AJOO ( อาจู ) หนุ่มน้อย Valentine Boy | Sanook Music

AJOO ( อาจู ) หนุ่มน้อย Valentine Boy

AJOO ( อาจู ) หนุ่มน้อย Valentine Boy
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
AJOO ( อาจู ) ศิลปินหน้าใหม่จากเกาหลีวัยเพียง 17 ปี กลายเป็นที่จับตามองจากสื่อต่างๆ เพียงชั่วข้ามคืน จากการเปิดตัวซิงเกิ้ลแรก First Kiss ในวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ 2008 ก่อนที่จะมีการเดบิวต์อย่างเป็นทางการด้วยซ้ำไป บุคคลสำคัญในวงการเพลงเกาหลีต่างพูดถึง อาจู ว่า เขาคนนี้นี่แหละจะกลายเป็นคลื่นลูกใหม่ที่โด่งดังที่สุดในปี 2008 นี้อย่างแน่นอน

และก่อนที่ อาจู จะเปิดตัวการเป็นนักร้องหน้าใหม่ได้อย่างสวยงามนั้น เขาได้รับการฝึกฝนอย่างหนักจากทาง STAM Entertainment ต้นสังกัดมากว่า 6 ปี ไม่ว่าจะเป็นการ้อง และการเต้น และเมื่อ อาจู ได้บินมาโปรโมตอัลบั้มที่เมืองไทย ทางทีมข่าวบันเทิงของเรา ก็เลยได้รับสิทธิพิเศษสุดๆ ได้เข้าไปนั่งพูดคุยกับหนุ่มน้อยคนนี้แบบใกล้ชิดและเป็นกันเอง จะน่ารัก น่าหยิก ขนาดไหน ติดตามชมได้เลยค่ะ.....



อาจู ช่วยทักทายและแนะนำตัวกับแฟนๆ หน่อยค่ะ ?
สวัสดีครับ ผมชื่อ อาจู ครับ มาเมืองไทยคราวนี้ผมเอาซิงเกิ้ลเพลง First Kiss มาฝากแฟนๆ ทุกคน และผมมีความสุขมากๆ กับการได้มาเมืองไทยในครั้งนี้ ผมมีความสุขมากกับทุกกิจกรรมที่ได้ทำในเมืองไทยครับ

จุดเด่นของ อาจู คืออะไร และจุดเด่นในเพลงของ อาจู คืออะไร เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้างค่ะ ?
จุดเด่นของผมเหรอครับ ผมคิดว่าคงเป็นเรื่องของน้ำเสียงของผม ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงนิสัยที่จริงใจครับ ส่วนจุดเด่นในเพลงผมคิดว่าคงจะเป็นเรื่องของแนวเพลง แนวเพลงของผมในอัลบั้มนี้จะแตกต่างจากเพลงป็อปธรรมดาทั่วๆ ไป เพลงของผมจะมีความเป็นป็อปร็อคผสมเข้าไปด้วย สำหรับจุดเด่นของผมที่ตรงกับเพลงในอัลบั้มก็คงจะเป็นเรื่องความจริงใจ ที่ดูใสๆ ซื่อๆ มีความจริงใจให้กับทุกคนครับ

ความหมายของเพลง First Kiss คืออะไรค่ะ ถือเป็นนิยามความรักของ อาจู ได้มั้ย ? และความรักในมุมมองของ อาจู เป็นแบบไหนค่ะ ?
ความหมายของเพลงจะเป็นความรักแบบใสๆ น่ารักๆ ถ้าทุกคนฟังเพลงนี้แล้วจะได้รำลึกไปถึงตอนที่ทุกคนมีจูบแรก และถ้าคนไหนที่ยังไม่เคยมีจูบแรก พอฟังเพลงนี้ก็จะสามารถจินตนาการจูบแรกของตัวเองให้เป็นแบบในเนื้อหาของเพลงได้ครับ สำหรับมุมมองความรักของผม ก็จะประมาณว่า หอมหวานแบบช็อคโกแลต และอ่อนโยนเหมือนดอกไม้ครับ ( ยิ้มแบบเขินๆ )

