“Bodyslam” ความมหัศจรรย์ตลอด 17 ปีที่เกิดขึ้นจากการเล่า “ความจริง” ผ่านเสียงดนตรี

| เปิดอ่าน

เชื่อว่าหลายคนคงรู้สึกว่า ชื่อของวงดนตรี Bodyslam อาจอยู่บนจุดสูงสุดบนยอดเขา จากความสำเร็จของแต่ละอัลบั้ม แต่ละบทเพลงที่กลายเป็นเพลงฮิตตลอดกาล คอนเสิร์ตใหญ่นับครั้งไม่ถ้วน ได้รับการยกย่องให้เป็นวงร็อกเบอร์หนึ่งของเมืองไทย...

แต่ดูเหมือนว่า 5 สมาชิกอย่าง ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย (ร้องนำ), ชัช-สุชัฒติ จั่นอี๊ด (กลอง), โอม เปล่งขำ (คีย์บอร์ด, เสียงประสาน), ปิ๊ด-ธนดล ช้างเสวก (เบส) และ ยอด-ธนชัย ตันตระกูล (กีตาร์) จะไม่คิดเช่นนั้น พวกเขายังทำหน้าที่ของ “ศิลปิน” ที่ขอถ่ายทอดสิ่งที่พวกเขา “รู้สึกนึกคิด” ออกมาเป็นศิลปะแห่งท่วงทำนอง ล่วงเลยมายาวนาน 17 ปี Bodyslam กำลังจะคลอดอัลบั้มเต็มชุดที่ 7 ซึ่งใช้ชื่อว่า วิชาตัวเบา และที่น่าตื่นเต้นไปกว่านั้น การแสดงสดในสนามกีฬาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยถึง 2 รอบในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ภายใต้ชื่อ Bodyslam Fest #วิชาตัวเบา Live in ราชมังคลากีฬาสถาน ก็กำลังจะเกิดขึ้น

Bodyslam

 

เมื่อได้รับคำเชิญชวนจากต้นสังกัดอย่าง genie records ทีมงาน Sanook! Music จึงไม่พลาดที่จะไปนั่งพูดคุยกับ Bodyslam ในวาระที่ 2 โปรเจกต์ใหญ่ของพวกเขากำลังจะมาถึง ซึ่งนั่นทำให้เรารู้ว่า ความเชื่อที่มีต่อสิ่งที่พวกเขารัก ได้สร้างสิ่งมหัศจรรย์ให้เกิดขึ้นกับวงการเพลงไทยอย่างปฏิเสธไม่ได้

 

วิชาตัวเบา คืออะไรในมุมมองของ Bodyslam จนถึงขนาดที่ว่านำมาตั้งเป็นชื่ออัลบั้มเต็มชุดที่ 7?

ตูน : มันเป็นมวลที่เรารู้สึกอยู่ตอนนี้ไม่มากก็น้อย เราดำเนินชีวิตมาได้สักพักหนึ่ง แล้วรู้สึกว่าเรารับมือกับเรื่องราวรอบตัวได้ดีขึ้น เราดีใจกับหลายๆ เรื่องในแบบคนที่โตขึ้น ที่ไม่ได้ดีใจสุดโต้งแบบวี้ดว้าย ในขณะเดียวกัน เราก็รับมือกับเรื่องที่น่าผิดหวังหรือเสียใจได้ดีขึ้น ในแบบที่เราไม่ได้ฟูมฟาย ไม่ได้ติดอยู่กับมัน 7 วัน 7 คืนเหมือนแต่ก่อน เราเรียนรู้ที่จะอยู่กับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ดีขึ้น มันเหมือนเป็นคำจำกัดความชีวิตช่วงนี้ ก็เลยคิดว่าน่าจะดีถ้าเราสื่อสารอัลบั้มนี้ผ่านมวลของคำๆ นี้ และสะท้อนไปอยู่ในเพลง หรือบางเพลงอาจจะสะท้อนไปอยู่ในรูปแบบของดนตรี และวิธีการเล่นด้วยซ้ำ

เหมือนกับว่าพวกคุณเข้าใจการใช้ชีวิตมากขึ้น?

