“Bodyslam Fest” 4 ชั่วโมงของบทเพลงแห่งการเยียวยา จากวงดนตรีที่ไม่ใช่แค่ “ร็อคสตาร์” (วันแรก)

| เปิดอ่าน

ตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมา แฟนๆ หลายคนได้รู้จักวง Bodyslam ในฐานะศิลปินมากความสามารถที่สร้างสรรค์บทเพลงที่กลายเป็น Soundtrack ของชีวิตแฟนๆ ทั่วประเทศ และด้วยความที่ตัวเรารู้จักวงในขณะที่กำลังก้าวสู่วัยแห่งความเป็นผู้ใหญ่ ทำให้เราก็มีความรู้สึกผูกพันกับผลงานของวงที่สื่อสารเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตทั้งมุมมองความรัก และ การก้าวผ่านอุปสรรคในการใช้ชีวิต 

 

สิ่งที่เราได้เห็นตลอด 17 ปีที่ผ่านมา คือการที่วง Bodyslam ได้เปลี่ยนจากศิลปินหนุ่มมองโลกในแง่ดี สู่การเป็นผู้ใหญ่ที่มองโลกในมุมที่กว้างมากขึ้น ในขณะเดียวกันสมาชิกทั้ง 5 อย่าง ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย (ร้องนำ),  ปิ๊ด-ธนดล ช้างเสวก (เบส), โอม เปล่งขำ (คีย์บอร์ด), ชัช-สุชัฒติ จั่นอี๊ด (กลอง) และ ยอด-ธนชัย ตันตระกูล (กีตาร์) ก็เสาะเเสวงหาซาวด์ดนตรีใหม่มาสนับสนุนให้การเล่าเรื่องของพวกเขาเข้มข้นขึ้น และสมาชิกบางคนอย่างเช่น ตูน ก็มีความสำเร็จส่วนตัวที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายๆ คน โดยสิ่งเหล่านี้ก็ส่งผลให้ทางวงมีแฟนคลับใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลา 10 ปี และทำให้เรากล้าเรียกสมาชิกทั้ง 5 ได้อย่างเต็มปากว่าเป็น ”ร็อคสตาร์”

 

 

โดยล่าสุดทางวงก็ได้กลับมาพร้อมอัลบั้มชุดที่ 7 วิชาตัวเบา ซึ่งตามธรรมเนียมแล้วทางวงก็มักจะมีคอนเสิร์ตใหญ่มาพร้อมกับอัลบั้ม และในเดือนพฤศจิกายนทางวงก็ได้คอนเฟิร์มว่าพวกเขาจะมีคอนเสิร์ต M-150 presents "Bodyslam Fest วิชาตัวเบา Live in ราชมังคลากีฬาสถาน" ในวันที่ 9-10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ที่บัตรทั้งหมด 130,000 ใบ ขายหมดภายในไม่กี่ชั่วโมง โดยเราเองก็เป็นคนหนึ่งที่ได้มาเข้าร่วมงานในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ >> บัตรคอนเสิร์ตใหญ่ “Bodyslam” กว่าแสนใบขายหมดเกลี้ยง - “ตูน” เผย “อยากแก้แค้นตัวเอง”

 

ด้วยความที่งานครั้งนี้ใช้ชื่อว่า Bodyslam Fest ทำให้บรรยากาศภายนอกเหมือนนิทรรศการของวง โดยมีทั้งโชว์บนเวทีเล็ก การแสดงของวงโยธวาทิตที่นำเพลงของ Bodyslam มาเรียบเรียงใหม่, พื้นที่ถ่ายรูปกับปกอัลบั้ม บูธขายสินค้าของวง ซึ่งเราเองก็ได้แอบไปถ่ายรูปกับปกอัลบั้มของวงมาด้วย แต่เนื่องจากว่าในงานนี้มีคนเยอะมาก ทำให้พลาดโอกาสที่จะไปชิมเมนูจานอร่อยของร้านอาหารที่สมาชิกวงชื่นชอบที่มาตั้งบูธในงานนี้โดยเฉพาะ