นอกจากเพลงในซิงเกิ้ลของตัวเองแล้ว อาจู ชอบร้องเพลงอะไรมากที่สุดค่ะ และเพราะอะไร ?
ผมชอบร้องเพลงของ จัสติน ทิมเบอร์เลค, มารูน ไฟว์, อัชเชอร์, บียอนเซ่ ฯลฯ ผมชอบดูพวกภาพการแสดงสดของพวกเขาครับ ดูความสามารถของแต่ละคนที่ได้แสดงออกมา และนำมาปรับใช้ให้เข้ากับตัวผมเองด้วยครับ

รู้สึกอย่างไรบ้างที่ตอนนี้ อาจู ได้กลายเป็นไอดอลในใจของใครหลายๆ คน และ อาจู เองมีใครเป็นไอดอลบ้างมั้ย ?
ไอดอลของผมก็คงจะเป็น จัสติน ทิมเบอร์เลค ครับ คือเวลาที่เขาแสดงสดบนเวทีคอนเสิร์ต เขาดูมีเสน่ห์มากๆ มีความโดดเด่นจริงๆ ถ้าทุกคนได้ดูภาพการแสดงสดของเขาก็จะรู้ครับว่าเขาเจ๋งจริงๆ แถมเขายังเป็นผู้นำเทรนด์ต่างๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นจะเรื่องของเสื้อผ้า การเต้น ทุกอย่างเลยครับ

ทุกวันนี้ อาจู ต้องทำงานทุกวัน ฝึกซ้อมอย่างหนัก อาจู มีการดูแลตัวเองอย่างไรบ้างค่ะ ?
การทำงานเพลงในทุกวันนี้ผมสนุกกับมันมากๆ จนไม่รู้สึกว่ามันเป็นการทำงาน สนุกและยิ้มสู้กับทุกอย่าง แบบนี้มันทำให้ผมรู้สึกดีกับการทำงาน และมีผลดีกับสุขภาพจิตด้วยครับ

อาจู คิดว่าตัวเองมีเสน่ห์ตรงไหนค่ะ ?
ผมอยากจะพูดว่าเป็น "ปาก" ครับ คือเมื่อก่อนผมรู้สึกว่า "ปาก" ของผมเป็นปมด้อยมากๆ แต่พอได้เข้ามาทำงานเพลง ทุกคนก็ชมว่า "ปาก" ของผมสวย เป็นสีชมพูสดใส ทำให้ตอนนี้ผมรู้สึกดีและชอบ "ปาก" ของตัวเองขึ้นมาแล้วครับ ( ยิ้มหวาน )

เคยมีใครชวนไปเล่นละครหรือยังไค่ะ และถ้าเลือกได้อยากจะเล่นบทลักษณะไหน ?
เรื่องของการแสดงมันเป็นเรื่องของอนาคตครับ ยังตอบไม่ได้ คือตอนนี้ผมอยากจะทุ่มเทให้กับงานเพลงอย่างเต็มที่ แต่คิดว่าในอนาคตอีกไม่นานทุกคนคงจะได้ชมกันนะครับ ขึ้นอยู่กับแฟนๆ ว่าต้องการให้ผมได้แสดงแบบไหน ผมก็จะแสดงบทบาทที่แฟนๆ อยากให้แสดงครับ

มาประเทศไทยเป็นครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้างค่ะ และประทับใจประเทศไทยตรงไหน ?
ผมรู้สึกปลื้มใจ และประทับใจมากครับ ไม่ว่าผมจะไปที่ไหน ทำอะไร ก็มีแฟนๆ คอยมาตามให้กำลังใจตลอดเวลา ประทับใจมากๆ ครับ มาประเทศไทยครั้งแรกผมได้เห็นอะไรใหม่ๆ ตื่นตาตื่นใจมากๆ ผมได้ไปถนนข้าวสารมาด้วย ได้เห็นบรรยากาศแปลกๆ ใหม่ๆ สนุกดีครับ และผมก็ชอบอาหารไทยมากๆ ผมมีโอกาสได้ชิมต้มยำกุ้ง อร่อยมากครับ