ตูน : คิดว่าเข้าใจ... แค่นั้นเอง แต่เราก็ไม่รู้หรอกว่าเราเข้าใจถูกหรือเปล่า หรือเข้าใจจริงหรือเปล่า (หัวเราะ) พวกเรา 5 คนก็มีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน ความคิดถูกผิดก็อาจะมีเลเวลของความถูกผิดแตกต่างกัน ความเบาความหนักก็ต่างกัน เราคิดว่าเราเริ่มเข้าใจมันนิดนึงแล้วล่ะ เหมือนเราลงเรียนวิชาตัวเบานี้เป็นเทอมแรกแล้วรู้สึกติดใจ อยากจะสำเร็จวิชานี้ต่อไป อยากเรียนรู้มากขึ้นเรื่อยๆ จนจบปริญญาของวิชานี้

ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย

 

ในอัลบั้ม วิชาตัวเบา วงดนตรีที่ชื่อ Bodyslam เล่าเรื่องราวของอะไรบ้าง?

ตูน : เรื่องจริงครับ เรื่องจริงในแบบของ Bodyslam สิ่งที่พวกเรา 5 คนทำมาโดยตลอดก็คือ เราจะเล่นในสิ่งที่เรารู้สึก สนุกกับเครื่องดนตรีของแต่ละคนในแบบที่ตัวเองเป็น ร้องในเนื้อเพลงที่เราเชื่อ เราคิด เรารู้สึกในแต่ละอัลบั้มอยู่แล้ว อัลบั้มแรกๆ เราอายุ 20 ต้นๆ แน่นอนว่ามันก็เป็นเรื่องราวของคนอายุ 20 ต้นๆ อยู่พอสมควร เรื่องความรัก เรื่องผู้หญิง เรื่องความฝันแบบจางๆ อบอวลขึ้นมา แนวดนตรีมันก็เป็นอย่างที่เรารู้สึกและชอบในตอนนั้น มาจนถึงอัลบั้มที่แล้วอย่าง ดัม-มะ-ชา-ติ เราเป็นคนอายุ 30 ปลายๆ เราก็เล่าในแบบของคนที่มีอายุเท่านั้น เล่นในแบบที่เราสนุกกันในช่วงปีนั้น ร้องในสิ่งที่มันอาจจะแตกต่างจากคนอายุ 20 ต้นๆ ร้อง แน่นอนว่าก็จะมีเรื่องของชีวิตมากขึ้น อาจจะมีเรื่องราวอะไรที่คนแบบ... พี่ตูนเขาจะออกไปนอกจักรวาลนอกโลกอะไรอย่างนี้หรือเปล่า (หัวเราะ) แต่มันเป็นสิ่งที่เราเชื่อจริงๆ เราสนุก เราซื่อสัตย์กับตัวเองที่เราอยากจะร้องแบบนั้นจริงๆ เราก็ลงมือเขียนและร้องออกมาแบบนั้น เช่นเดียวกันกับอัลบั้ม วิชาตัวเบา ที่ทุกคนจะได้ฟังแบบเต็มๆ ในเร็วๆ นี้ก็ใช้หลักการเดียวกัน คือเรื่องจริงที่เรารู้สึกกับมัน วิธีการเล่นดนตรีที่เราสนุกกับมัน เราก็จะใส่ลงไปในอัลบั้ม

แล้วอย่างในพาร์ตของดนตรี คำว่า วิชาตัวเบา สะท้อนไปในรูปแบบไหน?