 

 

สิ่งแรกที่เราประทับใจเมื่อก้าวเข้าไปในงานคอนเสิร์ต ก็คือการที่เวทีนั้นมาพร้อมจอรูปวงรี ที่ทำให้เราแอบคิดว่าทางวงน่าจะตั้งใจทำออกมาเพื่อจำลองตาของแฟนๆ ซึ่งแสดงถึงความใส่ใจรายละเอียด โดยช่วงระหว่างรอชมการแสดงเองก็มีการฉายคลิปความรู้สึกที่แฟนๆ มีต่อวง และกิจกรรม Kiss Cam ที่ให้แฟนๆ หอมแก้มหรือจุ๊บคนที่รักออกหน้าจอ แต่ทว่าน่าเสียดายที่แฟนๆ ส่วนใหญ่นั้นอายที่จะเล่นกับกิจกรรมนี้ 

 

ถึงแม้ว่าจะเริ่มงานช้าไปเกือบครึ่งชั่วโมง แต่คอนเสิร์ตก็ได้เริ่มขึ้นในเวลา 1 ทุ่มครึ่งด้วยอินโทรสั้นที่เปิดตัวสมาชิกบนเวทีเพื่อนำเข้าสู่เพลงแรกอย่าง “แสงสวรรค์” ที่เป็นซิงเกิลจากอัลบั้มชุดใหม่ วิชาตัวเบา และตามด้วยเพลง “คราม” ซึ่งตูนได้หยุดแสดงกลางเพลง เพื่อขอให้แฟนๆ ชมคอนเสิร์ตด้วยตาตัวเองและเก็บความทรงจำไว้ด้วยสมอง มากกว่าที่จะอัดคลิปให้คนรอบตัวดู และกล่าวติดตลกว่า เขาอยากให้งานนี้เป็นคอนเสิร์ตมากกว่าแฟชั่นโชว์ที่ทุกคนมัวแต่ถ่ายคลิป จนคนดูเกือบทั้งสนามวางกล้องลงอย่างพร้อมเพรียง ก่อนที่ทางวงจะโชว์ต่อจนจบเพลง

 

 

 

เมื่อเพลง “คราม” จบลง ทางวงก็ต่อด้วยผลงานที่แฟนๆ คุ้นหูอย่าง “เสี้ยววินาที”, “คนที่ถูกรัก” และ “ใคร คือ เรา” ที่มาพร้อมเหล่านักแสดงที่ขึ้นมาบนเวทีมากกว่า 60 ชีวิต และตามด้วยเพลง “เรือเล็กควรออกจากฝั่ง” และ “ชีวิตเป็นของเรา” ซึ่งโชว์ในงานนี้จะเป็นการสลับไปมาระหว่างเพลงใหม่และเก่า โดยบางเพลงมีการเรียบเรียงใหม่ และ อิมโพรไวซ์ในส่วนของท่อนร้องของตูนให้แตกต่างจากเวอร์ชั่นที่ฟังในซีดีและสตรีมมิ่งไปมาก

 

 

หลังจากที่ทักทายแฟนๆ อย่างเป็นทางการ ทางวงก็ได้ต่อด้วยการแสดงเพลง “เวลาเท่านั้น”, “ท่านผู้ชม”, “เปราะบาง” และ “เตรียมตัวตาย” ก่อนจะเพิ่มดีกรีความเดือดด้วยโชว์เพลง “ไม่แก่ตาย” ที่มาพร้อมแขกรับเชิญคนแรกอย่าง โจอี้ บอย (อภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต) และพอเปิดตัวเสร็จทั้ง Bodyslam และ โจอี้ บอย ก็โชว์เพลง “ความเชื่อ” ที่มาพร้อมท่อนแร็ปที่โจอี้แต่งใหม่สำหรับงานนี้โดยเฉพาะ ซึ่งการแร็ปที่คมคายของโจอี้ก็ทำให้เราอยากให้ทาง genie records นำเพลง “ความเชื่อ” มารีมาสเตอร์ใหม่ โดยใส่ท่อนแร็ปดังกล่าวเข้าไป เพราะเขาทำได้ดีมาก และในปัจจุบันแฟนๆ อย่างเราก็แทบไม่ได้เห็นเขาแร็ปสไตล์แบบนี้ 

