10 สุดยอดข่าวช็อกวงการเพลงแห่งปี 2016

| เปิดอ่าน

ในช่วงเวลาตลอดปี 2559 มีข่าวเกิดขึ้นมากมาย เป็นข่าวที่ช็อคสั่นสะเทือนในวงการเพลง ที่ผู้อ่านให้ความสนใจและเป็นกระแสในโซเชียลอย่างถล่มถลาย Sanook!Music จึงขอประมวลข่าวเหตุการณ์ต่างๆ ในรอบปี 10 อันดับ ที่เป็นข่าวฮอตร้อนแรงที่สุดแห่งปี "ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์" ดังต่อไปนี้!

 

1. กระแต อาร์สยาม ลือของลับโผล่ใน MV เพลงสะบัด?

จากกรณีดราม่าในผลงานเพลงของลูกทุ่งสาวเอวดี  "กระแต อาร์สยาม" ที่ส่งเอ็มวีเพลงใหม่ “สะบัด (Flick)” ที่ปล่อยไปได้เพียง 2 วันพุ่งทะยานไปถึง 2 ล้านวิว เพราะกรณีดราม่าในโลกออนไลน์ โดนชาวเน็ตจวกยับพูดถึงมิวสิกวิดีโอเพลง "สะบัด" วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงฉากเต้นสุดอ้าซ่าพาตะลึง!! ในเพลงที่ท่าเต้นชวนสะกดทุกสายตา ในการแต่งกายของสาวกระแตเป็นชุดแบบลาตินโชว์สัดส่วนและสั้นมาก บางช่วงของเพลงนี้ มีท่าเต้นสะบัดเผยให้เห็นช่วงล่างที่แนบเนื้อของนักร้องสาวกระแต ซึ่งได้มีการใส่ซับในรัดรูปสีเนื้ออยู่ด้านใน จึงทำให้เห็นรูปร่างของนักร้องสาวได้อย่างชัดเจน ตามที่เป็นข่าวฮือฮานั้น ก็ยิ่งทำให้ชาวเน็ต แห่พากันเข้าไปคลิกดูใน นาที 2.21 กันเยอะมาก จนร้อนถึงต้นสังกัดอาร์สยามต้องรีบเข้าไปแก้ไขเอ็มวีเบลอฉากเด็ดบางส่วนที่ถูกวิจารณ์! ทางด้าน สาวกระแต อาร์สยาม ก็ออกมาเคลียร์ชัดว่าตนได้ใส่กางเกซับในถึง 3 ชั้นในเอ็มวีทุกชุด ไม่ใช่ไม่ใส่อย่างที่วิจารณ์กันแน่นอน  และไม่ได้ต้องการสร้างกระแสแต่อย่างใด อยากให้ทุกคนโฟกัสที่ความตั้งใจในการทำงานของตนมากกว่า

 

 

2. มิวสิคบั๊กส์ ฟ้องร้อง "แกรมมี่-ลาบานูน" เรียกค่าลิขสิทธิ์ 50 ล้านบาท

กลายเป็นเรื่องใหญ่ของวงการเพลงไทยเมื่อค่ายเพลง มิวสิคบักส์ ได้ยื่นฟ้องบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) รวมทั้งศิลปิน วงลาบานูน ต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เรื่องละเมิดลิขสิทธิ์เพลง ต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เรื่องละเมิดลิขสิทธิ์เพลงทั้ง 7 อัลบั้มของวงลาบานูน ซึ่งเป็นสิทธิ์ของบริษัท โดยเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 50 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี

และทาง แกรมมี่ ได้แจ้งความฟ้องหมิ่นประมาทกลับ มิวสิคบักส์ ที่โดนกล่าวหาละเมิดลิขสิทธิ์เพลง "ลาบานูน" พร้อมยันเซ็นสัญญาถูกต้องเป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหาย เนื่องจาก มิวสิคบักส์ ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก แกรมมี่และวงลาบานูน เป็นเงิน 50 ล้านบาท เพราะตลอดระยะเวลา13 ปี บริษัทจีเอ็มเอ็ม มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และบริษัท เพาเวอร์ เทรเซอร์ จำกัด หรือมิวสิคบั๊กส์ ได้ทำธุรกรรมร่วมกันมา โดยมิวสิคบั๊กส์ อนุญาตสิทธิในการเผยแพร่ และจัดเก็บค่าตอบแทนในการเผยแพร่งาน ด้านต่าง ๆ รวมถึงการแสดงสดด้วย และตกลงว่าบริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จะจ่ายค่าตอบแทนให้กับมิวสิคบักส์ ในลักษณะเหมาจ่ายซึ่งได้มีการชำระค่าตอบแทนให้หมดแล้ว

