"Cocktail Live #เล่นด้วยหัวใจเสมอมา" การพบพานที่ไม่มีวันลืม กับวงดนตรีที่ไม่เคยหยุดเซอร์ไพรส์

| เปิดอ่าน

"ในคืนแสงจันทร์ส่อง ระยิบตา
ดวงดารา ดั่งดวงตานางฟ้าจ้องมอง
เป็นพยานในยามราตรีบรรเลงขับขาน
เพลงรักเพื่อเรา ฉันขอมือเธอเต้นรำกับฉันคืนนี้"

 

เหตุผลที่เราหยิบท่อนฮุคเพลง "งานเต้นรำในคืนพระจันทร์เต็มดวง" มาเกริ่นก่อนเข้ารีวิวนี้ เพราะเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ผลงานเพลงนี้ทำให้เราเริ่มชื่นชอบวงดนตรีที่มีชื่อว่า Cocktail ศิลปินกลุ่มที่มาพร้อมเนื้อเพลงที่ใช้ภาษาเป็นเอกลักษณ์ และ ดนตรีที่มีเครื่องสายประกอบ และหลังจากนั้นไม่นาน ผลงานเพลงอย่าง “คู่ชีวิต”, “กาลเวลาพิสูจน์คน” และอีกหลายบทเพลงก็ทำให้ Cocktail กลายเป็นศิลปินในดวงใจเราอีกวง ซึ่งเราเองก็บอกตัวเองไว้ว่า ถ้าพวกเขาได้มีคอนเสิร์ตใหญ่อีกครั้ง เราจะต้องไปชมแน่นอน เพราะในความคิดเรามันคงเป็นงานที่สนุกและมีบรรยากาศที่น่าตื่นตาตื่นใจ คล้ายกับสิ่งที่วงพรรณนาไว้ในท่อนฮุคเพลง "งานเต้นรำในคืนพระจันทร์เต็มดวง"

 

 

ล่าสุดเดือนที่ผ่านมา ความฝันของเราก็ได้กลายเป็นจริง เมื่อทางค่าย genie records ได้ประกาศคอนเสิร์ตใหญ่ Cocktail Live #เล่นด้วยหัวใจเสมอมา ในวันที่ 14 กรกฎาคม 3 ปีหลังจากที่เคยทำคอนเสิร์ตใหญ่ The Heartless Live เมื่อปี 2015 แต่ครั้งนี้พวกเขาได้มาเล่นที่อิมแพ็คอารีน่า ฮอลล์คอนเสิร์ตขนาดใหญ่ที่จุคนได้มากกว่า 10,000 คน และมีเวลาเพียงแค่ 30 วันเท่านั้น ในการเตรียมตัวโปรโมตและขึ้นแสดง เนื่องจากตารางเวลาที่ค่อนข้างแน่น จนทำให้งานนี้ท้าทายมากสำหรับวงและทีมงาน ซึ่งความที่เราอยากชมคอนเสิร์ตนี้มาก ทำให้เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม เราเองก็ได้มาถึงสถานที่แสดงก่อนเวลาเกือบชั่วโมง

 

 

 

ช่วงที่เราเข้าพื้นที่คอนเสิร์ต การแสดงวงเปิด หรือ Opening Act สองศิลปินอย่าง Three Man Down และ Tilly Birds จากค่าย Gene Lab ก็เริ่มขึ้น ซึ่งถึงแม้จะเป็นวงหน้าใหม่ที่ไม่เคยขึ้นแสดงที่อิมเเพ็ค อารีน่า แต่พวกเขาก็สามารถสร้างบรรยากาศที่สนุกสนานให้กับผู้ชมได้ ซึ่งงานนี้ Three Man Down ได้โชว์คัฟเวอร์เพลง “ฤดูร้อน” ของ Paradox และเพลง “ผ่านตา” ซึ่งเป็นซิงเกิลใหม่ที่พวกเขาทำในรายการ Band Lab ในขณะที่ Tilly Birds โชว์เพลง “จากกันด้วยดี” และ “เรื่องดีๆ” ที่เป็นผลงานที่พวกเขาทำขึ้นมา  ก่อนที่ Paper Planes อีกหนึ่งวง Opening Act ก็ได้มาแสดงพลังในเพลง “ความเชื่อ” ของ วง Bodyslam ก่อนตามด้วยผลงานของพวกเขาอย่าง “ก่อนเสียเธอไป” และ “ซ้ำซ้ำ” โดยการแสดงของวง Paper Planes นั้นก็ทำให้เราแอบเซอร์ไพรส์พอสมควร เพราะพวกเขามีพัฒนาการในด้านการแสดงสดที่มีพลังมากขึ้นชัดเจน เมื่อเทียบกับช่วงปี 2017 ที่พวกเขาเปิดตัวในโปรเจกต์ Showroom 3 