 

 

เมื่อสองเพลงที่ดุเดือดผ่านไป โชว์ก็เข้าสู่ช่วงเพลงช้าอีกครั้ง เมื่อทางวงเลือกเพลง “ความรักทำให้คนตาบอด” จากอัลบั้มชุดที่ 3 มาร้องและตามด้วย “ยิ่งรู้ยิ่งไม่เข้าใจ”, “ความรัก” และเพลง “นิรันดร์” ที่มาพร้อมศิลปินรับเชิญอย่าง ปาล์มมี่ อีฟ ปานเจริญ โดยการมาครั้งนี้ ปาล์มมี่ ได้โชว์ความสามารถในการร้องหมอลำในเพลง “ไหง่ง่อง” ของ ตั๊กแตน ชลดา (ชลดา ทองจุลกลาง) แบบสั้นๆ ก่อนตามด้วยเพลง “คิดฮอด” ที่เธอรับหน้าที่ถ่ายทอดท่อนของ ศิริพร อำไพพงษ์ ซึ่งช่วงท้าย ตูน นักร้องนำ ก็แอบโชว์ร้องหมอลำคลอไปกับดนตรีที่ทำให้เรายิ่งประหลาดใจมาก เพราะไม่คิดว่าจะได้เห็นตูนร้องหมอลำโชว์แฟนๆ

 

 

ในช่วงกลางของคอนเสิร์ตเมื่อจบเพลง “คิดฮอด” และ “ครึ่งๆ กลางๆ” ทางทีมงานก็ได้ปรับเวทีเพื่อเข้าสู่ช่วงการแสดงที่มีดนตรีเครื่องสายจากวงออเคสตร้าโดยเริ่มจากเพลง “ขอบฟ้า” ซิงเกิลแรกของวงในบ้าน genie records และเพลง “ความฝันกับจักรวาล” กับ “ชีวิตยังคงสวยงาม” ที่จบลงด้วยการเปิดแฟลชของคนดูที่ทำให้เวทีราชมังฯกลายเป็นทะเลดาว โดยตูนได้ชักชวนให้คนดูโบกไฟเป็นคลื่นไปทั่วสนามจนเกิดเป็นภาพที่ยากจะเลียนแบบ จนเราเองต้องอ้าปากค้างไปด้วย และหลังจากนั้นก็ตามด้วยโชว์เวทีเล็กที่ทางวงนำเพลงความหมายดีๆ อย่าง “ทางกลับบ้าน”, “ปลายทาง” และตามด้วยเพลงที่ทางวงไม่ค่อยนำมาเล่นที่ไหนอย่าง “ไม่รู้เมื่อไหร่” และเพลง “สักวันฉันจะดีพอ” กับ “เสียดาย” ของ เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ ที่ทางวงนำมาคัฟเวอร์ในอัลบั้ม Play ที่ทุกคนร้องตามอย่างกึกก้อง รวมถึงตัวเราเช่นกัน

 

 

และเมื่อนาฬิกาบอกเวลา 5 ทุ่ม ช่วงสุดท้ายของคอนเสิร์ตก็มาถึง เมื่อทางทีมงานเปิด VTR เตือนใจกับคนที่ใช้ชีวิตพึ่งพาปัจจัย เพื่อนำเข้าสู่เพลง “วิชาตัวเบา” ซึ่งตูนได้ถือกล้องและเดินไปมาเพื่อส่องรอยยิ้มของเพื่อนๆ ทีมงาน และผู้ชมอย่างทั่วถึง ก่อนที่จะปรับโหมดเข้าสู่ความเดือดอย่างรวดเร็วด้วยเพลง “ผักบุ้งลอยฟ้า” ที่ได้ กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่ (ณัฐวุฒิ ศรีหมอก) มาร่วมแจม ก่อนจะต่อด้วยโชว์เพลง "ดัม-มะ-ชา-ติ" ที่มาพร้อมท่อนแร็ปที่ฟักกลิ้ง ฮีโร่ แต่งเพิ่มให้กับเพลงนี้ โดยถึงแม้เราจะฟังเนื้อแร็ปบางท่อนไม่ออก แต่การแสดงของกอล์ฟก็เต็มไปด้วยอินเนอร์ที่ดุดัน คล้ายกับว่าเขาเป็นยมทูตที่กำลังสั่งสอนมนุษย์ จนเราเองแทบไม่ละสายตาไปจากเวที