ปิ๊ด : การทำงานของอัลบั้มนี้แตกต่างจากอัลบั้มที่ผ่านๆ มา อย่าง ดัม-มะ-ชา-ติ เราเอาเครื่องดนตรีมาเซต คิดงาน รวมถึงอัดมาสเตอร์กันที่ชั้น 32 ของตึกแกรมมี่เลย แต่อัลบั้มนี้เราเซตโรงรถที่บ้านตูนเป็นห้องอัดไปจนถึงการมาสเตอริ่ง ในตอนนั้นพวกเราอยากให้ วิชาตัวเบา เป็นอัลบั้มที่ชิลๆ ป็อปๆ ฟังเพราะๆ ทั้งอัลบั้ม เพราะเราหนักหน่วงกับ ดัม-มะ-ชา-ติ มาแล้ว เพลงแรกก็ขึ้นเทมโปกลางๆ ซอฟต์ๆ สักพักพี่อ๊อฟ (พูนศักดิ์ จตุระบุล – มือกีตาร์วง Big Ass) ก็มายืนฟังแล้วบอกว่ามันไม่ได้ จากวันนั้นที่ตูนบอกชิลๆ เบาๆ ตอนนี้มันก็... (หัวเราะ) อย่างที่ทุกคนได้ฟังกัน คือดนตรีจะฟังเป็นเพลงเพราะ แต่ในเรื่องรายละเอียดผมว่าค่อนข้างยากที่สุดเท่าที่เคยเล่นมาเลย

โอม : ผมว่ามันยังเข้มข้นเหมือนเดิม แต่คำว่า วิชาตัวเบา อาจสื่อไปถึงบรรยากาศการทำงาน มันผ่อนคลายขึ้น ด้วยวิธีการทำงานก็ดี เราทัวร์ไปด้วยทำเพลงไปด้วย ซึ่งต่างจากอัลบั้มที่ผ่านๆ มาที่เราจะหยุด แล้วก็มานั่งทำเพลงกันโดยไม่ได้รับงานเลย

โอม เปล่งขำ

 

ต่อเนื่องมาจนถึงคอนเสิร์ตใหญ่อย่าง Bodyslam Fest พวกคุณพยายามจะเล่าเรื่องราวอะไรผ่านโชว์ครั้งนี้?

ตูน : ตั้งแต่อัลบั้ม Believe ที่มีเพลง “ขอบฟ้า”, “ความเชื่อ” เป็นต้นมา Bodyslam จะมีคอนเสิร์ตใหญ่ในทุกๆ อัลบั้ม แต่ตอนอัลบั้มนั้น คอนเสิร์ตใหญ่มันเกิดขึ้นโดยบังเอิญ คือมันเป็นวัน Earth Day ซึ่งปกติแล้วจะมีหลายๆ วงไปรวมตัวกัน แต่ว่าปีนั้น พี่ฉอด (สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา) อยากให้ Bodyslam เล่นวงเดียว และเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ของ Bodyslam ทั้งๆ ที่เราเพิ่งมาอยู่ในแกรมมี่ได้ไม่ถึงปี หลังจากครั้งนั้นมาก็เป็นประเพณีแล้วว่า เราจะต้องมีคอนเสิร์ตใหญ่ในแต่ละอัลบั้ม ซึ่งส่วนตัวผมมองว่ามันดีตรงที่เราสามารถต่อยอดอัลบั้มที่เราเพิ่งทำเสร็จ กลายไปเป็นภาพบนเวที เราขึ้นไปเล่นเพลงใหม่ มีภาพ แสง สี เสียง ที่ต่อยอดจากการที่ทุกคนได้ฟังจากเทปหรือซีดีไปก่อนหน้านั้น ให้มันเติมเต็มอัลบั้มนั้นๆ อย่างสมบูรณ์ ผมรู้สึกว่ามันเป็นวิธีการที่เราสนุก และคิดว่าแฟนๆ น่าจะสนุกไปด้วย เป็นสิ่งที่น่าติดตามทั้งตัวเพลงและคอนเสิร์ตในเวลาที่ใกล้เคียงกัน

แสดงว่า Bodyslam Fest ก็จะมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับอัลบั้ม วิชาตัวเบา?