โดยมี นายธเนศ วรากุลนุเคราะห์ เป็นผู้ตรวจสอบข้อตกลงของสัญญาและลงนามในสัญญาทุกฉบับ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้ง 2 บริษัท เป็นคู่ค้าที่ดีต่อกันเสมอมา ไม่มีเรื่องขัดแย้งหรือปัญหาใด ๆ ที่เกี่ยวกับสิทธิบริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในการอนุญาตเผยแพร่และเก็บค่าตอบแทนดังกล่าว  จนกระทั่งปี 2558 ที่ผ่านมา มิวสิคบั๊กส์ เปลี่ยนผู้บริหาร จาก นายธเนศ มาเป็น นายชนินทร์ จึงมีการโต้แย้งเรื่องสิทธิในการใช้งานสำหรับการแสดงสดขึ้น ซึ่งได้มีการพูดคุยและชี้แจงหลายครั้ง ทั้งนี้ทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ยืนยันเจตนารมณ์ในการทำสัญญาระหว่างกันไว้อย่างชัดเจน โดยจะยึดสิทธิตามข้อตกลงของนิติกรรมสัญญาที่มีต่อกันมานานกว่า 10 ปี อย่างเคร่งครัด หากมิวสิคบั๊กส์ ต้องการเปลี่ยนแปลงก็ต้องรอให้สัญญาสิ้นสุดลงก่อน

 

Image result for โจ้ พอส คืนชีพ

3. วง Pause  กลับมาอีกครั้งด้วยเสียงของต้นฉบับจริงปลุก "โจ้ วงพอส" คืนชีพ!

“วงพอส” ปลุก “โจ้” คืนชีพ แกะกล่องความทรงจำเมื่อค่าย “มี เรคคอร์ด” ได้ปล่อยซิงเกิ้ลเพลงใหม่ออกมาใน เพลง “รักอยู่รอบกาย” พร้อมสมาชิกดั้งเดิม ทั้ง เอ พลกฤษณ์ วิริยานุภาพ (กีตาร์), นอ นรเทพ มาเเสง (เบส) และ บอส นิรุจ เดชบุญ ในตำแหน่งกลอง และสิ่งที่สร้างความแปลกใจเป็นอย่างมากก็เห็นจะเป็นการที่เพลง ๆ นี้ ถูกระบุชื่อของผู้ร้องไว้ว่า “โจ้ อัมรินทร์ เหลืองบริบูรณ์” อดีตนักร้องนำของวงที่ได้จากโลกนี้ไปนานแล้วนั่นเอง ซึ่งเป็นเสียงร้องจริงๆของ โจ้ ตำนานนักร้องเสียงหวาน

ในวันครบรอบ 14 ปีการจากไปของโจ้ และเพื่อเป็นการบอกแฟนเพลงว่า...จริงๆแล้วโจ้ ไม่ได้จากไปไหน เค้ายังคงอยู่รอบกาย พวกเราเสมอ สิ่งที่โจ้ได้หลงเหลือไว้คือ ดนตรีและเสียงเพลง ซึ่งวงพอสกลับมาแบบครบวง โดยเป็นเพลงที่โจ้ร้องทิ้งไว้ก่อนจะเสียชีวิต และเป็นไปตามต้นฉบับเดิม ที่เราทั้ง 4 คนจะได้กลับมาครบกันอีกครั้ง ไม่น่าเชื่อว่ามันจะเป็นไปได้ แต่มันก็เป็นไปแล้ว ซึ่งมันมีค่ามากสำหรับแฟนเพลงที่ยังคงคิดถึง เสียงร้องของโจ้ จนเกิดกระแสแชร์กันอย่างถล่มถลายในโลกโซเชียล ซึ่งแฟนคลับ “วงพอส” ต่างน้ำตาซึมและขนลุก หลังได้ฟังซิงเกิลใหม่จากเสียงร้องของ “โจ้ อัมรินทร์” ของจริง และสุดไพเราะ

 

 4. "แจ๊ส ชวนชื่น" โดนวิจารณ์หนักปล่อยเพลงไม่เหมาะสม “ยับแม่” จนต้องลบหลังถูกสังคมจวก!

ถึงกับงานเข้าอีกรอบ เมื่อตลกชื่อดัง “แจ๊ส ชวนชื่น” ถูกสังคมตั้งคำถามอย่างหนักถึงเนื้อหาของผลงานเพลงใหม่แนวแดนซ์มันๆที่ชื่อ “ยับแม่” ว่าเพลงดังกล่าวเป็นคำที่พัฒนามาจากคำหยาบ รวมถึงเนื้อหาในมิวสิกวิดีโอที่ได้แสดงท่าทางล่อแหลม ไปเปิดกระโปรงต่อหน้าเด็กนักเรียน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม อาจส่งผลให้เด็กจำและนำไปเลียนแบบได้ จนเป็นกระแสต้านหนักขึ้น ตลกชื่อดังจึงตัดสินใจลบเพลงเจ้าปัญหาดังกล่าวออก และได้ ออกมายืดอกรับผิด! ขอโทษปมเพลงยับแม่ ขอโทษทุกคนที่ทำให้ไม่พอใจ ขอโทษโรงเรียน เด็กๆ และผู้ปกครอง พร้อมกล่าวขอบคุณที่ติดตามผลงานของเขา