 

 

เพื่อเป็นการปิดท้ายทางวงจึงนำเพลง “149.6” มาแสดง และต่อด้วย 3 เพลงฮิตอย่าง “ยาพิษ”, “อกหัก” และ “แสงสุดท้าย” ที่ทำให้ทุกคนกระโดดและร้องเพลงพร้อมกันทั้งราชมังฯ ถึงแม้จะยืนมาแล้วต่อเนื่องถึง 4 ชั่วโมง ก่อนที่จะมีการจุดพลุที่เปรียบเสมือนการฉลองความสำเร็จของงานวันนี้ โดยในการแสดงวันแรกทางวงได้นำเพลงสุดท้ายจากอัลบั้ม วิชาตัวเบา “ความหมาย” มาแถมให้แฟนๆ ในช่วงอังกอร์เพื่อลาผู้ชมด้วย

 

 

 

สิ่งที่เราได้รับจากคอนเสิร์ตนี้ นอกจากความสนุกสนานและตื่นตาตื่นใจแล้ว เรายังได้รับรู้เรื่องราวของวง Bodyslam ผ่านบทเพลงของพวกเขา โดยในช่วงต้นของคอนเสิร์ตทางวงได้เลือกเพลง “ใคร คือ เรา”, “เรือเล็กควรออกจากฝั่ง”, “ชีวิตเป็นของเรา” และ  “เวลาเท่านั้น” ที่สื่อถึงการเริ่มต้นออกเดินทางของวง ก่อนตามด้วยเพลง  “ท่านผู้ชม”, “เปราะบาง” และ “เตรียมตัวตาย” ที่เล่าถึงความเจ็บปวด ตามด้วยเพลง “ไม่แก่ตาย” และ “ความเชื่อ” ที่พูดถึงการลุกขึ้นต่อสู้ และตามด้วยเพลงที่สื่อถึงความรักอย่าง “ความรักทำให้คนตาบอด”, “ยิ่งรู้ยิ่งไม่เข้าใจ”, “ความรัก” และ “นิรันดร์” ก่อนที่จะเล่นเพลงที่สื่อถึงความเศร้าที่ได้รับจากความรักอย่าง “ทางกลับบ้าน”, “ปลายทาง”,  “ไม่รู้เมื่อไหร่”,  “สักวันฉันจะดีพอ” และ “เสียดาย” พร้อมปิดท้ายการเล่าเรื่องด้วยเพลง“วิชาตัวเบา” ที่สื่อถึงความรู้สึกที่เข้าใจความรักและการปล่อยวางในที่สุด 

 

 

แม้ว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้จะมีการนำเพลงมาโชว์ถึง 35 เพลง แต่ทางทีมงานก็เรียงเพลงได้อย่างดี โดยเริ่มจากเพลง “แสงสวรรค์” ที่เปรียบเสมือนการบอกให้ผู้ชมละทิ้งความเครียดเพื่อที่จะสนุกไปกับงาน และ ปิดด้วยเพลง “แสงสุดท้าย” เพื่อให้กำลังใจคนดู และยังมีการปรับและเรียบเรียงจนทำให้ช่วงเปลี่ยนผ่านแต่ละเพลงนั้นไม่มีความรู้สึกขาดตอนในแง่ของอารมณ์เพลง และยังทำให้เรารู้สึกถึงพลังบวกตลอดโชว์จนกระทั่งตอนกลับบ้าน ซึ่งสิ่งนี้ก็ทำให้ตระหนักได้ว่า ถึงแม้ผลงาน Bodyslam จะมีซาวด์ดนตรีที่วาไรตี้แตกต่างกันไป แต่ผลงานส่วนใหญ่ก็มีสิ่งหนึ่งที่คล้ายกัน ซึ่งก็คือความตั้งใจของวงที่อยากมอบพลังและให้แง่คิดเชิงบวกกับคนฟัง