ตูน : แน่นอน มันจะมีกลิ่นอายของอัลบั้มชุดนี้อบอวลอยู่ ภาพหรือวิชวลต่างๆ วิธีการเล่า รวมไปถึงเราอยากให้อัลบั้มที่ทุกคนกำลังจะได้ยินได้ฟังได้เห็น กับเพลงในอัลบั้มเก่าที่ทุกคนอยากได้ยินมากลมกล่อมอยู่ในคอนเสิร์ตครั้งนี้

ยอด-ธนชัย ตันตระกูล

 

ซึ่งจะเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ในรูปแบบเฟสติวัลด้วย?

ตูน : 8 ปีที่แล้วเราเคยทำคอนเสิร์ต Live in คราม ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งการเดินทางค่อนข้างไม่ง่าย บางทีรถก็ติด สมมติคอนเสิร์ตเริ่มหนึ่งทุ่ม หลายคนเลือกจะมาตั้งแต่เที่ยงวันหรือบ่ายโมงเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจร เรารู้สึกว่าอยากให้คนที่มาก่อนเหล่านี้ได้ใช้ชีวิต ได้สนุกสนานกับบรรยากาศรอบๆ สนามกีฬาตั้งแต่ตอนที่มาถึง เราไม่อยากปล่อยให้ทุกคนนั่งเฉยๆ อยากเริ่มความสนุกตั้งแต่ก่อนคอนเสิร์ตเริ่มต้น ก็เลยเป็นที่มาว่า เราจัดด้านนอกในรูปแบบเฟสติวัลดีกว่า มีเวทีเล็กที่น้องๆ ได้มาเล่นดนตรี มีซุ้มอาหาร ซุ้มให้ทุกคนได้ถ่ายรูปสำหรับคนที่สนใจในโซเชียลมีเดีย สิ่งเหล่านี้เรามีให้ทุกคนได้สนุกกันตั้งแต่ช่วงบ่าย ผมคิดว่าน่าจะดีสำหรับคนที่อยากมาเร็วๆ จะได้มาใช้ชีวิตกันก่อน

ปิ๊ด : นอกจากนั้นก็จะมีเรื่องราวของวง Bodyslam ตั้งแต่ที่พวกเราเริ่มเล่นดนตรีกันมา จุดเริ่มต้นของแต่ละคนก็แตกต่างกัน อย่างเวทีเล็กก็อาจจะนำเสนอเรื่องราวที่เราเคยประกวดดนตรีมาก่อน หรือพวกซุ้มอาหารก็จะรวบรวมประสบการณ์การเดินทางทัวร์คอนเสิร์ตแล้วได้ไปกินร้านอร่อยหลายๆ ร้าน เราก็จะเชิญร้านเหล่านี้มาเป็นส่วนหนึ่งของงาน

โอม : เรียกได้ว่าทุกเรื่องราวที่อยู่ในเฟสติวัลจะมีความเกี่ยวข้องกับ Bodyslam โดยตรง กับ 16-17 ปีที่เราเดินทางกันมา

ตูน : มีปกอัลบั้มไซส์ยักษ์ให้ได้ถ่ายรูปกันด้วย รวมไปถึงรายละเอียดในแต่ละอัลบั้มของ Bodyslam ว่าใครทำอะไรบ้าง ส่วนบัตรก็มีราคาเดียวเลยครับ ใครไปก่อนก็เลือกที่นั่งได้เลย ใครอยากยืนก็ยืน ผมเชื่อว่าราชมังฯ เป็นสถานที่พิเศษที่ไม่ใช่แค่เวทีเท่านั้นที่มันจะสวย คือมันจะสวยมากเมื่อได้เห็นคนหมู่มากชูมือพร้อมกัน ชูไฟพร้อมกัน หลายคนเลือกที่จะไปอยู่บนสุดเพื่อเห็นภาพกว้างเหล่านี้ แต่หลายคนก็เลือกจะไปจองด้านหน้าเวทีเพื่ออยากได้เหงื่อของพี่ชัช (หัวเราะ)

ปิ๊ด : แล้วก็จะมีที่พิเศษสำหรับครอบครัว ผู้สูงอายุ คนพิการ ไว้คอยอำนวยความสะดวกด้วยครับ

Bodyslam Fest #วิชาตัวเบา Live in ราชมังคลากีฬาสถาน

 

คอนเสิร์ตใหญ่ ในรูปแบบเฟสติวัล และจัดหนักจัดเต็มกันถึง 2 รอบ?

ปิ๊ด : คนที่มาบอกพวกเราว่า 2 รอบคือตูน และบอกด้วยว่าที่ราชมังฯ นะ พวกเราก็โอเค เคยเล่นมาแล้ว

ตูน : ตอน Live in คราม หลายคนซื้อบัตรคอนเสิร์ตไม่ทัน เรารู้สึกเสียดายที่หลายคนพลาด แล้วเราเองก็อยากให้แฟนๆ Bodyslam ทุกคนได้มาอยู่ในบรรยากาศนี้ เพราะโปรดักชั่นแบบสนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถานมันทำได้ครั้งเดียวนะ แล้วได้ที่นั่นที่เดียวด้วย มันไม่สามารถยกไซส์เวทีไปเล่นที่อื่นได้ ซ้อม 2 เดือนเต็มเพื่อมาเล่นวันเดียว แล้วมีคนจำนวนหนึ่งที่ได้ดู แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่ได้ดู ก็เลยคิดว่า ถ้าเราไหวกัน แล้วถ้าจะมีคนมาดูเราถึง 2 รอบ ทำไมเราจะไม่ทำ เราอยากให้ทุกคนได้มีประสบการณ์เดียวกัน เพราะเราก็ไม่รู้ว่าเราจะได้เล่นโชว์ใหญ่ที่ราชมังฯ อีกทีตอนไหน อีก 8 หรือ 9 หรือ 10 มันจะเกิดขึ้นอีกไหม ผมว่ามันเป็นโอกาสดีที่เราทั้ง 5 คนจะได้ดีดตัวเองขึ้นมา ได้กลับมาฟิตเหมือนวัยหนุ่มอีกครั้ง ทำให้ตัวเองพร้อมที่สุดอีกครั้ง ซึ่ง 2 วัน 2 รอบเราพยายามจะให้มีความต่างกันอยู่ ผมเชื่อว่าแฟน Bodyslam บางคนจะมาดู 2 รอบแน่นอน รู้สึกอยากให้มีช่วงที่ไม่เหมือนกัน

ยอด : ยอมรับว่าตอน Live in คราม ผมจำอะไรไม่ค่อยได้เลย ลองกลับไปดูย้อนหลังแล้วรู้สึกว่า เล่นไปได้ไงวะ (หัวเราะ) ตื่นเต้นมาก คราวนี้ 2 รอบสิ่งที่สำคัญที่สุดคือพลัง ไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนจนถึงอายุตอนนี้ มันต้องคิดแล้ว มันสำคัญมาก นอกจากต้องฟิตร่างกาย สภาพจิตใจก็เป็นเรื่องสำคัญมากๆ ด้วย

ชัช : คราวที่แล้วเหมือนท้าชิง คราวนี้เหมือนไปล้างตา วันก่อนเพิ่งกลับไปดูดีวีดีของ Live in คราม รู้สึกอยากกลับไปล้างตามาก เพราะตอนนั้นตื่นเต้นมากๆ

โอม : บรรยากาศการซ้อมวันแรกก็... เกิดอาการลืมบ้าง จริงๆ ลืมแทบทั้งหมดเลย (หัวเราะ) คือเราเอาเพลงเก่าๆ ตั้งแต่อัลบั้ม Believe ซึ่งบางเพลงไม่ได้เล่นมา 2-3 ปีมาลองเล่นกันดู อยากรู้ว่าเรายังรู้สึกอย่างไรกับมันอยู่ เช็กว่าฟีลลิ่งเวลาเล่นจริงเรารู้สึกอย่างไร

ชัช-สุชัฒติ จั่นอี๊ด

 

ชื่อ Bodyslam นั้นอยู่ในแสงสปอตไลท์ อยู่ภายใต้ชื่อเสียงและความสำเร็จมายาวนาน การคิดจะทำบิ๊กโปรเจกต์สักงานหนึ่งมันมาพร้อมความกดดันไหม?

ตูน : มันมาพร้อมความสนุกครับ เวลาตั้งโจทย์ว่าจะทำอัลบั้มหรือคอนเสิร์ต เราจะคิดว่าเราสนุกกับมันหรือเปล่า ทุกคอนเสิร์ต ทุกอัลบั้ม มันเกิดจากที่พวกเราตั้งใจอยากจะให้มันเกิด ไม่ได้มีผู้ใหญ่บอกว่า ต้องทำคอนเสิร์ตปีนั้นปีนี้ ไซส์เท่านั้นเท่านี้ ทุกอย่างมันถูกคิดและมีจุดกำเนิดขึ้นจากพวกเรา ถ้าเราสนุก อยากทำมัน... ก็ทำ ทำแบบไหน อย่างไร ที่ไหนดี แล้วเราก็จะสนุกกับมันต่อจากนั้น

คิดว่าก่อนขึ้นเวทีที่ราชมังฯ ในครั้งนี้จะยังตื่นเต้นกันอยู่ไหม?

ปิ๊ด : ผมตื่นเต้นทุกเวทีอยู่แล้วไม่ว่าจะเวทีไหน

ตูน : ตื่นเต้นเป็นเรื่องดีครับ แต่ถ้าวันไหนเราไป... สมมติไปราชมังฯ แล้วรู้สึก “เฮ้อ อีกแล้ว” มันคงไม่ดีแน่ๆ (หัวเราะ) มันคงเกิดความผิดปกติ ความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นบ้างที่เราควบคุมได้ แล้วเรามีไฟหรือพยายามที่ดีพอจะไปพิชิตความประหม่า ผมว่ามันเป็นเรื่องดี

โอม : ส่วนมากเวลามีเพื่อนๆ หรือคนรู้จักมาถามว่าตื่นเต้นไหม ผมก็ยังบอกเสมอว่าตื่นเต้นสิ พวกเขาก็จะพูดเหมือนกันทุกคนว่า เฮ้ย ยังไม่ชินอีกหรือ เออ ก็ใช่น่ะสิ ถ้าไม่รู้สึกตื่นเต้นมันผิดปกตินะ ก็ยังคงตื่นเต้นอยู่เสมอกับสิ่งใหม่ๆ ที่เราจะพบเจอในอนาคต

ปิ๊ด-ธนดล ช้างเสวก

 

อยากรู้ว่าใครในวงออกอาการตื่นเต้นมากที่สุด?

ปิ๊ด : ตื่นเต้นกันหมดแหละครับ แต่อย่างผมจะแสดงออกทางร่างกาย ตูนเขาก็จะนิ่งๆ มีสมาธิ แต่ในใจก็ตื่นเต้นเหมือนกัน

ตูน : แต่พี่ชัชตื่นเต้นแล้วแสดงออกทางการตีกลอง คือทุกคนตื่นเต้นหมด แต่จะจัดการกับมันอย่างไร จัดการได้ดีแค่ไหน เหมือนที่พี่ชัชพูดเมื่อสักครู่ ตอน Live in คราม เป็นครั้งแรกที่เราได้เล่นในราชมังฯ ไซส์แบบนั้น คนดูเท่านั้น ลงมาจากเวทีแล้วมันมีความรู้สึกว่าเราน่าจะทำได้ดีกว่านี้นะในครั้งต่อไป มันก็มีประสบการณ์จากตรงนั้น Bodyslam Fest ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 9 และ 10 กุมภาพันธ์ เรารู้สึกไม่มากก็น้อยว่าเราจะทำได้ดีขึ้น เพราะหลังจาก Live in คราม เราก็ได้ไปทัวร์ตลอด 8-9 ปี ผ่านมาหลายร้อยเวที อยู่กับประสบการณ์บนเวทีที่หลากหลาย เราคิดว่าจะคอนโทรลมันได้ดีขึ้น

เชื่อว่า Bodyslam ยังเป็นไอดอลของใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดา หรือว่านักดนตรีรุ่นใหม่ มีคำแนะนำอะไรให้กับพวกเขาบ้างไหม?

