“ณัฐ ศักดาทร” 10 ปีในวงการเพลง สู่ชีวิตที่เป็นมากกว่าคนบันเทิง!

| เปิดอ่าน

หลังจากที่เป็นผู้ชนะเวที Academy Fantasia เมื่อปี 2550 เผลอแป๊ปเดียวศิลปินหนุ่มมากความสามารถอย่าง “ณัฐ ศักดาทร” ก็อยู่ในวงการเพลงมาถึง 10 ปีแล้ว โดยนอกจากผลงานเพลงแล้ว เขาก็เป็นนักแสดงและไอดอลด้านการเรียนและออกกำลังของคนรุ่นใหม่จนทำให้เขามีคนติดตามในโลกโซเชี่ยลเป็นล้านคนแล้ว และในวันนี้ทาง Sanook! Music ก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณนัท ถึงผลงานเพลงใหม่ "ใจพังพัง" และประสบการณ์ชีวิตในวงการที่ผ่านมาของเขา

 

 

เพลง ใจพังพัง มีเนื้อหาพูดถึงเรื่องอะไร

ณัฐ: เพลงนี้พูดถึงคนที่ภายนอกดูเข้มแข็ง แต่ภายในเป็นคนที่อ่อนแอ ใจพังๆ ต้องการคนมารัก มันคล้ายคนในยุคนี้ที่โพสต์ในโลกออนไลน์ว่าดูดี ดูโอเค จนคนภายนอกคิดว่าโอเค แต่จริงๆแล้วจิตใจไม่โอเคครับ

 

ซิงเกิ้ลนี้มีแรงบันดาลใจมาจากไหน เพราะเห็นคุณกล่าวว่าเพลงนี้มีเค้าโครงจากชีวิตคุณ

ณัฐ: ใช่ครับ(หัวเราะ) เพลงนี้มีจุดเริ่มต้น เพราะผมไปออก event ไปคอนเสิร์ตบ่อย แล้วเรารู้สึกฟินรู้สึกดีมากเวลางานเสร็จ แต่พอกลับถึงบ้านก็เป็นอีกคนเลย เพราะต้องอยู่คนเดียวกับตัวเอง ไม่ได้เหมือนตอนอยู่บนเวที และไม่ได้เล่าความสุขให้ใครๆฟัง พอมาอยู่กับตัวเองแล้วมันโคตรเหงาเลยครับ มันเลยเป็นที่มาของเพลง ซิงเกิ้ลนี้ก็มาจากต้อล เพราะเราสนิทกันเลยเล่าเรื่องชีวิตให้ฟัง ว่าภายนอกเราดูดีดูโอเค แต่ข้างในมันพัง ต้อลเลยไปแต่งท่อนฮุคมาคร่าวๆ ผมชอบเนื้อหาเลยเอามาแต่งคำ และท่อนอื่นๆครับ

 

ความท้าทายในการทำเพลงนี้ อยู่ที่ตรงไหน

ณัฐ: มันร้องยากครับ มีท่อนที่เราร้องเต็มเสียง ถ้าคนรู้เบื้องหลังการอัดมันจะมีการตัดแปะบ้างก่อนหน้านี้ แต่เพลงนี้ท่อนฮุคท้ายมันจะมีดร็อปลงและร้องเป็นฟีลๆครับ

 

 

ทำไมถึงตัดสินใจทำหนังสั้น เกี่ยวกับคนที่หลอกตัวเองในโลกโซเชี่ยล

ณัฐ: ผมว่ามันเป็นเรื่องจริงของคนในยุคนี้ครับ หนังสั้นนี้เป็นไอเดียของผมเองครับ คือทุกวันนี้คนอยู่โลกออนไลน์เยอะ ที่คนนำเสนอด้านหนึ่งของตัวเองที่ดูดี คือหลายคนรวมถึงผมก็พยายามพรีเซนต์ตัวเอง แต่ลึกๆแล้วเราก็คือคนหนึ่งที่ต้องการให้ใครสักคนมารัก

 

