเสียดายตังทั้งนั้น อึดอัด เมากันเละ บุหรี่คลุ้ง ไม่นึกว่าอยู่ป่า นึกว่าอยู่ในผับบาร์ซะอีก
Re: KTC LoveiS Winter Festival : ล้มเหลว หละหลวม ละเลย
Re: KTC LoveiS Winter Festival : ล้มเหลว หละหลวม ละเลย
Re: KTC LoveiS Winter Festival : ล้มเหลว หละหลวม ละเลย
Re: KTC LoveiS Winter Festival : ล้มเหลว หละหลวม ละเลย
Re: KTC LoveiS Winter Festival : ล้มเหลว หละหลวม ละเลย
Re: KTC LoveiS Winter Festival : ล้มเหลว หละหลวม ละเลย
Re: KTC LoveiS Winter Festival : ล้มเหลว หละหลวม ละเลย
Re: KTC LoveiS Winter Festival : ล้มเหลว หละหลวม ละเลย
เสียความรู้สึกสุด ๆ ทำยังกะดูฟรี ทั้ง ๆ ที่เสียตังคนละ 1500-3000 บาท
Re: KTC LoveiS Winter Festival : ล้มเหลว หละหลวม ละเลย
เมื่อว่านดูรายการช่อง 9 เกี่ยวกับการเป็นเจ้าภาพของไทย
บอกว่มาว่า การจัดงานมหาลัยโลกซึ่งถือว่าเป็นระดับโลกแย่
กว่าการจัดการกีฬาซีเกมส์ที่ นครราชสีมา สะอีก
งานนี่ไม่บอกก็คงรู้นะ RS ว่่านายควรทำไง ขนาดงานซีเกมส์
ที่มีแค่ 11 ชาติเข้าแข่งไม่ใช่งานที่ใหญ่มากและอยู่ภาคอีสาน
เขาทำได้ดีกว่า นายที่อยู่ในเมืองหลวง สงสารRS
น่าจะพูดถึงนักร้องในบริษัทด้วยนะ 555
Re: KTC LoveiS Winter Festival : ล้มเหลว หละหลวม ละเลย
ฃอุสาเดินไปเอาถึงในป่า
Re: KTC LoveiS Winter Festival : ล้มเหลว หละหลวม ละเลย
Re: KTC LoveiS Winter Festival : ล้มเหลว หละหลวม ละเลย
Re: KTC LoveiS Winter Festival : ล้มเหลว หละหลวม ละเลย
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์