ลองชิมอาหารไทยแล้วหรือยัง เป็นยังไงบ้างค่ะ ?
ผมได้ชิม ต้มยำกุ้ง แล้ว เป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์มากๆ ผมชอบมากๆ ครับ ถ้าเป็นไปได้อยากจะเอากลับไปกินที่เกาหลีด้วยครับ อยากเอากลับไปมากๆ ( หัวเราะ )

ถ้าให้เวลาว่าง อาจู 1 วันเต็มๆ อาจู อยากจะไปทำอะไร กับใครค่ะ ?
อืม...ตั้งแต่ทำงานมา ผมก็มีแต่เวลาซ้อมเต้น และก็มีคิวงานที่แน่นเอี๊ยดตลอด ไม่ค่อยได้ไปไหนกับเพื่อนๆ สักเท่าไหร่ ถ้ามีเวลาว่างจริงๆ ผมอยากจะไปเที่ยวสวนสนุกครับ อยากไปกับแฟนสาว แต่ตอนนี้ผมยังไม่มีแฟนเลยครับ ( หัวเราะ )

ถ้าให้ อาจู มอบของขวัญให้แฟนๆ หนึ่งชิ้น อาจู อยากจะมอบอะไรให้และเพราะอะไรค่ะ ?
( อืม...ทำท่าครุ่นคิดอยู่นานมากๆ ) อืม...ผมอยากให้อะไรที่มันมีความหมาย ผมก็คงอยากจะให้เสื้อยืดครับ เสื้อที่ผมเป็นคนออกแบบลายเอง และก็ทำเองกับมือ เพราะการที่ผมลงมือทำเอง มันทำให้ของสิ่งนั้นมันเป็นสิ่งที่พิเศษมากๆ ครับ

ชื่อของ อาจู เป็นชื่อที่แปลกมาก มีความหมายอย่างไรค่ะ ?
ชื่อ อาจู แปลว่า เป็นผู้นำของเอเชีย ครับ ถ้ามีโอกาสผมอยากจะทำงานในระดับภูมิภาคเอเชียเลย ซึ่งตอนนี้การที่ได้มาโปรโมตอัลบั้มที่เมืองไทย ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่เหมาะสมในการเป็นก้าวแรกที่ได้เริ่มทำงานในระดับภูมิภาคเอเชียครับ

จากที่ อาจู ได้ฝึกฝนการร้องเพลงมาหลายปี มีบ้างมั้ยที่รู้สึกท้อแท้จนไม่อยากที่จะเป็นนักร้อง ?
ช่วงที่ฝึกฝนนั้นเป็นช่วงที่หนักมาก ฝึกหนักมาก เป็นการฝึกการร้อง การเต้น ขั้นพื้นฐาน ซึ่งมันยากมากๆ กว่าจะผ่านได้เนี่ยใช้เวลาพอสมควรเลยทีเดียวครับ ตอนช่วงที่ฝึกขั้นพื้นฐานผมก็เคยคิดเหมือนกันว่า ผมไม่มีความสามารถ ผมเป็นนักร้องไม่ได้หรอก ฝึกซ้อมก็หนักทำไมทดสอบไม่ผ่านซะที หรือว่าผมไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นนักร้อง ตอนฝึกคิดแบบนี้อยู่หลายครั้งเหมือนกันครับ แต่พอผมทดสอบผ่าน แล้วผลลัพท์ที่ได้นั้นมันก็คุ้มค่ากับการที่เราได้ฝึกซ้อมหนักขนาดนั้น การฝึกขั้นพื้นฐานมันสำคัญมากๆ ในการก้าวขึ้นมาสู่การเป็นศิลปินครับ