ปิ๊ด : 6 มกราคมครับ ขายบัตรวันแรก (หัวเราะ) คือน่าจะเป็นสิ่งที่ตูนพูดเอาไว้ในหลายๆ ครั้งก็คือ ทำให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเล่นดนตรีหรือทำอาชีพอะไรก็ตาม ถ้าเราทำดีที่สุด เราก็จะมีความสุขที่สุดกับสิ่งที่เราทำ

ตูน : และไม่คาดหวังกับความสำเร็จครับ คือทำมันด้วยความรู้สึกที่เราอยากจะร้องอยากจะเล่นจริงๆ อยากจะโซโล่เพลงนี้จริงๆ แกะไปซ้อมกับเพื่อนด้วยความสนุกสนาน ไม่ได้คาดคั้นตัวเองว่า 2-3 ปีฉันต้องออกอัลบั้ม มีคอนเสิร์ตในสเตเดี้ยมหรือว่าจะต้องโด่งดัง ผมว่าบันดาลใจเราในด้านที่เรามีความสุขดีกว่า เพราะนั่นแหละมันอาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่จะเกิดขึ้นกับเราแล้ว ในการที่เราจะมีช่วงเวลาพิเศษกับอะไรสักอย่างหนึ่งที่เรามีความสุขกับมันได้ โดยที่ไม่ต้องมองดูนาฬิกาว่าเมื่อไหร่จะเลิก เมื่อไหร่จะเสร็จ ผมว่านี่อาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่จะเกิดขึ้นกับคนบางคนได้ กับการเจอกิจกรรมที่ชอบ และทำมันอย่างหลงใหลที่สุด และสุดท้ายกิจกรรมที่ชอบและหลงใหลมันจะพาเราออกเดินทาง ผมเชื่อว่ามันจะพาเราเดินทางมาด้วยตัวของมันเองอย่างที่หลายๆ คนไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่ามันจะไปไกลถึงขนาดไหน แค่ให้เวลากับมัน แล้วก็จริงใจกับมัน เต็มที่กับมัน

ความคาดหวังต่ออัลบั้ม วิชาตัวเบา?

ตูน : เรามีความสุขตั้งแต่อัลบั้มจะเสร็จครับ รู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้ปล่อยซิงเกิลต่อๆ มา รวมถึงจะวางอัลบั้มเต็มให้ทุกคนได้ฟังกัน มีหลายเพลงในอัลบั้มที่เราสนุกมากกับมัน อยากให้ทุกคนได้ฟังตอนนี้เลยด้วยซ้ำ เราภูมิใจและมีความสุขมากที่ทุกคนกำลังจะได้ฟัง ในทุกๆ ครั้งที่แต่ละอัลบั้มเสร็จ มันเหมือนเป็นความสุขชิ้นใหญ่ในชีวิต เป็นเหมือนความสุขสองเด้งที่นอกจากเราจะทำอัลบั้มเสร็จ เราก็จะได้เล่นให้คนดูที่พร้อมจะมาฟังได้ฟัง มันไม่มีอะไรนอกจากความสุข ความตื่นเต้น และความสนุก

แล้วคอนเสิร์ต Bodyslam Fest ล่ะ?

ตูน : เราทำได้ดีที่สุดในวันนั้นครับ แล้วเราก็ซ้อมกันอย่างดีที่สุด ปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ เราก็ไม่พยายามที่จะควบคุมมัน สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดในตอนนี้คือการซ้อม คิดถึงทุกคนว่า ทุกคนจะมีความสุขแบบไหน ส่วนเรื่องที่แต่ละคนที่มาแล้วจะได้ความสุขมากน้อยกลับไปแค่ไหน เราคิดว่าได้แน่ แต่ยืนยันได้ว่าเราจะเต็มที่กับทั้ง 2 โชว์แน่นอน

ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ Bodyslam ตลอดกว่า 10 ปีในวงการ พวกคุณมองมันด้วยท่าทีอย่างไร?