แล้วกระแสตอบรับของหนังสั้นและเพลงนี้เป็นอย่างไรบ้าง

ณัฐ: ดีนะครับ เพราะคอมเม้นต์ถามว่าเอาชีวิตผมมาเล่าเหรอ คือรู้สึกดีที่เราทำเพลงแล้วโดนใจคนในชีวิตจริง คือมีเพลงและเรื่องที่ตรงกับพวกเขา

 

คุณนัทมีอะไรอยากฝากให้กับคนที่มีเรื่องราวชีวิตเหมือนในเพลงนี้บ้างไหม

ณัฐ: ก็ฝากไว้เหมือนในตอนท้ายหนังสั้นอะครับ ตัวละครจะบอกว่า "สักวันใจพังพังของผมคงได้รับการรักษา คุณว่าจริงไหม" ผมว่าทุกคนมีความหวังอย่างนี้อยู่เหมือนในเพลง เพราะถึงเป็นเพลงเศร้าแต่ก็โยกได้ เหมือนชีวิตเราที่อาจจะเศร้า แต่ก็ไม่ควรทอดทิ้งความหวังและโอกาสที่จะทำให้ตัวเองมีความสุขครับ

 คลิกฟังเพลง ใจพังพัง - ณัฐ ศักดาทร

 

แสดงว่าลึกๆแล้ว คุณนัทเป็นคนที่รู้สึกเหงาบ่อย

ณัฐ: ของผมก็เป็นอารมณ์ศิลปินครับ(หัวเราะ) ตัวผมเองจะไม่ค่อยโพสต์อะไรแง่ลบในโซเชี่ยล แต่ลึกๆเราก็เก็บไว้ตัวเอง เราก็เลยมาปลดปล่อยในเพลงนี้แทน(หัวเราะ)

 

หลายคนมักจะถามว่า เมื่อไหร่นัทจะมีคู่เสียที สเป็คของเราเป็นแบบไหน พอเล่าให้ฟังได้ไหม

ณัฐ: ผมก็สงสัยเหมือนกันครับว่าเมื่อไหร่จะมี (หัวเราะ) ผมไม่มีสเป็ครูปร่างหน้าตานะครับ เพราะคนที่ชอบแต่ละคนไม่ได้คล้ายกันเลย แต่อยากอยู่กับคนที่มองโลกในแง่บวก ไม่ใช่คนคิดลบบ่นนั่นนี่ อยากอยู่กับคนที่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น เวลาจะคบใครสักคนควรจะพาชีวิตไปข้างหน้า ทุกคนควรมีโอกาสเลือกคนที่เหมาะกับตัวเอง มันเป็นการให้เกียรติตัวเอง อย่างคิดว่าเราไม่มีทางเลือก คือเวลาเรามีความรักเราก็ควรทุ่มเทให้มัน แต่ทุกวันนี้ผมจะเจอแบบเราชอบเขา เขาไม่ชอบเรา ความรักมันเป็นแบบนี้ ดังนั้นมันเลยต้องพังต่อไป (หัวเราะ)

 

อะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณนัทปล่อยเพลงเศร้า ทั้งๆที่ตอนนี้เป็นช่วงเดือนของเทศกาลความรัก

ณัฐ: เพราะผมว่าวันวาเลนไทน์ ทุกคนจะคิดถึงคนมีคู่ แต่มันก็มีบางคนที่ไม่มีคู่ เลยอยากให้เพลงนี้เป็นตัวแทนคนกลุ่มนี้ ที่โสดและอยากมีบางคน เผื่อหลายคนอยากใช้เพลงนี้บอกคนรอบข้าง เผื่อมีคนสนใจ

 

 

 

ช่วงที่ผ่านมาคุณนัทก็มีงานแสดงด้วย รู้สึกอย่างไรกับการเป็นนักแสดง

ณัฐ: ปีที่แล้วผมก็มีภาพยนตร์ ปีนี้ก็มี Bad friends และ Club Friday ก็สนุกนะครับ มันเป็นอาชีพที่เราได้ถ่ายทอดอารมณ์อีกแบบ การร้องเพลงมันคือการได้ถ่ายทอดความเป็นตัวเอง แต่การเป็นนักแสดงคือได้เป็นคนอื่น ที่เราคงไม่ได้เจอเหตุการณ์นี้ คือเราก็ไม่ได้เจออะไรแบบนี้ในเชิงอาชีพนะครับ การแสดงก็ทำให้ผมได้แฟนคลับกลุ่มใหม่ๆ อย่างเล่นฟิตเนสก็มีคนมาทักว่าดู Club Friday อยู่ นั่งลุ้นอยู่ (หัวเราะ) คือแปลกดีเพราะตอนเป็นนักร้องไม่มีใครลุ้นแบบนี้

