เมื่อใครๆ ก็แจกเพลงฟรี! อนาคตที่ใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

| เปิดอ่าน
อาจจะมีคนถามว่าแล้วศิลปินจะได้อะไรจากการแจกเพลงไปให้คนฟังฟรีๆ คำตอบก็ง่ายมาก ก็ในเมื่อไม่สามารถทำรายได้จากการขายอัลบั้มได้ ก็ต้องไปหารายได้จากช่องทางอื่นในที่นี้ก็คือการแสดงสด

เหตุการณ์ที่ทำให้วงการเพลงระส่ำระสาย ก่อนหน้านี้ไม่นานก็คือข่าวการฟุบของค่ายอย่าง อีเอ็มไอ ซึ่งต้องถอนการลงทุนของบริษัทในประเทศไทยออกไป ในขณะเดียวกันสถานการณ์ของค่ายต้นสังกัดก็ไม่ค่อยดีนัก ศิลปินใหญ่หลายกลุ่มหลายคนก็เริ่มตีจาก ศิลปินลูกหม้อเดิมอย่าง Radiohead ก็ออกอัลบั้ม In Rainbow ในแบบดิจิตอลให้คนไปดาวน์โหลดเอาเองได้ โดยสามารถใส่ราคาได้ตามใจชอบ ก่อนจะให้บริษัทจัดจำหน่ายอัลบั้มของตัวเองภายหลัง

แน่นอนว่าจะมีแฟนเพลงส่วนหนึ่งซึ่งดาวน์โหลดไปโดยใส่ราคา 0 ปอนด์ ก็มีไม่น้อยเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ผลที่ตามมาคืออัลบั้มนี้ก็ขึ้นชาร์ทอันดับหนึ่งของอังกฤษ ในเวลาอันรวดเร็วและง่ายดาย

อย่างไรก็ตาม ธอม ยอร์ค นักร้องนำของวงและแกนนำก็ได้ออกมาบอก นี่คงจะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะมีการขายอัลบั้มของวงในรูปแบบนี้ เพราะว่าตอนที่ตัดสินใจขายเป็นการตอบสนองต่อสถานการณ์ของวงการเพลงในขณะนั้น

"ผมว่ามันคงไม่ได้เป็นปรากฏการณ์อะไรอีก ถ้าเราเลือกจะให้เพลงฟรีๆ กับแฟนเพลงอีกครั้ง" ธอม ยอร์ค ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร อี! เอ็นเตอร์เทนเม้นต์

เหตุผลหนึ่งที่เขาทำแบบนั้นเพราะว่าอัลบั้มหลังๆ ของวงอย่าง Kid A ก็รั่วออกมาทางอินเตอร์เน็ตก่อนที่จะวางแผนรวมไปถึง Eraser อัลบั้มเดียวของ ยอร์ค ด้วย เขาก็เลยตัดสินใจทำอัลบั้มตัวเองร่วมซะเอง โดยให้แฟนเพลงเลือกที่จะจ่ายเงินฟังหรือไม่จ่ายก็ได้ อย่างไรก็ตาม ทางวงคงไม่ตัดสินใจใช้วิธีนี้อีก แต่จะหาช่องทางอื่นๆ เพื่อใช้ในการจัดจำหน่ายอัลบั้มต่อๆ ไป

นี่ถือเป็นการสิ้นสุดของศิลปินที่ผลิตเพลงออกมาแจกให้กับแฟนเพลงฟรีๆ หรือเปล่า? คำตอบคือยังไม่น่าจะใช่ และยังมีโอกาสที่ใครจะทำอะไรแบบนี้อีก และรวมไปถึงอย่างอื่นๆ นอกจากเพลงในอนาคตด้วย

นิตยสาร Wired ฉบับเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตีพิมพ์บทความที่เขียนโดย คริส แอนเดอร์สัน ซึ่งกำลังศึกษาข้อมูลของความเป็นไปได้ว่าหลายๆ อย่างจะฟรี อย่างเช่น เครื่องเล่นดีวีดี, เลขาส่วนตัว หรือของที่เราใช้กันฟรีๆ แล้วอย่าง อี-เมล ซึ่งสมัยก่อนผู้ใช้ต้องจ่ายเงินเพื่อแลกกับพื้นที่เก็บอี-เมลของตัวเอง จนไปถึงของอย่างตั๋วเครื่องบินก็มีแนวโน้มว่าจะฟรี และแน่นอนว่า ซีดีเพลงก็เป็นหนึ่งในที่น่าจะเป็นของฟรีในอนาคตด้วย จากแนวโน้มที่ศิลปินแต่ละคนออกมาทำงานเพลงกันเองเยอะขึ้น

โดย แอนเดอร์สัน ยกตัวอย่างกรณีของ ปริ๊นซ์ ซึ่งในอัลบั้มล่าสุดของเขา Planet Earth ซึ่งออกเมื่อช่วงนี้ของปีก่อน ปริ๊นซ์ ก็เอาอัลบั้มตัวเองสอดไส้ไปกับหนังสือพิมพ์ Daily Mail ฉบับวันอาทิตย์ของกรุงลอนดอนจำนวน 2.8 ล้านฉบับฟรีๆ ซึ่งอัลบั้มชุดหนึ่งของเขาถ้าไปขายตามร้านทั่วไปจะมีราคาประมาณ 19 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 600 บาท) ซึ่งถ้าขายตามปกติเขาจะได้เงินส่วนแบ่งประมาณ 2 ดอลลาร์ต่ออัลบั้มที่ขายได้ แต่เขายอมรับเงินแค่ 36 เซ็นต์ เท่านั้น

ฟังดูเหมือนจะแย่ แน่นอนว่า ปริ๊นซ์ ขาดทุนยับในเรื่องของเงินที่ได้จากยอดขาย และดิสทริบิวเตอร์ก็ไม่ชอบใจที่เขาทำแบบนี้จนไม่มีใครอยากจะจัดจำหน่ายอัลบั้มให้ แต่สิ่งที่ตามมาก็คืออัลบั้มของเขาได้รับความนิยมจากคนฟังจนเขาสามารถเล่นคอนเสิร์ตใหญ่ในสนามกีฬาถึง 21 รอบ ฟันรายได้ไป 23.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ซึ่งก็ต้องถือว่าสมประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย คือ ปริ๊นซ์ ก็ได้เงินจากคอนเสิร์ตมากขึ้น ส่วน Daily Mail ก็ได้ชื่อเสียงและยอดขายเพิ่มขึ้นจากการเอาอัลบั้มปริ๊นซ์แถมไปกับหนังสือพิมพ์ของตัวเอง

ล่าสุดวงอินดัสเทรียลร็อคอย่าง Nine Inch Nail (NIN) นำโดย เทรนซ์ เรซเนอร์ ก็ออกอัลบั้มใหม่ The Slip แล้วเปิดให้แฟนเพลงดาวน์โหลดได้ฟรีทางอินเตอร์เน็ตผ่านเว็บไซต์ หรือบิททอแรนซ์ ทั้งในแบบ mp3 และแบบรายละเอียดสูง ทั้ง 10 เพลงในอัลบั้ม รวมถึงอาร์ตเวิร์คปกอัลบั้ม ทั้งยังจดลิขสิทธิ์แบบเปิดให้ทุกคนสามารถนำเอาเพลงของเขาไปทำซ้ำ รีมิกซ์ ฯลฯ อะไรก็ได้ ตราบใดที่ไม่ได้เป็นไปเพื่อการค้า โดยให้ทิ้งอี-เมลไว้เท่านั้น ทั้งยังให้คนที่ดาวน์โหลดสามารถส่งต่อให้เพื่อนๆ ได้อีก

ที่สำคัญอัลบั้มดังกล่าวยังได้รับเสียงตอบรับที่ดี จากนักวิจารณ์เพลงในต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งอัลบั้มนี้จะวางแผงในแบบซีดีในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้อีกด้วย

ยังไม่หมดแค่นั้น Coldplay วงบริทร็อคจากเกาะอังกฤษ ก็ให้ดาวน์โหลดเพลง Violet Hill จากอัลบั้มใหม่ Viva La Vida or Death and All His Friends แบบฟรีๆ อีกต่างหาก (แต่แค่เพลงเดียวนะ) ซึ่งแฟนๆ ก็เข้าไปดาวน์โหลดกันจนเว็บไซต์ของวงล่มเลยทีเดียว

จนสังเกตได้ว่านี่อาจจะเป็นกระแสใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ เพราะคนอย่าง ปริ๊นซ์, Radiohead, NIN หรือ Coldplay ต้องถือว่าเป็นวงดนตรีระดับแถวหน้าที่มีแฟนเพลงติดตามอย่างเหนียวแน่น จนนักวิจารณ์รายหนึ่งจากเว็บไซต์ข่าว ABC News พูดติดตลกว่ามันจะกลายเป็นสึนามิแน่ถ้าเกิด มารายห์ แคร์รี โดดลงมาร่วมอุดมการณ์นี้อีกคน แน่นอนว่าวันนั้นยังมาไม่ถึงแต่ก็ไม่แน่ว่ามันอยู่ไกลเกินไปนัก

อาจจะมีคนถามว่าแล้วศิลปินจะได้อะไรจากการแจกเพลงไปให้คนฟังฟรีๆ คำตอบก็ง่ายมาก ก็ในเมื่อไม่สามารถทำรายได้จากการขายอัลบั้มได้ ก็ต้องไปหารายได้จากช่องทางอื่นในที่นี้ก็คือการแสดงสด สินค้าพรีเมียมของวง และอัลบั้มลิมิเต็ดอิดิชั่น ซึ่งเป็นรายได้ของวงเท่านั้น ในประเทศไทยเองคนที่ทำแบบนี้มาแล้วก็อย่างค่าย สมอลรูม ที่แจกเพลง Minute of Love ของ ซูเปอร์เบเกอร์ ให้กับแฟนเพลงแบบฟรีๆ จนขึ้นอันดับหนึ่งยาวนานที่สุดในแฟตเรดิโอ บอย โกสิยพงษ์ ก็แจกอัลบั้ม ริธึ่มแอนด์บอย อีเลฟเว่น ฟรีๆ ทาง ทรูมิวสิค มาแล้วเหมือนกันและก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดี

สมัยก่อนธุรกิจดนตรีเชื่อว่า ศิลปินเป็นสินค้าประเภทหมุนเวียนและยังไงก็ต้องพึ่งพาสังกัดให้ติดต่อกับคนฟังให้ แต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นอีกต่อไปแล้ว เมื่อเทคโนโลยีนำคนฟังกับศิลปินเข้ามาใกล้ชิดกันเข้าไปเรื่อยๆ

อะไรจะเกิดขึ้นต่อไปก็เป็นสิ่งที่เราจะต้องจับตามอง

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก

Artist:


เพลงพิเศษนี้ มีให้ฟังเฉพาะผู้ใช้งาน JOOX มิวสิคแอพแบบ VIP เท่านั้น

ดาวน์โหลด JOOX ฟรีมิวสิคแอพ
แล้วรับสิทธิ์ใช้งานแบบ VIP ฟรี

แค่คลิก หรือสแกน QR Code ด้านล่างเพื่อติดตั้ง JOOX
บนสมาร์ทโฟนของคุณ รับสิทธิ์การใช้งาน JOOX
แบบ VIP กันไปเลยฟรีๆ

 

หากคุณใช้งาน JOOX แบบ VIP อยู่แล้ว

แค่ล็อกอินด้วยการคลิก  ที่มุมบนขวามือ
ของ Sanook! Music ด้วยแอคเคาท์ JOOX ของคุณ

Album
00:00 / 00:00
0
เพลงที่อยู่ในคิว (0) เคลียร์ลิสต์ทั้งหมด
No songs added

In Sanook Music, click "▷" or "+" to play or add songs.