 

และในเวลา 1 ทุ่ม สมาชิก ทั้ง 4 ของวง Cocktail อย่าง โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ (ร้องนำ), เชา-ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย (กีตาร์), ปาร์ค-เกริกเกียรติ สว่างวงศ์ (เบส) และ ฟิลิปส์ เปรมสิริกรณ์ (กลอง) ก็ได้ปรากฏตัวบนเวที พร้อมเพลง “พบพาน” ที่แสดงถึงความยินดีที่ได้พบทุกคน ก่อนจะตามด้วยเพลง “สาวเซี่ยงไฮ้” และเพลง “ดาราดับแสง” ก่อนที่จะทักทายคนดูอย่างเป็นทางการ พร้อมโชว์ต่อด้วยเพลง “โปรดฟังอีกครั้ง” ก่อนจะตามด้วยเพลงช้าอย่าง “งานเต้นรำในคืนพระจันทร์เต็มดวง” ที่ทำให้เราได้รู้จักวง ก่อนตามด้วยเพลง “เวลา” และเพลงเร็ว “สวัสดีเจ้า” ที่อยู่ในโปรเจกต์ Play 2 รวมถึงอีกหลายเพลงที่ถูกเล่นออกมา

 

 

การเรียงเพลงในช่วงแรกของคอนเสิร์ตก็ทำให้เรารู้สึกเซอร์ไพรส์มาก เพราะมีทั้งเพลงจากอัลบั้มแรกๆ และเพลงที่ปล่อยในปีนี้ผสมรวมกัน และมีการเรียงเพลงช้าสลับไปมากับเพลงเร็ว ซึ่งต่างจากหลายๆ คอนเสิร์ตที่มีการแบ่งพาร์ทเพลงที่ต่างกันชัดเจน แต่การเชื่อมต่อระหว่างเพลงของ Cocktail ก็ทำได้ราบรื่นและไม่มีความรู้สึกสะดุดอารมณ์แต่อย่างใด โดยการแสดงของวงก็มีภาพจากหน้าจอพร้อมเอฟเฟกต์แสงสีเสียง ที่เข้ากับอารมณ์เพลงได้อย่างดี

 

 

 

หลังจากที่เซอร์ไพรส์แฟนเพลงด้วย Setlist ที่สลับอารมณ์ไปมา ทางวงก็ได้เปิด VTR คลิปเด็กจากมูลนิธิที่พูดถึงความฝันของพวกเขา ก่อนเล่นเพลง “ปรารถนาสิ่งใดฤๅ” และตามด้วยเพลง “เงาของเมื่อวาน” ซิงเกิลใหม่ ของวงที่เพิ่งปล่อยออกมาเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นการแสดงสดครั้งแรกของเพลงนี้ด้วย และ หลังจากนั้นทางวงก็ได้เรียกเสียงกรี๊ดอย่างท่วมท้น ด้วยการโชว์เพลง “คู่ชีวิต” ที่มาพร้อมคำอวยพรให้กับคนมีคู่และคนที่กำลังรอใครสักคนจากนักร้องนำอย่าง โอม 

 

 

 