 

 

 

นอกจากการเรียงเพลงได้อย่างลื่นไหลแล้ว การแสดงของสมาชิกแต่ละคนก็ไม่ธรรมดา โดยนอกจากการร้องเพลงที่ทรงพลังตลอด 4 ชั่วโมง และเต็มไปด้วยอิมโพรไวซ์ของตูนแล้ว สมาชิกแต่ละคนก็ได้โชว์ของแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นมือกลองอย่าง ชัช ที่โชว์การรัวกลองแบบจัดเต็ม ยอด มือกีตาร์ที่มาพร้อมการโซโล่กีตาร์ที่ร้อนแรง ปิ๊ด มือเบสสายบู๊ที่เต็มไปด้วยอินเนอร์ขณะเเสดง รวมถึง โอม ที่คอยเติมสีสันของโชว์ด้วยเสียงร้องและคีย์บอร์ดคู่ใจ แต่ถึงแม้ว่าการแสดงของวงจะทำได้ดี พวกเขาก็เจออุปสรรคในส่วนของซาวด์ของเครื่องดนตรีที่ไม่สมดุล จนทำให้การแสดงบางช่วงนั้น เสียงดนตรีจะกลบเสียงของนักร้องอย่างตูนกับศิลปินรับเชิญ และบางทีเสียงเครื่องดนตรีอย่างเบสก็หายไป จนทำให้บางโชว์ที่ควรจะพีคกลับออกมาไม่สมบูรณ์ ซึ่งปัญหาเรื่องไมค์นักร้องที่เบาสามารถเห็นได้ชัดเจนในตอนที่ โจอี้ บอย และ ฟักกลิ้ง ฮีโร่ แสดง เนื่องจากหลายๆ คน รวมถึงตัวเราเองก็ฟังท่อนแร็ปหลายๆ ช่วงไม่รู้เรื่อง 

 

 

สำหรับสิ่งที่ทำให้เราเซอร์ไพรส์มากกับการแสดงครั้งนี้ก็คือ การเอนเตอร์เทนคนดูของตูน เพราะนอกจากการเล่นกับคนดูและพูดคุยให้แง่คิดแล้ว เราก็สัมผัสได้ว่าภายใต้มาดที่ดูจริงจังนั้น ตูน เป็นคนที่ตลกมาก ทั้งตอนที่พยายามขอให้แฟนๆ วางโทรศัพท์ การเล่นมุกเรื่องอายุ การแซวปาล์มมี่ รวมไปถึงตอนที่เขาเล่นกล้องด้วยความสนุกสนาน จนทำให้เราแอบอยากตั้งแฮชแท็ก #พี่ตูนเป็นคนตลก หลังดูโชว์จบ

 

 

ทางด้านของทีมงานเอง ก็ได้สนับสนุนการแสดงด้วยการจัดโปรดักชั่นที่เต็มไปด้วยแสง สี เสียง และ พลุ เพื่อให้เข้ากับการแสดง และในขณะเดียวกันก็อำนวยความสะดวกในแง่ของสถานที่อย่างการเพิ่มห้องน้ำ การเตรียมหน่วยพยาบาลและสตาฟที่อารมณ์ดีและมีข้อมูลเกี่ยวกับงานที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าร่วม รวมถึงการทำนิทรรศการสำหรับแฟนๆ ที่เข้ามาในงานก่อนเวลาหนึ่งทุ่มให้พวกเขาได้สัมผัสเรื่องราวของศิลปินที่พวกเขารัก แต่เราเองก็มองว่ามีสองสิ่งที่สามารถปรับให้ดีขึ้นได้ อย่างเช่นการเพิ่มร้านอาหาร เนื่องจากตัวเลือกร้านที่ทางทีมงานเตรียมไว้ยังมีน้อย และในขณะเดียวกันเราก็มองว่าการเล่น Kiss Cam แอบไม่เหมาะกับงานนี้ เนื่องจากเราเองก็สัมผัสได้ว่าหลายๆ คนอายที่จะเล่นเกมนี้