มีคนตั้งฉายาให้ อาจู เยอะมากๆ รู้สึกยังไงบ้างค่ะ ?
ตอนที่ได้ฉายามาตอนแรกก็รู้สึกกดดันครับ เพราะบางฉายามันทำให้ผมรู้สึกกดดันมาก แต่มันก็ทำให้ผมตั้งใจทำงานเพลงมากขึ้น และต้องทำให้ดีที่สุด เพื่อการที่จะเป็นนักร้องที่ดี และทำให้ทุกคนยอมรับให้ได้ครับ

อาจู เคยรู้จักหรือประทับใจเมืองไทยในแง่ไหนบ้างค่ะ ?
ผมชอบทุกอย่างในเมืองไทยเลยครับ ชอบแฟนๆ มากที่สุดเลย ทุกประสบการณ์ที่ได้รับตอนอยู่ที่เมืองไทย ผมมีความสุขมากๆ และที่สำคัญผมชอบภาษาไทยมาก มีหลายคนชมผมด้วยว่า ผมพูดภาษาไทยชัดมากครับ ( อันนี้คอนเฟิร์ม...อาจู พูดภาษาไทยได้ชัดมากๆ )

แล้วรู้สึกยังไงบ้างค่ะ ที่เดบิวต์อัลบั้มได้เพียงแค่ 2 เดือน ก็ได้ออกมาทำกิจกรรมโปรโมตในเมืองไทย ?
ผมรู้สึกแปลกใจ และก็ตกใจมากเลยครับ ที่มีแฟนๆ ในเมืองไทยให้การต้อนรับผมมากขนาดนี้ ผมก็จะพยายามทำงานเพลงให้ออกมาดีที่สุดยิ่งกว่านี้ เพื่อตอบแทนความรักที่แฟนๆ ทุกคนมีให้กับผมครับ ( ยิ้มหวาน )



6 ปีที่ฝึกหัด ระหว่างนั้นมีเรื่องอะไรที่ประทับใจที่สุด แล้วมีใครให้กำลังใจ อาจู ยังไงบ้างค่ะ ?
ผมประทับใจการเทรนนิ่งที่สุดครับ การฝึกซ้อมทุกอย่างที่ทำให้ผมได้ก้าวมาถึงจุดจุดนี้ ทำให้ผมประทับใจมากที่สุดครับ ส่วนเรื่องของกำลังใจ ผมก็รับกำลังใจจากที่บ้าน และก็เพื่อนๆ ครับ ผมต้องขอขอบคุณสำหรับกำลังใจจากทุกคนมากๆ ครับ

ช่วงที่เป็นเด็กฝึกหัดนั้น อาจู ใช้เวลาช่วงไหนซ้อม เพราะต้องไปเรียนด้วย เพื่อนๆ ที่โรงเรียนรู้เรื่องที่อาจูจะเป็นนักร้องมั้ย ?
ผมใช้เวลาซ้อมหลังจากที่เลิกเรียนครับ ช่วงเวลานั้นเป็นอะไรที่เหนื่อยมากๆ แต่การทำตามความฝันของตัวเองที่อยากจะเป็นนักร้อง ผมก็เลยพยายามอย่างเต็มที่ ถึงแม้จะเหนื่อยจะสักแค่ไหนก็ตาม เพื่อนๆ ที่โรงเรียนก็รู้นะครับว่าผมกำลังฝึกหัดเพื่อที่จะเป็นนักร้อง พวกเพื่อนๆ ก็คอยให้กำลังใจมาโดยตลอด 6 ปี ตั้งแต่ที่ผมเข้าไปฝึกหัดแรกๆ เพื่อนๆ ก็จะคอยถามตลอดว่า เมื่อไหร่จะได้เป็นนักร้อง จนเวลาผ่านไปนานหลายปี เพื่อนๆ ก็ถามว่า เมื่อไหร่จะได้เป็นนักร้อง ฝึกมาหลายปีแล้วนะ จนมาถึงทุกวันนี้ที่ผมได้เป็นนักร้อง พวกเพื่อนๆ ก็พลอยดีใจและปลื้มใจไปกับผมด้วยครับ ต้องขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนมากที่ให้กำลังใจมาโดยตลอด