สำหรับแขกรับเชิญคนแรกของคอนเสิร์ต อย่าง หนุ่ม Kala (ณพสิน แสงสุวรรณ) เขาได้ก้าวเข้ามาบนเวทีขณะที่กำลังแสดงเพลง “กาลเวลาพิสูจน์คน” ซึ่งทางวงมองว่าเขาเป็นศิลปินที่เหมาะสมในการถ่ายทอดเพลงนี้ เนื่องจากประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านอะไรมามาก และโอมเองก็ได้นำเพลงของวง Kala อย่าง “แม่” และ “เป็นแฟนกันตั้งแต่เมื่อไหร่” มาร้อง ซึ่งเรื่องที่น่าเซอร์ไพรส์ก็คือ หลังจากที่ลงจากเวที หนุ่ม เองก็จะมีงานคอนเสิร์ตที่จังหวัดสิงห์บุรี ช่วงกลางดึก แต่เขาก็ยังมาร่วมสร้างความสุขให้กับแฟนๆ ตามคำเชิญของวง

 

 

 

นอกจากการแสดงบนเวทีหลักแล้ว ในงานนี้ก็ได้มีการแสดงบนเวทีเล็กด้านท้ายฮอลล์ โดยทางวงและสมาชิกแบ็คอัพอย่าง เหน่ง - วิวัฒน์ สว่างวรรณรัตน์ (กีตาร์) และ แม็ก - ธิติวัฒน์ รองทอง นักร้องนำวง The Darkest Romance ที่มาเป็นนักร้องสนับสนุนของวงในคอนเสิร์ตนี้ ได้หยิบเพลงที่ทางวงได้ทำออกมาในช่วงที่เป็นศิลปินอินดี้อย่างเช่น "วัย", "คิดถึงฉันหรือเปล่า","ชีวิต" มาเล่นแบบสดๆ เพื่อให้ผู้ชมได้เห็นภาพพวกเขาในวันแรกๆ ขณะที่ยังเป็นศิลปินใหม่  โดยโชว์นี้ยังมีการเปิดโอกาสให้สมาชิกทั้ง 3 อย่าง เชา, ปาร์ค และ ฟิลิปส์ ได้พูดคุยกับแฟนๆ ซึ่ง ปาร์ค ก็ได้พูดคุยกับแฟนๆ ด้วยภาษาอีสานและบอกเล่าความรู้สึกจนแฟนๆ เห็นมุมตลกของเขา และในพาร์ทรวมเพลงเก่าก็จบลงด้วยการที่ทางทีมงานได้โปรยเช็คพิเศษจากธนาคาร Cocktail จากเพดานเพื่อขอบคุณแฟนเพลงที่เก็บเงินมาเพื่อชมคอนเสิร์ตนี้

 

ปาร์ค Cocktail

 

เมื่อแสงไฟที่เวทีพิเศษดับลง แฟนๆ ก็ได้พบความแปลกใจอีกครั้ง เมื่อ ปาล์มมี่ อีฟ ปานเจริญ ได้ปรากฏตัวที่เวทีหลักพร้อมร้องเพลง “เธอ” ร่วมกับวง Cocktail และหลังจากที่พูดคุยเรื่องรองเท้าและการที่ Cocktail มักยืมเพลงปาล์มมี่มาร้อง จนทำให้แฟนๆ หัวเราะ ทั้งสองศิลปินปิดท้ายช่วงพิเศษด้วยการร้องเพลง “คิดมาก” ของปาล์มมี่ที่ทำให้ผู้ชมอย่างเราโยกตามอย่างสนุกสนาน

 

 

 

ด้วยความที่แฟนๆ หลายคนรู้จักวง Cocktail จากการที่โอมเข้าร่วมรายการ The Mask Singer พร้อมสวม หน้ากากหอยนางรม ทำให้งานนี้ แฟนๆ เองก็ได้ฟังเพลง “หมดห่วง” ของ ตั๊ก-ศิริพร อยู่ยอด และ “ตราบธุลีดิน” ของ ปู่จ๋าน ลองไมค์ (พิษณุ บุญยืน) ที่วงนำมาโชว์ด้วย โดยนอกจากทั้ง 2 เพลงดังกล่าว ทางวงเองก็ได้เตรียมเพลงแนวสนุกสนานของวง Big Ass อย่าง “ข้าน้อยสมควรตาย” และ “อย่างน้อย” มาแสดง พร้อมได้ เจ๋ง Big Ass (เดชา โคนาโล) ที่สนิทสนมกับสมาชิกในวงมาร่วมแสดง ก่อนจะตามด้วยเพลง “ทำดีไม่เคยจำ” ที่ทางวงได้โชว์ความดุดันแบบจัดเต็ม

 

 

ตอนใกล้ช่วงจบคอนเสิร์ต ทางวงได้เปลี่ยนมาสร้างบรรยากาศซึ้งๆ อีกครั้งด้วยเพลง “ฉันร้องไห้เป็นหมื่นครั้งมาเพื่อเจอเธอ”, “เธอทำให้ฉันเสียใจ” โดยหลังจากที่ร้องเสร็จ โอมก็ได้มาเป็นตัวแทนได้เล่าความในใจเเละเรื่องราวจุดเริ่มต้นของคอนเสิร์ตพร้อมขอบคุณทีมงานเบื้องหลังงานนี้ทุกคน และได้ส่งแฟนๆ กลับบ้านด้วยเพลง “คุกเข่า” ที่มาพร้อมการชูป้าย เล่นด้วยหัวใจเสมอมา ของแฟนเพลง ที่เป็นโปรเจกต์สุดเซอร์ไพรส์ ซึ่งหลังจากที่โชว์เพลง “คุกเข่า” จบลงไปสักพัก ทางวงก็ได้เล่นเพลง “กาลเวลาพิสูจน์คน” อีกครั้งในแบบอะคูสติก ให้แฟนๆ ที่ยังไม่เดินทางกลับได้ชมกัน ในช่วง Encore

 

 

 

ถึงแม้จะมีเวลาเตรียมงานเพียงแค่เดือนเดียว แต่การแสดง Cocktail Live #เล่นด้วยหัวใจเสมอมา ก็ทำให้เราแปลกใจในแง่ความสมบูรณ์ของโชว์ เพราะถึงแม้จะมีการลืมสคริปต์และจังหวะหลุดฮาๆ ตอนพูดคุยบ้าง แต่ในแง่การแสดงดนตรี สมาชิกทั้ง 4 รวมถึงทีมงานทำออกมาได้ดี โดยแฟนๆ สามารถฟังซาวด์ดนตรีร็อคของวง รวมถึงซาวด์ดนตรีออเคสตร้าที่นำทีมโดยวาทยกรอย่าง ทฤษฎี ณ พัทลุง และการร้องของทีมคอรัส ได้อย่างชัดเจน ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับ กบ-ขจรเดช พรมรักษา มือกลองวง Big Ass ที่เป็น Show Director ที่ดูแลภาพรวมของโชว์ และ แม็ก ธิติวัฒน์ ที่เป็น Music Director ควบคู่กับการเป็นนักดนตรีสนับสนุน

 

 

นอกเหนือจากองค์ประกอบทางดนตรี อีกสิ่งที่ทำให้เราเซอร์ไพรส์มากในคอนเสิร์ต ก็คือการร้องของโอม นักร้องนำ เพราะตลอดเวลา 3 ชั่วโมงครึ่ง เขาได้โชว์ร้องเพลงมากกว่า 30 เพลง พร้อมยังได้โชว์การร้องว้ากแบบสกรีโม แร็ป และเทคนิคการร้องหลายๆ รูปแบบ  ซึ่งก่อนหน้าที่จะแสดงคอนเสิร์ตนี้ เขาเองก็มีงานรัดตัวทั้งการทัวร์ รวมถึงการทำงานในฐานะผู้บริหาร Gene Lab และโอมเองยังกล่าวตอนที่แสดงอีกว่า เสียงเขาก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ เนื่องจากปัญหาสุขภาพ แต่เขาก็ยังสามารถทำโชว์ออกมาได้สมบูรณ์ในแง่การถ่ายทอดบทเพลง ทั้งๆ ที่ปัจจัยหลายด้านไม่พร้อม และสิ่งนี้ก็ทำให้เรารู้สึกประทับใจในตัวเขามาก 

