“HYUKOH” อีกครั้งในเมืองไทย ในค่ำคืนที่พวกเขาเก๋าขึ้น… ร้ายขึ้น

| เปิดอ่าน

หลวงพี่กลับมาแล้ว!

เราอุทานในใจหลังได้ทราบข่าวจากผู้จัด Seen Scene Space ว่ากำลังจะพา HYUKOH วงอินดี้ร็อคสัญชาติเกาหลีกลับสู่ผืนแผ่นดินสยามประเทศอีกครั้ง หลังจากเมื่อปีที่แล้ว คอนเสิร์ต HYUKOH Live in Bangkok 2017 จากผู้จัดรายเดียวกันประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม เปิดจองบัตรรอบแรกก็หมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็วจนต้องเพิ่มรอบ หลายคนตามหาบัตรกันอย่างสุดตัวเพื่อที่จะได้รับชมการแสดงสดของวงดนตรีที่กำลังได้รับการจับตามองมากขึ้นเรื่อยๆ ในตอนนั้นให้ได้ พร้อมทั้งคำชมที่ตามมาอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นโปรดักชั่น ซาวด์ รวมไปถึงเพอร์ฟอร์แมนซ์ของวงที่เต็มไปด้วยพลังอันเจิดจ้าแห่งวัยรุ่น

มาในปีนี้ HYUKOH กลับมาพร้อมอีพีอัลบั้มชุดใหม่อย่าง 24 : How to Find True Love and Happiness ที่เพิ่งปล่อยออกมาให้ฟังเมื่อกลางปีที่ผ่านมา และคอนเสิร์ต “HYUKOH 24 Tour Bangkok” ก็ถือเป็นการทัวร์โปรโมตอัลบั้มดังกล่าว ซึ่งมาพร้อมความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมากมาย และน่าตื่นเต้นไม่น้อยเลยทีเดียว

โปสเตอร์คอนเสิร์ต HYUKOH 24 Tour Bangkok

 

แม้ว่าบรรยากาศ ณ สถานที่จัดแสดงอย่าง บีซีซี ฮอลล์ เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว ในเย็นวันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2561 อาจจะดูเงียบเหงาไปสักหน่อย อย่างที่รู้กัน บัตรคอนเสิร์ต HYUKOH 24 Tour Bangkok ไม่ได้ sold out เฉกเช่นคราวที่แล้ว อาจจะเนื่องด้วยคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรีช่วงปลายปีที่จัดกันถี่ยิบจนหลายคนทรัพย์เบาบางลงไปจนต้องหักห้ามใจไว้บ้าง แต่สำหรับเรา การกลับมาชม HYUKOH ในวันเวลาที่ล่วงเลยมาราวๆ ปีครึ่ง ก็นับว่าน่าสนใจเอามากๆ ว่า พัฒนาการทางดนตรีของพวกเขาจะเป็นไปในทิศทางใด

เข็มนาฬิกายังไม่ชี้ที่เวลาสองทุ่มดี ท่วงทำนองเพลง “SkyWorld” ก็ดังขึ้น สปอตไลท์ 4 ดวงฉายตรงไปยังตำแหน่งของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นที่วางเรียงกันเป็นแนวยาวแปลกตา องค์ประกอบบนเวทีได้รับการดีไซน์ออกมาได้เท่เอาการ 4 สมาชิก Oh Hyuk (กีตาร์, ร้องนำ), Lim Hyun-jae (กีตาร์), Lee In-woo (กลอง) และ Im Dong-geon (เบส) ก้าวขึ้นมาประจำการ แปลกตาไปอีกขั้นเมื่อชุดคอนเซ็ปต์โอเวอร์ไซส์สีแดงจัดจ้านเมื่อทัวร์คอนเสิร์ตคราวที่แล้วได้อันตรธานหายไป กลับกลายเป็นเสื้อยืด กางเกงขายาว-สั้นตามสไตล์ของแต่ละคนเข้ามาแทนที่ Oh Hyuk ใส่หมวกแก๊ปปิดบังสายตาเล็กๆ ไม่แน่ว่านี่อาจเป็นตัวตนที่ซ่อนไว้ ที่พวกเขาอยากจะนำเสนอออกมาให้ทุกคนได้รู้ในอัลบั้มชุดนี้

HYUKOH

 

“ผมอยากให้ทุกคนได้เจอรักแท้ และความสุข” คำกล่าวจาก Oh Hyuk ที่มีต่อแฟนเพลงชาวไทย สืบเนื่องมาจากเรื่องราวที่เขาบอกเล่าเอาไว้ในภายใต้ชื่ออัลบั้ม 24 : How to Find True Love and Happiness แถมยังเผยต่ออีกว่า ก่อนหน้านี้เขาต่อสู้กับอะไรบางอย่างอย่างไร้จุดหมาย แต่ในวันนี้ เขาได้เจอกับรักแท้แล้ว … ใครจะรู้ว่า นี่เป็นช่วงทอล์กอย่างจริงจังเพียงช่วงเดียวของคอนเสิร์ตครั้งนี้ เพราะหลังจากนั้น HYUKOH ใส่ยับแบบไม่ยั้ง!