อาจู เล่นเปียโนและกีตาร์ได้ รวมไปถึงยังมีความสามารถด้านการแต่งเพลง อาจู เริ่มแต่งเพลงตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วใช้แรงบันดาลใจอะไรในการแต่งเพลงค่ะ ?
ผมเริ่มหัดเล่นเปียโน ก็ตอนที่ผมได้เห็นรุ่นพี่ที่อยู่ค่ายเดียวกันเล่น นั่นก็คือ ยุนอา ครับ พี่เขาเล่นเปียโนได้เก่งมากๆ และผมก็เลยลองมาหัดเล่นด้วยตัวเอง จนทุกวันนี้ก็พอเล่นเปียโนได้บ้างครับ แต่ไม่ถึงกับเก่งมากมาย ส่วนเรื่องแต่งเพลงก็มีบ้างครับ แอบแต่งๆ เก็บเอาไว้บ้าง แต่ยังไม่มีโอกาสได้เอามาใช้ในอัลบั้มนี้ แต่ในอนาคตไม่แน่นะครับ อาจจะมีเพลงที่ผมแต่งเองอยู่ในอัลบั้มก็เป็นได้ ( ยิ้ม ) ส่วนแรงบันดาลใจในการแต่งเพลง ผมก็แต่งจากสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัว อาจจะเป็นเหตุการณ์ตอนที่ผมมานั่งให้สัมภาษณ์กับพวกพี่ๆ ตอนนี้ก็ได้ ( หัวเราะ ) หรือไม่ก็อาจจะเป็นเรื่องของแฟนสาวของผม แต่ตอนนี้ผมยังไม่มีแฟนนะครับ ( ย้ำชัดตลอดเวลา...ว่ายังไม่มีแฟน )

ทราบมาว่า อาจู มีการฝึก Acrobatic ( กายกรรม ) ศิลปะการต่อสู้ ตีลังกาผาดโผน ฯลฯ เริ่มสนใจด้านนี้ตอนไหน ทำไมถึงสนใจ ฝึกมากี่ปีแล้ว แล้วเคยมีพลาดได้รับบาดเจ็บบ้างมั้ยค่ะ ?
ที่ผมมาฝึกพวกกายกรรม และศิลปะการต่อสู้ ก็เพราะว่าลุคส์ภายนอกของผมที่มันดูหวานเกินไป ทำให้ผมต้องฝึกฝนเพื่อที่จะทำให้ดูแข็งแรงมากขึ้น ผมดีใจและมีความสุขมากที่ได้มาเรียนพวกนี้ครับ ตอนแรกที่เรียนรู้สึกว่ามันยากมากๆ ยากทุกท่า แต่พอฝึกไปได้ไม่นานผมก็ทำได้ ดีใจมากเลยครับ พอทำได้ตามที่เขาสอนก็เลยทำให้รู้สึกสนุกและอยากเรียนเพิ่มเติมเรื่อยๆ ส่วนเรื่องอุบัติเหตุมันต้องมีอยู่แล้วครับ เป็นเรื่องธรรมดา อย่างเหตุการณ์ก่อนที่ผมจะเดบิวต์อัลบั้ม 3 วัน ผมได้บาดเจ็บในระหว่างฝึกซ้อม ทำให้การเดบิวต์ต้องเลื่อนออกไปอีก 3 วัน เหตุการณ์ตอนนั้นทำให้ผมเสียใจมากเลยครับ

เดบิวต์อัลบั้มในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ จนได้รับฉายาว่า Valentine Boy ดูจากฉายาแล้ว อาจู น่าจะเป็นคนโรแมนติก จริงๆ แล้ว อาจู เป็นคนโรแมนติกมั้ย ?
( หัวเราะ ) จริงๆ ผมก็อยากเป็นคนโรแมนติกนะครับ ตอนนี้ผมเลยพยายามฝึกเล่นเปียโนให้ได้เก่งๆ เพราะคนที่เล่นเปียโนเก่งๆ ดูแล้วจะโรแมนติกมากๆ ( หัวเราะ )