 

ความชอบในการแสดงและละครมันต่างกันมากไหม

ณัฐ: ต่างกันครับ เพราะการร้องเพลงเป็นความฝันตั้งแต่สมัยก่อน แต่งานแสดงเป็นโอกาสที่เข้ามา แล้วเราชอบ แต่มันขึ้นกับบทด้วย บางทีก็มีบทที่เราเล่นเล้วเราไม่อินครับ

 

ล่าสุดผลงานเพลง ความหมายที่หายไป ก็ได้เข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์ด้วย ในสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม คุณรู้สึกอย่างไรกับความสำเร็จนี้

ณัฐ: มันดีมากครับ เป็นรางวัลสุพรรณหงส์แรกที่ได้เข้าชิง จากหนังเรื่อง Fathers พอได้เล่นก็มีโอกาสได้ร้องเพลง เพลงนี้ก็ทำทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง ได้ร่วมแต่งด้วย ตอนแรกที่รับเล่นโปรเจ็คนี้ ก็มีผู้ใหญ่ที่เป็นห่วงที่เรารับหนังเรื่องนี้ กลัวเรื่องภาพลักษณ์ แต่ผมว่ามันเป็นงานที่ดีและท้าทาย มันได้สะท้อนสังคมแล้วการที่เพลงนี้ได้เข้าชิง มันแสดงให้เห็นการตัดสินใจของเรานั่นถูกต้อง

คลิกฟังเพลง ความหมายที่หายไป - ณัฐ ศักดาทร

 

 

ในฐานะที่เราก้าวมาจากเวทีการประกวดร้องเพลง รู้สึกอย่างไรกับการประกวดในยุคนี้

ณัฐ : มีเยอะมากครับ(หัวเราะ) มันแสดงให้เห็นว่าคนเก่งเยอะมาก แต่มันก็ทำให้คนที่แจ้งเกิดมันยากขึ้น เพราะคนเห็นว่าคนเก่งมีมาก หลายคนในรายการดังมาก พอจบก็ไม่มีผลงานต่อ เราก็สงสัยและไม่เข้าใจ มันเป็นการเพิ่มความท้าทายให้นักรัองด้านมาตรฐาน

 

ปกติเวลาคนชมเรียลลิตี้ ก็มักจะความอินเกินไป คุณนัทคิดอย่างไรกับคนที่ดูเรียลลิตี้แล้วแยกแยะไม่ได้

ณัฐ : ไม่ว่าเรียลลิตี้แบบไหน มันก็เป็นรายการบันเทิง ไม่ควรอินจนไปในรายการมีการตัดต่อ มันอาจจะเป็นแค่ 1 ใน 10 ที่เกิดขึ้นจริง เราไม่ควรไปรีบด่าใคร เพราะเราเองก็คงไม่อยากให้ใครมาตัดสินชีวิตจากมุมเล็กๆ อยากให้ดูเป็นความบันเทิง ไม่ใช่จริงจังจนไปมุ่งร้ายทำลายชีวิตใคร คือคนที่เอาตัวเองไปอยู่ในรายการมันเสี่ยงนะ เราควรจะนับถือที่เขายอมไปอยู่ในจุดที่คนวิจารณ์ เราต้องเครดิตเขาหน่อยเนอะ บางทีคนอินไปจนลืมไปว่าเราไม่ใช่เจ้าของชีวิตเขา การที่เราไปรุมดราม่า ชีวิตมันทำร้ายเขาได้ ผมเองก็เคยผ่านมา ก็รู้ว่ามันหนัก แต่เราก็ผ่านมาได้

 

ตอนนี้คุณนัทก็มีคนติดตามในโลกโซเชี่ยลเยอะมาก คิดว่าโลกโซเชี่ยลมีผลต่อการทำงานบ้างไหม

ณัฐ: มีมากครับ เมื่อก่อนการเป็นนักร้องคือการให้ต้นสังกัดโปรโมตให้ แต่เดี๋ยวเราต้องประชาสัมพันธ์ตัวเอง ทุกสิ่งที่เราพรีเซ้นต์ก็มีผลกับงานเรา บางทีลูกค้าดูจากโซเชี่ยล หรือนักข่าวก็เอาข่าวจากโซเชี่ยล ทุกอย่างเป็นส่วนสำคัญในการทำงานยุคนี้ไปแล้วซึ่งเราปฎิเสธไม่ได้ ใครใช้มันฉลาดก็ดีไป แต่ใครไม่ฉลาดก็แย่หน่อย บางทีผู้ใช้ก็อาจสนุกกับมันเกินขอบเขต อย่างผมเองเวลาเล่นก็เลือกตอบ ใครเเซวมาแซวกลับ การเล่นโซเชี่ยลมันก็ทำให้คนรู้จักเราเยอะขึ้นด้วย อย่างสมัยก่อนก็มีคนบอกว่านึกว่าเราหยิ่ง นิ่งๆ แต่พอเล่นโซเชี่ยลคนก็เห็นมุมอื่นที่สบายๆของเรา

 

การทำตัวให้เข้าถึงง่าย มันทำให้เราทำงานลำบากไหม เพราะแฟนคลับหลายคนก็มักจะติดตามเราไปตามที่ต่างๆ

ณัฐ: ของผมโชคดีที่แฟนคลับน่ารัก อย่างเวลาเป็นงานปิดที่ตามไม่ได้ เขาก็เข้าใจกัน เลยไม่มีปัญหา ผมโชคดีครับ

 

ปัจจุบันนี้คุณนัทก็มีหลายบทบาทมาก ทั้งนักกีฬา นักแสดง และงานเพลง คุณนัทแบ่งเวลาทำงานอย่างไร

ณัฐ: ก็เหมือนกับทุกคนครับ คือเราต้องตอบตัวเองก่อนว่าต้องการอะไร อย่าง Priority หรือสิ่งที่สำคัญ ที่คนเห็นผมออกกำลังกายเยอะ ก็เพราะผมให้ความสำคัญกับมัน เป็น Priority หนึ่งที่อายุเท่าไหร่ก็ต้องทำ ต้องเข้าฟิตเนส เราต้องจัดเวลาให้ได้ ถ้าชีวิตเราไม่รู้ว่าอะไรสำคัญ มันจะไม่มีจุดมุ่งหมาย เราจะไม่รู้ว่าควรทำอะไร มันจะยากในการทำให้ชีวิตไปข้างหน้า การออกกำลังมันสำคัญมาก ตราบใดถ้าเรายังทำอาชีพที่ต้องออกกล้อง ถ่ายรูป เราต้องดูแลรูปร่างหน้าตาให้ดี ถือเป็นการเคารพอาชีพเรา และผลพลอยได้คือคนมองเราเป็นตัวอย่างในการออกกำลังกาย เป็นไอดอล มีหลายคนที่มาติดตามผมเพราะเรื่องนี้ มีคนบอกว่า ผมทำให้พวกเขาอยากลุกขึ้นมาวิ่งและออกกำลัง มันเป็นอะไรที่ดีมาก ที่ทำให้เราเป็นตัวอย่างในชีวิต

 

 

ล่าสุดคุุณนัทเองก็อยู่วงการมาครบ 10 ปีแล้ว วงการบันเทิงให้อะไรกับเราบ้าง

ณัฐ :ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดีที่ได้ยินแบบนี้ (หัวเราะ) สิ่งที่ผมได้มันเยอะมากครับ จากที่เราเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีใครสนใจนอกจากเพื่อนและครอบครัว พอมาตรงนี้ก็มีแฟนคลับแฟนเพลงสนใจ ชีวิตการงานอะไรหลายอย่างก็เปลี่ยนไป ข้อดีคือเราสามารถส่งพลังและเรื่องราวดีๆได้มากขึ้น มีคนถามว่าจบ Harvard มาไม่เสียดายเหรอ ผ่านมา 10 ปีคือไม่เสียดายเลย เพราะถ้าทำอาชีพอื่นคงไม่สามารถส่งพลังออกไปได้แบบที่ผมทำในบทสัมภาษณ์นี้แน่นอน คือการอยู่ในจุดนี้มันทำให้ผมทำอะไรได้มาก มันเป็นสิ่งที่สูงสุดแล้วสำหรับอาชีพนี้ อีกอย่างที่เปลี่ยนไปคือสมัยก่อนคิดว่าอาชีพนักร้องก็มีแค่งานเพลง ขึ้นร้องเพลง อัดเพลงก็จบ แต่ที่เราเรียนรู้ก็คือเราสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วไปได้ด้วย ไม่ใช่แค่ขึ้นไปบนเวที

 

คุณนัทมีวิธีรักษามาตรฐานอย่างไร ให้เป็นที่ชื่นชอบตลอดเวลา เพราะคุณเองก็เป็นไอดอลของคนรุ่นใหม่ทั้งด้านการเรียนและการทำงาน

ณัฐ : จริงๆ ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่ดีมากขนาดนั้น(หัวเราะ) แต่เราต้องเคารพอาชีพ และพัฒนาตัวเองตลอด ก็ควรเป็นกราฟที่ขึ้น ถ้าเรากราฟตกตลอดคนก็ไม่อยากติดตาม อย่างหุ้นถ้ามันตกเราก็คงอยากขายทิ้ง ดังนั้นเราควรเติมสิ่งดีๆเรื่อย หาเรื่องราวใหม่ๆ

 

เป้าหมายต่อไปในการเป็นศิลปินของคุณนัทคืออะไร

ณัฐ : คือออกอัลบั้มครับ(หัวเราะ) จะรวมเพลงที่ออกกับแกรมมี่ และทำเพลงใหม่ ให้ครบอัลบั้ม ก็จะทำในปีนี้ การออกอัลบั้มในยุคนี้มันยาก แต่ความฝันของศิลปินคือการออกอัลบั้ม มันจับต้องได้มากกว่าแค่ดิจิตอล ดาวน์โหลด เพราะเราเกิดในยุคนั้น เราอยากทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันที่คนจับต้องได้ และทำให้เราภูมิใจ นี่คือสิ่งที่ตั้งใจทำในปีนี้ และก็วิ่งมาราธอน ช่วงนี้ผมมีคนติดต่องานด้านกีฬาเยอะมาก มันเป็นเทรนด์ที่ดี และผมรู้สึกดีที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนออกกำลังกายครับ เพราะมันดีจริงๆ

 

เรียกได้ว่าการเข้าวงการของคุณนัทนั้นเป็นการตัดสินใจที่เปลี่ยนเขาไปตลอดกาลจริงๆ เพราะมันเปิดโอกาสให้เขาได้รับอะไรมากมายทั้งจากการงานและคนที่รักเขา ซึ่งหลังจากนี้ทาง Sanook! Music จะนำผลงานใหม่ๆและเรื่องราวดีๆของคุณ ณัฐ ศักดาทร มาอัพเดทให้ทุกคนได้ชมกันแน่นอน 

Artist:


เพลงพิเศษนี้ มีให้ฟังเฉพาะผู้ใช้งาน JOOX มิวสิคแอพแบบ VIP เท่านั้น

ดาวน์โหลด JOOX ฟรีมิวสิคแอพ
แล้วรับสิทธิ์ใช้งานแบบ VIP ฟรี

แค่คลิก หรือสแกน QR Code ด้านล่างเพื่อติดตั้ง JOOX
บนสมาร์ทโฟนของคุณ รับสิทธิ์การใช้งาน JOOX
แบบ VIP กันไปเลยฟรีๆ

 

หากคุณใช้งาน JOOX แบบ VIP อยู่แล้ว

แค่ล็อกอินด้วยการคลิก  ที่มุมบนขวามือ
ของ Sanook! Music ด้วยแอคเคาท์ JOOX ของคุณ

Album
00:00 / 00:00
0
เพลงที่อยู่ในคิว (0) เคลียร์ลิสต์ทั้งหมด
No songs added

In Sanook Music, click "▷" or "+" to play or add songs.