 

 


ขณะที่การแสดงทั้งหมดจบลง และ เราได้ก้าวออกจาก ราชมังคลากีฬาสถาน สิ่งแรกที่เข้ามาในหัวเราก็คือ Bodyslam นั้นไม่ใช่แค่ “ร็อคสตาร์” แล้วในความคิดของเรา แต่พวกเขาคือ "นักสร้างแรงบันดาลใจผ่านดนตรีที่ไร้กรอบ" เพราะนอกจากพลังบวกที่ได้รับจากทั้ง 35 เพลงแล้ว เรายังได้รับความสุขจากซาวด์ดนตรีที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ป็อป, ร็อค, ฮิปฮอป, คลาสสิค ไปจนถึงหมอลำที่วงนำมาประยุกต์ และทำให้เราเองตัดสินใจแล้วว่า เราจะไม่พลาดงานคอนเสิร์ตใหญ่ของ Bodyslam แน่นอน

ขอบคุณภาพจาก genie records 

Story : Sidhipong W.

>> ยอดวิวถล่มทลาย! Bodyslam เปิดตัวเอ็มวีสร้างพลังใจ “ใคร คือ เรา”

>> มิติใหม่ของวงการ! Bodyslam เปิดตัวเอ็มวี 360 องศาสุดอลังการ "วิชาตัวเบา"

>> “ตูน อาทิวราห์” เผยกลางงาน Bodyslam Fest “ชัช” มือกลอง ซ้อมจนเลือดสาด!

>> Bodyslam บีบคั้นอารมณ์ความเศร้าผู้ฟัง ผ่านหนังสั้นและเพลงใหม่ "ครึ่งๆ กลางๆ"

>> Bodyslam ให้กำลังใจจิตวิญญาณที่อ่อนล้า ผ่านเอ็มวีใหม่แนวแฟนตาซี "เเสงสวรรค์"

>> “Bodyslam” ความมหัศจรรย์ตลอด 17 ปีที่เกิดขึ้นจากการเล่า “ความจริง” ผ่านเสียงดนตรี

>> มิตรภาพไม่เปลี่ยน! "เภา รัฐพล" เผยข้อความแชทกับ "ตูน" ในวันคอนเสิร์ต "Bodyslam Fest"

>> ซึ้งมาก "ก้อย รัชวิน" เซอร์ไพรส์ "ตูน บอดี้สแลม" ด้วยดอกทานตะวัน 8 ปียังทำเหมือนเดิม (มีคลิป)

Artist:


เพลงพิเศษนี้ มีให้ฟังเฉพาะผู้ใช้งาน JOOX มิวสิคแอพแบบ VIP เท่านั้น

ดาวน์โหลด JOOX ฟรีมิวสิคแอพ
แล้วรับสิทธิ์ใช้งานแบบ VIP ฟรี

แค่คลิก หรือสแกน QR Code ด้านล่างเพื่อติดตั้ง JOOX
บนสมาร์ทโฟนของคุณ รับสิทธิ์การใช้งาน JOOX
แบบ VIP กันไปเลยฟรีๆ

 

หากคุณใช้งาน JOOX แบบ VIP อยู่แล้ว

แค่ล็อกอินด้วยการคลิก  ที่มุมบนขวามือ
ของ Sanook! Music ด้วยแอคเคาท์ JOOX ของคุณ

Album
00:00 / 00:00
0
เพลงที่อยู่ในคิว (0) เคลียร์ลิสต์ทั้งหมด
No songs added

In Sanook Music, click "▷" or "+" to play or add songs.