หญิงสาวในฝันของ อาจู มีลักษณะแบบไหน แล้วผู้หญิงไทยเท่าที่เห็นล่ะเป็นยังไงบ้าง ?
สาวในฝันเหรอครับ อืม...ผมชอบคนที่ยิ้มเก่ง สดใส ร่าเริง คิดดี ทำดี เวลาที่อยู่ด้วยกันแล้วทำให้โลกนี้สดใส ส่วนผู้หญิงไทยเท่าที่ผมเห็น พวกคุณยิ้มเก่ง ยิ้มสวยมากๆ ครับ

อาจู ทราบหรือเปล่าว่าตัวคุณมีแฟนคลับที่เมืองไทยเป็นจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ?
ผมก็พอทราบมาบ้างครับ ว่าที่เมืองไทยมีแฟนคลับผมอยู่บ้าง แต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้ คือตอนแรกที่รู้ว่าตัวผมเองมีแฟนคลับที่เมืองไทย ก็เพราะว่ามีแฟนคลับ 4 คนจากเมืองไทย ตามไปหาผมที่บริษัทที่เกาหลี ตอนนั้นผมรู้สึกดีใจมากๆ เลย พอมาถึงเมืองไทยแล้วเห็นแฟนๆ จำนวนมากให้การต้อนรับผมเป็นอย่างดี ผมรู้สึกประทับใจมากๆ เลยครับ

ชีวิตในช่วงนี้ของ อาจู เป็นอย่างไรบ้าง เวลาว่างส่วนใหญ่ อาจู มักจะทำอะไรค่ะ ?
ตอนนี้เหรอครับ อืม...ผมก็เตรียมตัวทำอัลบั้ม เตรียมให้แฟนๆ ได้ฟังเพลงอื่นที่แตกต่างจากเพลง First Kiss และเวลาว่างของผมส่วนใหญ่ตอนนี้ ก็คงจะเรียนเปียโนครับ แต่ส่วนใหญ่ผมจะไม่ค่อยมีเวลาว่างสักเท่าไหร่ครับ

คิดว่าการที่ตัวคุณได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และประสบความสำเร็จ เป็นเพราะอะไรค่ะ ?
อืม...ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ ผมคิดว่าคงจะเป็นเพราะผลงานที่ออกมา ที่ผมตั้งใจทำออกมาอย่างดีที่สุด แฟนๆ ทุกคนคงจะเห็นถึงความตั้งใจของผมตรงจุดนี้มั้งครับ ก็เลยให้การสนับสนุนผลงานของผม และคงรวมถึงเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ของผมด้วยครับ

อยากทราบถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้ อาจู อยากที่จะมาเป็นนักร้อง ?
คงจะเป็นเพราะว่าผมเป็นคนที่ชอบเพลงร้องเพลง ชอบเต้น มาตั้งแต่เด็กๆ และก็เริ่มมีความฝันที่จะเป็นนักร้องให้ได้ครับ

กับอิมเมจของ อาจู ที่คล้ายกับนักร้องรุ่นพี่ เซเว่น ตรงนี้ในความคิดของคุณแล้ว คุณมีความคิดเห็นอย่างไรค่ะ ?
ผมต้องขอบคุณทุกคนมากที่บอกว่าผมคล้ายกับ เซเว่น เพราะ เซเว่น เป็นนักร้องรุ่นพี่ที่ผมเคารพและนับถือ ผมชอบผลงานเพลง เซเว่น มากๆ เขาเป็นแบบอย่างในการเป็นนักร้องที่ดีมาก ผมก็อยากจะเป็นนักร้องที่เก่งเหมือนอย่าง เซเว่น ผมก็จะพยายามที่จะตั้งใจผลงานเพลงให้ออกมาดีที่สุด และดีขึ้นยิ่งกว่านี้ไปเรื่อยๆ และผมก็อยากให้ทุกคนรู้จักและยอมรับผมในฐานะที่ผมเป็น อาจู ครับ