เริ่มโชว์ด้วยเพลงดังอย่าง “Wi Ing Wi Ing” ที่ทำเอาเหล่าสาวกกรี๊ดกร๊าดกันยกใหญ่ ก่อนที่ HYUKOH จะซัดความสนุกแบบไม่ยั้งด้วยเพลงมีจังหวะจากหลายๆ อัลบั้ม ไม่ว่าจะเป็น “Graduation” อีกหนึ่งแทร็กจากอีพีชุดใหม่ ต่อด้วย “Panda Bear”, “2002WorldCup” เพิ่มบีตให้ได้ขยับแข้งขยับขามากยิ่งขึ้นกับ “Tokyo Inn” ที่แฟนคลับต่างฮัมไปกับริฟฟ์กีตาร์เฟี้ยวๆ ของพ่อหนุ่ม Lim Hyun-jae กันกระหึ่ม ไม่ต่างจากอีกหนึ่งเพลงดังสไตล์ฟังกี้ “Come and Goes” แม้แต่นิดเดียว

Lim Hyun-jae

 

เข้าสู่ช่วงเดือดดาลประจำโชว์ 3 บทเพลงไล่เรียงต่อเนื่อง จาก “Wanli” ที่คราวที่แล้วคนดูร้อง เอ๊ เอ๊ เอ๊ เอ๊! ดังสนั่นอย่างไร รอบนี้ก็ยังดังสนั่นเช่นเคย แถมหลวงพี่ Oh Hyuk ยังถอดหมวกแก๊ปเรียกเสียงกรี๊ดอีกต่างหาก สู่ MASITNONSOUL” ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายดนตรีร็อค รวมถึง “Citizen Kane” แทร็กประเดิมอีพีล่าสุดที่หวดกันไม่ยั้ง พักจังหวะลงมาสักนิดกับเพลงจังหวะเท่ๆ อย่าง “Hooka” ที่เปิดโอกาสให้ Lee In-woo โชว์เดี่ยวกลองที่เรียบง่ายมากๆ แต่หนักแน่นสุดๆ ต่อด้วย “Goodbye Seoul” และ “Wonderful Barn” ที่ในเพลงหลังสายกีตาร์ของ Oh Hyuk ขาดถึง 2 เส้น แต่เดอะโชว์มัสต์โกออน พวกเขาไม่มีทีท่าประหม่าหรือหวั่นอะไรใดๆ แม้แต่น้อย

Oh Hyuk

 

และ HYUKOH ก็ทำตามสัญญาที่ให้ไว้เมื่อปีที่แล้ว บทเพลง “Ohio” ที่พวกเขาบอกจะกลับมาเล่นให้ได้ฟังกันดังขึ้น ฟังเพลงนี้แบบสดๆ ก็เล่นเอาน้ำตารื้นอยู่เหมือนกัน อีกทั้งยังได้เห็นมือเบสอย่าง Im Dong-geon โยกไปสะพายกีตาร์โปร่งอีกด้วย เช่นเดียวกับเพลง “Gang Gang Shiele” ที่ฟังกันสบายๆ ต่อเนื่องด้วยเพลงเด่นเพลงดัง “TOMBOY” และ “LOVE YA!” นอกจากนั้นยังไม่พอ พวกเขายังออกมาแถมในช่วงอังกอร์กับเพลง “Gondry” ในเวอร์ชั่นดนตรีลอยๆ โดดเด่นด้วยซาวด์อิเล็กทรอนิกส์ แถมในช่วงท้ายเพลง Oh Hyuk ยังทดลองใส่เทคนิค Vocoder ลงไปในเสียงร้องอีกต่างหาก

Lee In-woo

 

HYUKOH กลายเป็นวงอินดี้ร็อคเก๋าเกมไปแล้ว! นี่คือความรู้สึกตลอดการชมการแสดงสดครั้งที่ 2 ในเมืองไทยของพวกเขา พัฒนาการทางดนตรีที่เราคาดหวังไว้ข้างต้น คือสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนเอามากๆ สองหนุ่ม Im Dong-geon และ Lee In-woo ยังคงทำหน้าที่กระดูกสันหลังของวงได้อย่างแข็งแกร่ง ริฟฟ์กีตาร์ตอดเล็กตอดน้อยเฟี้ยวๆ ของ Lim Hyun-jae ก็ซ่อนเทคนิคอันแพรวพราวเอาไว้ภายใต้หน้าตาที่ดูขึงขังนิ่งงัน ในขณะที่ Oh Hyuk ฝีไม้ลายมือในการเล่นกีตาร์ก็ถือว่าเจนจัดขึ้น เอาอยู่ อีกทั้งดีไซน์ในการร้องก็มีทั้งเสียงหลบ ตะโกนอย่างกราดเกรี้ยว หรือแม้แต่การร้องเลย์แบ็ค (ช้ากว่าทำนองปกติ) ก็เข้าอารมณ์ดีแท้

และที่สำคัญ คอสตูมไม่จำเป็นกับ HYUKOH อีกแล้ว นี่อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ถึงเวลาที่พวกเขาจะบอกกับทุกคนว่า “นี่ล่ะ HYUKOH” โดยไม่ต้องมาจัดแจงภาพลักษณ์ให้สวยหรูอีกต่อไป (แม้ว่าเราจะแอบชอบเวลาที่พวกเขาอยู่ภายใต้ชุดสีแดงแรงฤทธิ์มากกว่านิดๆ ก็ตาม)

Im Dong-geon

 

ระบบแสงที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่อลังการ แต่กลับโชว์ความเท่ได้อย่างอยู่หมัด ด้วยการเพียงส่องสปอตไลท์ไปที่ 4 สมาชิกด้วยสีต่างๆ ที่เจือเอาไว้เป็นพื้นฐาน มีการสลับสับเปลี่ยนให้ไลท์ติ้งในทิศทางอื่นๆ ได้ทำหน้าที่บ้างในบางครั้งคราว เป็นอารมณ์ “น้อยแต่มาก” ที่ได้ผลเป็นอย่างยิ่ง ทว่าระบบเสียงกลับค่อนข้างมีปัญหา และอาจเป็นช่องโหว่ที่ทำให้ความเดือดของคอนเสิร์ตครั้งนี้ลดน้อยลงไปจากครั้งที่แล้วพอสมควร

ไมโครโฟนที่หอนเล็กหอนน้อยตั้งแต่ต้นจนจบโชว์ ซาวด์โดยรวมที่ค่อนข้างอุดอู้ ไม่พุ่งตรงมายังผู้ชม ทำให้บางเพลงที่ควรจะโยกหัวให้สุดเหวี่ยงกลับได้แต่ยืนดูนิ่งๆ อยู่ประมาณหนึ่ง (โดยเฉพาะ “Wanli”) และคงไม่ใช่แต่เราๆ ที่รู้สึกเช่นนั้น เพราะดูเหมือนว่าวงจะส่งสัญญาณระหว่างเล่นอยู่หลายครั้งหลายคราว่าไม่โอเคกับอะไรบางอย่าง รวมถึงก่อนจะเล่นเพลงสุดท้าย Oh Hyuk ถึงกับสบถออกมาเลยทีเดียว

หากแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นบนเวทีกลับยิ่งบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า HYUKOH เก๋าประสบการณ์มากขึ้น ร้ายขึ้นหลายเท่าตัวจากโชว์ครั้งก่อนหน้า ด้วยวัยเพียง 24-25 แต่ไม่ออกอาการลนลานประหม่าแม้แต่น้อย เรียกได้ว่าคุมสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี และเอาอยู่สุดๆ รวมไปถึงพลังเพอร์ฟอร์แมนซ์บนเวทีที่ยอดเยี่ยมมากทีเดียว

จากคำสัญญาเมื่อปีที่แล้วที่ HYUKOH ให้ไว้กับเพลง “Ohio” ก็หวังว่าพวกเขาจะทำตามสัญญาที่รับปากว่าจะกลับมาเยือนเมืองไทยอีกครั้ง ในปีถัดๆ ไป แม้จะเป็นคำว่า “maybe” ก็ตาม…

 

ฟังเพลงของ HYUKOH ต่อกันได้ที่นี่

 

Story by: Chanon B.
Photos by: Seen Scene Space

Artist:


เพลงพิเศษนี้ มีให้ฟังเฉพาะผู้ใช้งาน JOOX มิวสิคแอพแบบ VIP เท่านั้น

ดาวน์โหลด JOOX ฟรีมิวสิคแอพ
แล้วรับสิทธิ์ใช้งานแบบ VIP ฟรี

แค่คลิก หรือสแกน QR Code ด้านล่างเพื่อติดตั้ง JOOX
บนสมาร์ทโฟนของคุณ รับสิทธิ์การใช้งาน JOOX
แบบ VIP กันไปเลยฟรีๆ

 

หากคุณใช้งาน JOOX แบบ VIP อยู่แล้ว

แค่ล็อกอินด้วยการคลิก  ที่มุมบนขวามือ
ของ Sanook! Music ด้วยแอคเคาท์ JOOX ของคุณ

Album
00:00 / 00:00
0
เพลงที่อยู่ในคิว (0) เคลียร์ลิสต์ทั้งหมด
No songs added

In Sanook Music, click "▷" or "+" to play or add songs.