“Sugizo Live 2019 Cosmic Dance in Bangkok” ความเดือดไม่บันยะบันยังจากนักกีตาร์ชาวญี่ปุ่นระดับตำนาน

| เปิดอ่าน

แม้จะเป็นการเดินทางมาเยือนเมืองไทยเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ของ “Sugizo” แต่สำหรับหนนี้คือคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในเมืองไทย เหตุใดเราจึงจะพลาด!

ตำนานผู้นี้ ใครที่อยู่ในแวดวงกีตาร์หรือคอดนตรีตัวจริงเสียงจริงบอกเลยว่าไม่มีใครไม่รู้จัก โดยเฉพาะบทบาทการเป็นมือกีตาร์และมือไวโอลินของวงเจร็อคที่ทุกคนคิดถึงอย่าง Luna Sea หรือแม้กระทั่งการเข้ามาเติมเต็มไลน์กีตาร์ให้ X Japan กลับมามีลมหายใจยามออกทัวร์คอนเสิร์ตอีกครั้ง

ในขณะที่ผลงานเดี่ยว Sugizo ก็มีปล่อยออกมาให้เหล่าสาวกได้ชื่นมื่นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 1997 จวบจนปัจจุบันก็นับรวมได้แล้วถึง 6 อัลบั้ม ซึ่งในแต่ละอัลบั้มก็เป็นที่โจษจันถึงซาวด์กีตาร์อันเป็นเอกลักษณ์ แต่ฟังในซีดีหรือสตรีมมิ่งก็คงไม่เทียบเท่าการดูแบบสดๆ ด้วยสองตาและสองหู

“Sugizo Live 2019 Cosmic Dance in Bangkok” การเดินทางสู่เมืองไทยกับคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งยิ่งใหญ่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์บ้านเรา ณ Ultra Arena Hall ศูนย์การค้า Show DC จึงเป็นเป้าหมายสำคัญสำหรับนักฟังเพลงอย่างเราที่ขอมุ่งหน้าสู่สถานที่จัดแสดงแบบไม่มีลังเลแม้สักนิด ยิ่งแปะข้อความโปรโมตหราว่านี่คือการผสมผสานดนตรีโปรเกรสซีฟร็อคสไตล์ Sugizo ที่เราคุ้นตากันเป็นอย่างดีกับสุ้มเสียงอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งบอกตามตรงว่าตอนนั้นจินตนาการไม่ออกเหมือนกันว่าจะออกมารูปแบบไหน แต่หากพูดถึงความน่าดูน่าชมนั้นอยู่ในระดับล้านกะโหลกเสียด้วยซ้ำ

ภายในฮอลล์ถูกเลี้ยงบรรยากาศเอาไว้ด้วยเสียงแอมเบียนต์ต่างๆ โดยเฉพาะเสียงนกที่ดูจะแจ่มชัดที่สุด วิชวลขนาดใหญ่ฉายตระหง่านที่จอด้านหลัง คีย์บอร์ด 2 ตัววางอยู่ข้างกัน ถัดมาเป็นกลองชุดซึ่งอยู่ตรงกลาง ปิดท้ายด้วยกองทัพเพอร์คัสชั่นหลากหลายรูปแบบที่มองไกลๆ นึกว่ากลองอีกหนึ่งชุด ไม่กี่อึดใจถัดมา Sugizo ก็ปรากฏตัวบนเวทีกับกีตาร์คู่ใจ และเพียงแค่ “เสียงแรก” ที่ดังก้องขึ้น... ก็ทำเอาเราสะท้านจนขนลุกไปถึงท้ายทอยแบบไร้สาเหตุ

หากจะว่ากันตามจริง แพทเทิร์นโชว์ของ Sugizo ไม่ได้หวือหวา นี่คือคอนเสิร์ตเพลงบรรเลงที่ใช้กีตาร์และซาวด์อิเล็กทรอนิกส์ขับเคลื่อน ทุกบทเพลงที่ค่อยๆ ไล่เรียงไปเรื่อยๆ ต่างมีมนต์สะกดในรูปแบบที่ต่างกัน และที่มากกว่าคำว่าหวือหวา มันคือความรู้สึกตรงหน้าที่สุดยอดนักกีตาร์คนหนึ่งบนโลกใบนี้ กำลังกรีดนิ้วไปยังสายกีตาร์ทั้ง 6 เส้น สื่อถึงความรู้สึกเดือดดาล, เศร้าสร้อย, เจ็บช้ำ และอื่นๆ อีกมากมายผ่านเสียงที่เขาบรรเลงออกมา

“The Last Ira” ทำเอาทุกที่นั่งไม่มีใครนั่งอีกต่อไป กีตาร์บาดๆ สุดเร่งเร้า ห่อหุ้มด้วยเสียงสังเคราะห์ แถมยังมีโซโล่เพอร์คัสชั่นแบบเดือดไม่แพ้กีตาร์ของสมาชิกแบ็คอัพให้ได้ใจระทึก ต่อด้วย “Misagi”, “Tell Me Why Not Psychedelia?”, “Final of the Messiah”, “Folly”, “Neo Cosmoscape”

นอกจากเสียงกีตาร์จะบาดจิตบาดใจ ร้องโอ้โหไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแล้ว มาดบนเวทีของ Sugizo ยังทำให้เรารู้สึกทึ่งในตัวชายคนนี้ยิ่งขึ้นอีก ทุกย่างก้าวของเขามีความหมาย ไม่เว้นแม้แต่การจัดแต่งทรงผมให้อยู่กับร่องกับรอย (แอบเห็นเดินไปส่องกระจกเล็กน้อยตามสไตล์) การใช้เวทีอย่างคุ้มค่า เดินไปหาเหล่าสาวกทั้งด้านซ้าย-กลาง-ขวา รวมไปถึงการโชว์สัญลักษณ์มือประจำตัวที่เมื่อเห็นภาพแฟนคลับชูมือตามก็รู้สึกถึงพลังที่ส่งมอบให้กันและกันระหว่างด้านบนและด้านล่างของเวที