 

 

 

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราประทับใจกับคอนเสิร์ต Cocktail Live #เล่นด้วยหัวใจเสมอมา ก็คือการแสดงและบรรยากาศที่ไม่ได้มีแค่ความร็อค เพียงอย่างเดียว เพราะนอกจากเพลงร็อคที่ผสมดนตรีคลาสสิคของวง ยังมีการนำเพลงที่ไม่ใช่แนวร็อคมาแสดง และทางวงเองก็ได้มีช่วงพูดคุยสนุกสนานเหมือนกับคอนเสิร์ตของศิลปินป็อป ส่วนทางฝั่งแฟนเพลงเองก็ได้มีการเตรียมโปรเจกต์อย่างเช่น ทะเลดวงดาว และ ป้ายขอบคุณ เพื่อเซอร์ไพรส์วง จนทำให้แฟนเพลงที่ไม่ใช่คนที่ฟังเพลงร็อค สามารถมีความสุขไปกับโชว์ได้ 

 

 

การแสดงบนเวทีคอนเสิร์ต Cocktail Live #เล่นด้วยหัวใจเสมอมา นอกจากจะอลังการด้วยแสงสีเสียงที่ทางวงและทีมงานเตรียมไว้แล้ว ยังมีความสนุกสนานของดนตรีที่ทำให้ชาวร็อคลุกขึ้นมากระโดดไปกับเพลงในหลายๆ พาร์ท และยังมีเรื่องราวชวนแปลกใจสอดแทรกในการแสดง จนทำให้ตัวเราไม่อยากให้ 3 ชั่วโมงนั้นจบลง ซึ่งหลังจากนี้เราต้องมาติดตามกันว่า วง Cocktail จะมีการแสดงหรือผลงานอะไรที่สร้างความประทับใจให้กับแฟนอีกบ้าง

ขอบคุณภาพจาก genie records

Story : Sidhipong W.

อ่านเพิ่มเติม 

>> 10 ศิลปินไทย ที่ "เบิร์ด ธงไชย" ควรร่วมงานด้วยสักครั้ง

>> 5 เพลงดัง ที่คุณอาจไม่รู้ว่าหน้ากากหอยนางรม "โอม Cocktail" เป็นผู้เเต่ง

>> วง Cocktail ส่ง MV ตีแผ่ด้านมืดโลกโซเชี่ยล "ทำดีไม่เคยจำ"

>> Cocktail ชวน ไมค์ ภิรมย์พร ให้กำลังใจคนสู้ชีวิตใน "กาลเวลาพิสูจน์คน"

>> Cocktail เตือนสติแฟนเพลง ผ่านเอ็มวีตีแผ่ชีวิตจริง "ปรารถนาสิ่งใดฤๅ"

>> Cocktail ร่วมงานนักแสดงดาวรุ่ง หวนกลับทำเอ็มวีรักอกหัก "เงาของเมื่อวาน"

Artist:


เพลงพิเศษนี้ มีให้ฟังเฉพาะผู้ใช้งาน JOOX มิวสิคแอพแบบ VIP เท่านั้น

ดาวน์โหลด JOOX ฟรีมิวสิคแอพ
แล้วรับสิทธิ์ใช้งานแบบ VIP ฟรี

แค่คลิก หรือสแกน QR Code ด้านล่างเพื่อติดตั้ง JOOX
บนสมาร์ทโฟนของคุณ รับสิทธิ์การใช้งาน JOOX
แบบ VIP กันไปเลยฟรีๆ

 

หากคุณใช้งาน JOOX แบบ VIP อยู่แล้ว

แค่ล็อกอินด้วยการคลิก  ที่มุมบนขวามือ
ของ Sanook! Music ด้วยแอคเคาท์ JOOX ของคุณ

Album
00:00 / 00:00
0
เพลงที่อยู่ในคิว (0) เคลียร์ลิสต์ทั้งหมด
No songs added

In Sanook Music, click "▷" or "+" to play or add songs.