ตอนนี้ อาจู กำลังให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องอะไรอยู่ค่ะ ?
ตอนนี้ผมสนใจทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเมืองไทยครับ ก่อนที่จะมาโปรโมตอัลบั้มที่เมืองไทย ผมก็ทำการบ้านมาเยอะ ผมหาข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับเมืองไทยทางอินเตอร์เน็ต เมื่อมาทำงานแล้วจะได้ไม่ทำอะไรผิดพลาด ผมสนใจจนถึงขั้นที่ทีมงานบอกว่าพอจบการโปรโมต จะให้ผมอยู่เมืองไทยต่อคนเดียวไปเลยครับ ( หัวเราะ )

ครั้งแรกที่ อาจู รู้ว่าตัวเองมีคิวบินมาโปรโมตอัลบั้ม และจัดงานมีตแอนด์กรี๊ดที่เมืองไทย อาจู รู้สึกอย่างไรบ้างค่ะ ?
ตอนแรกที่ทีมงานมาบอกว่าผมว่า ผมมีคิวบินมาโปรโมตอัลบั้มที่ต่างประเทศเป็นครั้งแรก และประเทศแรกแรกเลยคือ ประเทศไทย ตอนนั้นผมตื่นเต้นมากๆ ดีใจมากๆ และพอมาถึงที่นี่ผมก็รู้สึกประทับใจทุกอย่างที่เกี่ยวกับเมืองไทย ประทับใจแฟนๆ มาก ผมรับรองเลยว่าผมจะไม่มีวันลืมประสบการณ์ที่น่าประทับใจในครั้งนี้แน่นอน และจะอยู่ในความทรงจำของผมตลอดไปครับ การได้มาทำงานที่เมืองไทยครั้งนี้ทำให้ผมมีความสุขมาก ลัลลามากครับ เพราะพอผมกลับถึงเกาหลีปุ๊บ ผมก็ต้องไปสอบเลยครับ ตอนนี้ผมเลยอยากอยู่ที่เมืองไทยนานๆ ครับ ( หัวเราะ )

ตอนนี้ อาจู พูดภาษาไทยได้กี่คำแล้วค่ะ คำว่าอะไรบ้าง ?
อืม...ผมพูดได้หลายคำแล้วครับ อย่างเช่นคำว่า ( อาจู พูดเป็นภาษาไทย ) สวัสดีครับ, ขอบคุณครับ, ผมรักคุณ, สบายดีครับ, ผมอายุ 18 ปีครับ, ผมมาจากเกาหลีครับ ( ทีมข่าวบันเทิงของเราอึ้งไปเลยค่ะ เพราะ อาจู พูดภาษาไทยได้ชัดมากๆ )

เออ...คือแน่ใจนะคะว่า อาจู เพิ่งมาเมืองไทยเป็นครั้งแรก ?
( หัวเราะ ) ครับ ( ล่ามแอบบอกให้นิดหนึ่งค่ะว่า ภาษาไทยทุกคำที่ อาจู พูดไม่มีใครสอนเขา อาจู ไปศึกษาค้นคว้าหามาด้วยตัวเอง )

คุณพูดภาษาไทยได้เก่งมากๆ ?
โอ๊ะ...จริงเหรอครับ ขอบคุณมากครับ ( พร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณอย่างสวยงาม )

สุดท้ายนี้ฝากอะไรทิ้งท้ายกับแฟนๆ ชาวไทยหน่อยค่ะ ?
ผมขอขอบคุณแฟนๆ ทุกคนมากๆ ครับ สำหรับการติดตามและคอยไปให้กำลังใจผมในทุกๆ ที่ที่ผมไปทำกิจกรรม ผมประทับพวกคุณทุกคนมาก ผมรับรองเลยว่าผมจะไม่ลืมความประทับใจในครั้งนี้เลย และผมจะเก็บเอาไปเล่าให้แฟนๆ ที่เกาหลีได้ฟังอย่างแน่นอนด้วยว่า แฟนๆ ชาวไทยน่ารักขนาดไหน ขอบคุณมากครับ ( ยิ้มหวาน )





แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook