Whal & Dolph วงดนตรีจากท้องทะเล กับผลงานเพลงที่ไร้ขอบเขตจำกัด

| เปิดอ่าน

ช่วงปลายปี 2017 ค่ายเพลงขวัญใจแฟนเพลงนอกกระแสอย่าง What The Duck ก็ได้ต้อนรับศิลปินคนใหม่อย่างวง Whal & Dolph ที่มาพร้อมผลงานเพลงฟังสบาย แต่เต็มไปด้วยซาวด์แปลกใหม่มากมาย รวมถึงคาแร็คเตอร์ที่สบายๆเข้าถึงง่าย จนทำให้พวกเขามีแฟนเพลงจำนวนหนึ่งตั้งแต่ตอนเป็นศิลปินอิสระ 

โดยวง Whal & Dolph นั้นมาพร้อม 2 สมาชิกอย่าง ปอ - กฤษสรัญ จ้องสุวรรณ (ดอล์ฟ) และ น้ำวน - วนนท์ กุลวรรธไพสิฐ (วาฬ) ซึ่งทั้งคู่ได้รู้จักกันจากการแนะนำของเพื่อนที่เล่นดนตรีด้วยกัน ก่อนที่จะมาทำเพลงด้วยกันและเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่หลายคนจับตามอง

ซึ่งหลังจากที่ปล่อยผลงานเพลง "หากมันจะสายเกินไป" ทาง Sanook Music ก็ได้พูดคุยกับวง Whal & Dolph ถึงการทำงานเพลงของวง รวมถึงผลงานอัลบั้มใหม่ Rayon ที่เพิ่งปล่อยออกมาให้แฟนเพลงได้ชมกัน

 

 

ความบังเอิญของผลงานเพลง ที่ทำให้เกิดชื่อ Whal & Dolph

ปอ (ดอล์ฟ) : “ตอนที่ผมทำงานเพลงแรก ผมก็ได้ฟังเพลงและรู้สึกว่าเพลงเพลงนี้มันมีความรู้สึกเหมือนเพลงที่คนชอบฟังเวลาไปทะเล พอทำเพลงต่อมามันก็มีฟีลแบบนี้ เลยตัดสินใจตั้งชื่อวงให้เกี่ยวกับทะเล ก็เลยดูว่ามีสัตว์ทะเลอะไรที่เป็นเพื่อนกัน แบบคิดถึงตัวหนึ่งและนึกถึงอีกตัว ตอนนั้นก็เลยนึกถึง วาฬ กับ โลมา ตอนแรกเลยใช้ชื่อว่า Whale & Dolphin หลังจากนั้นก็ปรับมาเป็น Whal & Dolph เพื่อให้มันติดหูมากขึ้น แต่ก็ยังมีคนเรียกผิดอยู่บ้าง (หัวเราะ) แฟนๆก็จะเรียกผมว่าคุณดอล์ฟ เรียกน้ำวนว่าคุณวาฬครับ”

 

น้ำวน - วนนท์ กุลวรรธไพสิฐ (วาฬ)

 

จากศิลปินอิสระในท้องทะเลสู่บ้าน What The Duck

น้ำวน (วาฬ) : “มีอยู่วันหนึ่งพวกเราส่งของให้แฟนเพลงที่ไปรษณีย์ แล้วพี่ เมื่อย Scrubb (ธวัชพนธ์ วงศ์บุญศิริ) ติดต่อมาและบอกว่า ได้ยินเพลงของวงจาก Cat Radio และอยากให้มาเล่นคอนเสิร์ตของพี่เขา ตอนนั้นตื่นเต้นมากเพราะพี่เขาเป็นไอดอลของเรา หลังจากนั้นก็ตอบตกลงไป

พอได้พบกับพี่เมื่อย เขาก็บอกว่าพี่ บอล Scrubb (ต่อพงศ์ จันทบุบผา) ก็สนใจวงพวกเรามาก อยากให้มาร่วมงานกับค่าย What The Duck ที่พี่เขาทำอยู่ พอไปคุยกับพี่บอลก็รู้สึกพอใจกับข้อเสนอที่ทางค่ายจะให้อิสระในการทำงาน ก็เลยได้ร่วมงานกันครับ"  

 

ปอ - กฤษสรัญ จ้องสุวรรณ (ดอล์ฟ)

“หากมันจะสายเกินไป” ผลงานเพลงที่มาจากอนาคต

 

ปอ (ดอล์ฟ) : “เพลงนี้ผมเขียนตอนที่นั่งอยู่ที่หอครับ ก็คิดว่าถ้าวันหนึ่งจะเลิกกับแฟนต้องทำอย่างไร ก็เลยเป็นชื่อเพลง “หากมันจะสายเกินไป” เป็นเพลงเกี่ยวกับเรื่องราวที่ยังไม่เกิดขึ้น แบบเราจะต้องหนีหายไปไหม หรือทำอะไรต่อถ้าสูญเสีย การทำงานเพลงนี้ก็เหมือนซิงเกิลที่ผ่านมา ถึงแม้จะมาอยู่ค่ายเเล้ว เพราะค่ายเขาให้อิสระทางความคิด แต่จะช่วยในส่วนที่พวกเราทำไม่ได้ อย่างเช่นการจองห้องอัด การจัดตารางงาน และเลี้ยงข้าวครับ (หัวเราะ)

เอ็มวีเพลงนี้มีเนื้อหาประมาณว่า ถ้าคุณประสบความสำเร็จในความรัก คุณจะเหมือนนักมวยที่ชนะ แต่ถ้าคุณพ่ายแพ้ คุณจะกลายเป็นเหมือนตลกเลย เพลงนี้พอปล่อยเอ็มวีออกมาแฟนเพลงก็จะดีใจมาก เพราะพวกเราเล่นเพลงนี้ตามคอนเสิร์ตและงานต่างๆมานาน ทุกคนก็ดีใจที่ได้ฟังกันเต็มๆครับ”

 

 

อัลบั้ม Rayon ที่มาพร้อมความรวดเร็วและตั้งใจ

 

น้ำวน (วาฬ) : “ชื่ออัลบั้ม Rayon มาจากชื่อผ้าที่เขามักนำมาทำเสื้อฮาวายครับ มันเป็นเสื้อที่พวกเราชอบใส่และตรงกับธีมของเพลงที่เราทำ ปกอัลบั้มก็เป็นภาพเสื้อสีนี้ ซึ่งผ้าแบบนี้มันสามารถวาดเรื่องราวลงไปในตัวผ้าได้ครับ เหมือนเสื้อที่เขาทำเป็นของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยว ซึ่งบางประเทศเขาก็เอาภาพเรื่องราวของประวัติศาสตร์เมืองนั้นๆ วาดไปในผ้าที่ขาย เลยคิดว่าเป็นชื่อที่เหมาะที่สุดครับ”

ปอ (ดอล์ฟ) : “อัลบั้มชุดนี้มีเพลงที่พวกเราปล่อยมาแล้ว 4 เพลง และอีก 9 เพลงใหม่ที่ใช้เวลาแต่งแค่ 2 เดือน บางส่วนเป็นเพลงเก่าที่ทำไม่เสร็จแล้วเอามาทำให้สมบูรณ์ บางส่วนก็เป็นเพลงใหม่ที่เขียนขึ้นตั้งแต่แรกเลย เพราะวงพวกเราจริงๆเพิ่งมาทำงานเพลงด้วยกันในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเองครับ

ตอนที่พวกเราทำเพลงเสร็จก็ให้แฟนเพลงบางส่วนมาฟังเพลงที่เสร็จแล้วที่ออฟฟิศค่าย What The Duck และให้ทุกคนเขียนว่าชอบเพลงไหน หลายคนก็จะชอบเพลง “รอให้เธอบอก” และ “น้ำตาฟ้า” ผมก็คิดว่า 2 เพลงนี้น่าจะประสบความสำเร็จ แต่จริงๆผมชอบทุกเพลงเลยครับ เพราะพวกเราตั้งใจและใส่สิ่งที่ชอบลงไปเต็มที่เลยครับ”

 

 

Whal & Dolph กับความชื่นชอบวงไอดอล BNK48

 

นอกจากอัลบั้มจะมาพร้อม 13 เพลงแล้ว ทางวงเองก็ได้ทำ Photo Card พิเศษให้แฟนเพลง ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากวงไอดอลไทย BNK48 ที่เป็นวงน้องสาว AKB48 ด้วย และพวกเขาก็ได้เล่าที่มาความชอบวง BNK48 ให้ทาง Sanook Music ได้ฟังด้วย

น้ำวน (วาฬ) : “รุ่นน้องที่ทำเอ็มวีเพลงของวง เขาจะชอบ BNK48 และอยากทำ Photo Card ให้อัลบั้มพวกเราและออกเงินกันเอง พวกผมก็เลยตามใจน้องๆครับ ก็ทำออกมาเป็นกิมมิกสนุกๆ ว่าซื้ออัลบั้มก็จะได้การ์ด แต่ก็จะมีจำนวนจำกัดครับ จริงๆก่อนหน้านี้น้อง แคน BNK48 (นายิกา ศรีเนียน) ก็เคยมาดูพวกเราแสดงคอนเสิร์ตเหมือนกัน ก็รู้สึกดีใจที่น้องๆที่เป็นวงไอดอลมาสนใจวงอินดี้ด้วย

พวกเราเองก็ดูโชว์ของพวกน้องๆเหมือนกัน เพราะไม่เคยศิลปินแบบนี้ในไทยมาก่อน วงเราเองก็ฟังเพลงกว้างๆ ไม่ได้แอนตี้เพลงแนวไหนเลยครับ ตอนแรกผมตามฟังเพลงน้องเขาเฉยๆ สักพักได้ดูคลิปซ้อมเต้นเพลง “คุกกี้เสี่ยงทาย Koisuru Fortune Cookie” ของน้องๆในวงก็สะดุดตาน้อง อร (พัศชนันท์ เจียจีรโชติ) ก็เลยมาติดตาม (โอชิ) น้องอรจริงจังเป็นคนแรกในวง" 

 

น้ำวน (วาฬ) และ โอชิเมม อร BNK48

 

ปอ (ดอล์ฟ) : “ส่วนผมตอนแรกที่รู้จักวงนี้ ตอนที่ขายข้าวกระเพราในงาน Cat Foodival ที่มีวง BNK48 มาแสดง ซึ่งผมสะดุดตาน้องคนหนึ่งที่มีชื่อว่า ซัทจัง (สวิชญา ขจรรุ่งศิลป์) ตอนแรกที่ถามเพื่อนว่าน้องคนนี้เป็นใคร เพื่อนก็ตกใจและบอกว่าน้องเขาเด็กมากนะ (หัวเราะ) ตอนนั้นก็ได้มาติดตาม (โอชิ) น้องซัทจังครับ ซึ่งพอมาติดตามก็รู้สึกว่าเพลงของน้องๆก็เพราะดีครับ”

 

ปอ (ดอล์ฟ) และ โอชิเมม ซัทจัง BNK48

การเดินทางสู่หัวใจแฟนเพลง ด้วยการแสดงสด 

 

ปอ (ดอล์ฟ) : เวลาพวกเราไปเล่นคอนเสิร์ตก็จะมีแฟนเพลงใหม่ๆเพิ่มตลอดครับ การเล่นสดมันเป็นวิธีเข้าถึงใจคนง่ายที่สุด พี่เมื่อยมักจะบอกว่าความนิยมในโลกโซเชียลก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ของจริงคือเวทีคอนเสิร์ตครับ ล่าสุดมีคนมาทักว่า ฟังเพลงมานานแต่ไม่คิดติดตาม แต่พอมาดูวงพวกเราเล่นคอนเสิร์ตก็ชอบเลย หลังจากนั้นไม่นานก็มีคนถ่ายรูปกับพวกเราและลงแคปชั่นว่า “ครั้งหน้าจะร้องเพลงของพวกนายให้ได้นะ” พอได้เห็นผมก็รู้สึกดีใจมากครับ

 

วงดนตรีที่ไม่จำกัดเเนวเพลง

 

น้ำวน (วาฬ) : "วง Whal & Dolph เป็นวงดนตรีลูกผสมครับ แต่หลายคนมักจะมองว่าพวกเราเป็นวงโฟล์กหรือ Acoustic เพราะพวกเราใช้กีต้าร์เป็นเครื่องดนตรีหลัก แต่จริงๆพวกเรามีเร็กเก้, ป็อป, และหลายแนวมาก ถ้าฟังดูในอัลบั้มจะเห็นว่าพวกเราไม่สามารถจำกัดแนวเพลงได้เลย เพราะพวกเราก็จะมีลูกเล่นใหม่ๆมาใส่ในเพลงเสมอ"

ปอ (ดอล์ฟ) : "พวกเรามีวงที่ชอบเยอะมาก อย่างในไทยก็มี Sqweez Animal, Scrubb, Armchair, Yokee Playboy และศิลปินค่ายเบเกอรี่ยุคใหม่ ซึ่งล่าสุดก็เจอพี่ โป้ Yokee Playboy (ปิยะ ศาสตรวาหา) ซึ่งพี่เขาก็ชอบเพลงของพวกเรา พอมาเจอพวกเราพี่เขาก็ทักทายและพูดว่า "นี่ Whal & Dolph ตัวจริงนี่หน่า" และให้กำลังใจพวกเรา ก็รู้สึกดีครับ"

 

การก้าวสู่แฟนเพลงกลุ่มใหม่ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

 

ปอ (ดอล์ฟ) : "หลังจากนี้ทางวงจะพยายามเข้าหาแฟนเพลงมากขึ้นครับ เพราะเพลงของเราไม่ได้ฟังยาก คือเป็นวงอินดี้ที่ไม่ได้ติสต์ ถึงบุคลิกสมาชิกจะดูแปลก แต่เพลงของเราไม่ได้แปลกหรือฟังยากเลย และถ้าวันหนึ่งเรามีแฟนเพลงมากขึ้น วงก็จะมีงานโชว์มากขึ้นครับ ซึ่งมันจะทำให้เรายืนหยัดในอาชีพนี้ได้ แต่ตอนนี้คือพวกเราไม่กลัวเรื่องไม่มีงานเท่าไหร่ครับ เพราะตอนนี้พวกเราได้รับโอกาสในการทำดนตรีที่เรารัก พวกเราก็อยากทำมันให้ดีที่สุดครับ อย่างน้อยถ้าพวกผมไม่ถึงเป้าหมาย ก็จะไม่รู้สึกเสียดายครับ"

 

 

ถึงแม้จะเป็นศิลปินใหม่ที่แจ้งเกิดมาไม่นาน แต่วง Whal & Dolph ก็มีแนวทางการทำเพลงและคาแร็คเตอร์ที่น่าสนใจ ซึ่งแฟนๆต้องมาติดตามกันว่า ในอนาคต 2 หนุ่มจากท้องทะเลกลุ่มนี้ จะมาพร้อมผลงานเพลงใหม่อะไรอีกบ้างในอนาคตโดยแฟนๆ สามารถฟังเพลงจากอัลบั้ม Rayon ของพวกเขาได้ที่ JOOX และ Sanook Music ได้แล้วครับ   

Story : Sidhipong W.

Artist:


เพลงพิเศษนี้ มีให้ฟังเฉพาะผู้ใช้งาน JOOX มิวสิคแอพแบบ VIP เท่านั้น

ดาวน์โหลด JOOX ฟรีมิวสิคแอพ
แล้วรับสิทธิ์ใช้งานแบบ VIP ฟรี

แค่คลิก หรือสแกน QR Code ด้านล่างเพื่อติดตั้ง JOOX
บนสมาร์ทโฟนของคุณ รับสิทธิ์การใช้งาน JOOX
แบบ VIP กันไปเลยฟรีๆ

 

หากคุณใช้งาน JOOX แบบ VIP อยู่แล้ว

แค่ล็อกอินด้วยการคลิก  ที่มุมบนขวามือ
ของ Sanook! Music ด้วยแอคเคาท์ JOOX ของคุณ

Album
00:00 / 00:00
0
เพลงที่อยู่ในคิว (0) เคลียร์ลิสต์ทั้งหมด
No songs added

In Sanook Music, click "▷" or "+" to play or add songs.