ความเดือดยังคงปะทุแบบไม่บันยะบันยังด้วยเพลงอย่าง “FATIMA”, “Lux Aeterna”, “ENOLA GAY RELOADED”, “Decaying” หรือแม้แต่ “DO-FUNK DANCE” ซึ่งก็มีช่วงเวลาที่ Sugizo วางกีตาร์ลง และหยิบอีกหนึ่งเครื่องดนตรีสุดถนัดอย่าง ไวโอลิน มาบรรเลงความเศร้าดีพๆ เหงาลึกๆ ให้ได้ซึมซับกันอีกด้วย

นอกจากใบหูจะฟินจากสรรพเสียงอันน่าอัศจรรย์จาก Sugizo แล้ว อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ชื่นชอบมากๆ สำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้ก็คือวิชวลบนจอขนาดยักษ์ที่เปรียบเสมือนเป็นเรื่องราวที่มือกีตาร์ผู้นี้เล่าผ่านเพลง วิชวลในสไตล์กราฟิกตามที่เห็นในคอนเสิร์ตทั่วไปก็คงคุ้นชินคุ้นตากันอยู่แล้ว แต่ทีเด็ดคือบรรดาภาพถ่ายผู้คน เด็กน้อย (ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม) แม้ว่าภาพโดยส่วนใหญ่จะมีรอยยิ้มเป็นองค์ประกอบหลัก ทว่าแววตาของพวกเขาดูจะไม่ได้เป็นสุขตามที่ทุกคนเห็น

ยิ่งเมื่อภาพเหล่านั้นถูกถ่ายทอดผ่านดนตรีอันเกรี้ยวกราดและอึมครึมในเวลาเดียวกัน บทเพลงของ Sugizo ซึ่งในอีกแง่มุมชีวิต เขาคือนักเคลื่อนไหวทางสังคมตัวยงอีกหนึ่งคน ก็ถือเป็นเสียงสะท้อนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ดั่งข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอเพียงชั่วครู่ แต่สะเทือนความรู้สึกมาจนถึงตอนนี้...

“No More Nukes, Play The Guitar”

Sugizo ร่ำลาแฟนเพลงชาวไทยด้วย “TELL ME WHY?” และ “The Voyage Home” โบกมือลาพร้อมคำสัญญาว่าถ้ามีโอกาสจะกลับมาหาพวกเราอีกครั้ง ซึ่งทุกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเวทีคอนเสิร์ต “Sugizo Live 2019 Cosmic Dance in Bangkok” ก็ยังคงตราตรึงมาจนถึงทุกวันนี้ ซาวด์ละเอียดยิบ แน่นปึ้ก แต่ในอีกแง่มุมอาจเพิ่มระดับความเข้มข้นของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ได้มากกว่านี้ แต่ในขณะเดียวกันก็เข้าใจในเชิงของคอนเสิร์ตมือกีตาร์เช่นกัน ว่าเสียงกีตาร์อาจจะต้องโดดเด่นกว่าใครเพื่อน

นอกจากวิชวลที่น่าชื่นชมไร้ที่ติแล้ว สมาชิกร่วมทัวร์ของ Sugizo แต่ละคนก็มากความสามารถด้วยกันทั้งนั้น โดยเฉพาะมือเพอร์คัสชั่นที่ครบเครื่องเสียจนบางช่วงบางตอนแอบแย่งซีน Sugizo อยู่กลายๆ (แต่ในแง่บวกนะ ประมาณว่าต้องจดจ้องที่มือเพอร์คัสชั่นคนนี้แบบไม่วางตาอะไรประมาณนั้น) ถือเป็นโชว์ที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบเอาการทั้งในเชิงของเสียงที่ได้ยิน และแมสเสจที่ศิลปินอยากจะสื่อสารสู่คนฟัง

เพราะศิลปินคือผู้ถ่ายทอดศิลปะ และ Sugizo คือหนึ่งในศิลปินที่ตั้งใจสื่อความรู้สึกผ่านศิลปะทางเสียงดนตรีที่ทั้งเดือดดาลและทำให้ต้องคนฟังได้ตระหนักถึงอะไรบางอย่างไปพร้อมๆ กัน

ถ้านึกไม่ออกว่าเป็นเช่นไร ลองหาโอกาสดูคอนเสิร์ตของ Sugizo ดูสักครั้งในชีวิตดูสิ...

 

Story by: Chanon B.
Photos by: OVD

Artist:


เพลงพิเศษนี้ มีให้ฟังเฉพาะผู้ใช้งาน JOOX มิวสิคแอพแบบ VIP เท่านั้น

ดาวน์โหลด JOOX ฟรีมิวสิคแอพ
แล้วรับสิทธิ์ใช้งานแบบ VIP ฟรี

แค่คลิก หรือสแกน QR Code ด้านล่างเพื่อติดตั้ง JOOX
บนสมาร์ทโฟนของคุณ รับสิทธิ์การใช้งาน JOOX
แบบ VIP กันไปเลยฟรีๆ

 

หากคุณใช้งาน JOOX แบบ VIP อยู่แล้ว

แค่ล็อกอินด้วยการคลิก  ที่มุมบนขวามือ
ของ Sanook! Music ด้วยแอคเคาท์ JOOX ของคุณ

Album
00:00 / 00:00
0
เพลงที่อยู่ในคิว (0) เคลียร์ลิสต์ทั้งหมด
No songs added

In Sanook Music, click "▷" or "+" to play or add songs.