ตูน : ถ้าจะให้สรุปเรื่องราว 16-17 ปีของ Bodyslam ผมใช้คำว่า มหัศจรรย์ ไม่น่าเชื่อว่าคน 4-5 คนที่ชอบเล่นดนตรี ชอบฟังเพลง จะเดินทางมาได้ยาวนานขนาดนี้ แล้วก็ยังคงมีอัลบั้มใหม่ที่เรารู้สึกภูมิใจกับมันอยู่ ซึ่งมันไม่ง่ายนะครับ 17 ปีกับ 7 อัลบั้ม มันอาจจะง่ายสำหรับบางคน แต่สำหรับพวกเรารู้สึกว่ามันมีคุณค่า เราไม่ได้อะไรมาจากการที่มีคนหยิบยื่นให้เรา เราช่วยกันก่อร่างสร้างมาด้วยกัน แล้วเราก็มีความสุขด้วยกัน แล้วสุดท้ายมันก็ดำเนินมาถึงตอนนี้ ทำอัลบั้มที่ 7 ด้วยกันแล้วก็ยังมีความสุขอยู่ เรากำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ที่ราชมังฯ อีก 2 รอบ อยากขอบคุณพี่ๆ ทุกคนในวง และพี่ๆ อีกหลายคนที่ไม่ได้มานั่งโม้อยู่กับเราตอนนี้ พี่กบ Big Ass (ขจรเดช พรมรักษา) พี่อ๊อฟ Big Ass ที่เป็นโปรดิวเซอร์ของเรา ทีมเขียนเพลงที่ใช้ชื่อว่า Mango Team ที่เขียนหลายๆ เพลงที่ทุกคนชอบ สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่เราได้ใช้ชีวิตแบบนี้ มีความสัมพันธ์ที่ดีแบบนี้ แล้วมีความสุขแบบนี้ตลอด 16-17 ปีที่ผ่านมา ผมว่ามันสำคัญมากกว่าการมีคอนเสิร์ตในสนามกีฬาใหญ่ๆ สำคัญมากกว่าเราจะมีอัลบั้มอีก 10 อัลบั้ม แต่เราไม่ได้มีความสุขกับมัน

 

คอนเสิร์ตใหญ่ M-150 presents Bodyslam Fest #วิชาตัวเบา Live in ราชมังคลากีฬาสถาน จะจัดขึ้นในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 9 และ 10 กุมภาพันธ์ 2562 ซื้อบัตรได้ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม ที่จะถึงนี้ ในราคาพิเศษเพียง 1,200 บาท (จากราคาปกติ 1,500 บาท) เพียงวันเดียวเท่านั้น ทางไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก bodyslamfest.com รวมถึงสามารถอุ่นเครื่องกับทุกเพลงฮิตของ Bodyslam ได้จากเพลย์ลิสต์ด้านล่างนี้ได้เลย

 

Story by: Chanon B.
Photos by: Ditsapong K.

Artist:


เพลงพิเศษนี้ มีให้ฟังเฉพาะผู้ใช้งาน JOOX มิวสิคแอพแบบ VIP เท่านั้น

ดาวน์โหลด JOOX ฟรีมิวสิคแอพ
แล้วรับสิทธิ์ใช้งานแบบ VIP ฟรี

แค่คลิก หรือสแกน QR Code ด้านล่างเพื่อติดตั้ง JOOX
บนสมาร์ทโฟนของคุณ รับสิทธิ์การใช้งาน JOOX
แบบ VIP กันไปเลยฟรีๆ

 

หากคุณใช้งาน JOOX แบบ VIP อยู่แล้ว

แค่ล็อกอินด้วยการคลิก  ที่มุมบนขวามือ
ของ Sanook! Music ด้วยแอคเคาท์ JOOX ของคุณ

Album
00:00 / 00:00
0
เพลงที่อยู่ในคิว (0) เคลียร์ลิสต์ทั้งหมด
No songs added

In Sanook Music, click "▷" or "+" to play or add songs.