 

5. แฟนเพลง Two Door Cinema Club ถล่มยับ “วงมหาหิงค์” ข้อหาก็อปปี้เพลง

ถึงกับงานเข้าเมื่อชาวเน็ตทวงถามถึงเพลงดังของวงมหาหิงค์ เพลง สิ่งรอบข้าง ที่บังเอิญไปคล้ายกับเพลงกับของวง Two Door Cinema Club ในเพลง What you know โดยในแฟนเพจ วงมหาหิงค์ ได้มีคนเข้าไปถามถึงเพลงนี้กันอย่างมากมาย ซึ่งเจ้าของเพลงก็ได้เข้าไปตอบด้วยถ้อยคำหยาบคาย จึงทำให้ชาวเน็ตเข้าไปถล่มยับ ข้อหา Copy เพลงดังมา อีกทั้งยังมีการโพสต์ข้อความ และแท็กถึงวง Two Door Cinema Club เจ้าของเพลงต้นฉบับอีกด้วย ทำเอาหลายคนรับไม่ได้แบบสุดๆ คือการลงเครดิต การเรียบเรียงดนตรี ที่มหาหิงค์ให้เครดิตว่าเป็นผู้ที่ทำเอง จนในที่สุดก็ทนกระแสสังคมประนามไม่ไหว ทางวงมหาหิงค์จึงออกมายอมรับว่า “ก็อปปี้ทำนองเพลง What You Know ของวง Two Door Cinema Club มาจริง

และในที่สุดเรื่องก็ถึงค่ายเพลงจนได้ เมื่อ Warner Music Thailand แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ พร้อมกับวงดนตรี “มหาหิงค์” และแฟนเพลงต่างก็เชียร์ให้ค่ายเพลงอย่าง Warner Music เอาผิดวงมหาหิงค์โดยการปรับด้วยจำนวนเงินสูงๆ ซึ่งทางค่ายเพลง Warner Music Thailand ตัวแทนต้นสังกัดของวง Two Door Cinema Club ในไทย จึงจัดงานแถลงข่าวพร้อมกับวงมหาหิงค์ ถึงเรื่องของกฎหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์เพลง กรณีที่ศิลปินลอกเลียนแบบส่วนใดส่วนหนึ่งของเพลงของศิลปินอีกคนหนึ่ง ซึ่งจะพยายามให้เป็นกรณีตัวอย่างถึงการ “เอาจริง” ของค่ายเพลงตามกฎหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์อย่างที่ควรจะเป็น

และ เอ มหาหิงค์ นักร้องนำ ผู้แต่งเพลง “สิ่งรอบข้าง” ที่ออกมายอมรับและกล่าวขอโทษต่อหน้าสื่อมวลชนอีกครั้ง เหตุการณ์ครั้งนี้ทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่คิดว่าเรื่องราวจะใหญ่โตขนาดนี้ ขอโทษวง Two Door Cinema Club ที่นำเพลงมาดัดแปลงโดยไม่ได้ขออนุญาต ขอโทษแฟนเพลงของ Two Door Cinema Club ที่ทำให้ไม่พอใจ และปะทะคารมกับคนในโซเชียลไปด้วยถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม รวมถึงขอโทษแฟนเพลงของวงตนเองที่ทำให้ผิดหวัง และสุดท้ายขอโทษ Warner Music Thailand ที่ทำให้เดือดร้อน และวงของมหาหิงค์ยืนยันว่าได้ทำการลบเพลง “สิ่งรอบข้าง” ออกจาก Youtube แล้วและต่อจากนี้จะไม่เล่นเพลงนี้อีก โดยการลงโทษของ Warner Music Thailand ทีมีต่อวงมหาหิงค์ เป็นการว่ากล่าวตักเตือนให้ร่วมแถลงข่าวขอโทษต่อหน้าสื่อมวลชน และจะทำการปรับเงินจริง แต่ไม่สามารถระบุเป็นตัวเลขให้ทราบได้แต่เป็นไปตามอัตรากฎหมายไทยอย่างแน่นอน โดยทาง Warner Music Thailand แจ้งต่อสมาชิกวงมหาหิงค์เป็นที่เรียบร้อยว่าต้องได้รับโทษจริง เพื่อเป็นบรรทัดฐานในเรื่องลิขสิทธิ์เพลงในสังคมไทยต่อไป

 

 6. ปิดตำนาน 2 ลูกทุ่งดัง เจ้าพ่อเพลงหวาน "สันติ ดวงสว่าง" และเจ้าของตำนาน ตีป่าล้อมเมือง "แดง จิตกร"

"แดง จิตกร" หนุ่มอีสานจังหวัดขอนแก่น แดง จิตกร เป็นนักร้องลูกทุ่ง สังกัดค่ายท็อปไลน์ ไดมอนด์ ผลงานเพลงที่มีชื่อเสียง อาทิ น้ำตาผ่าเหล้า หัวใจคิดฮอด มนต์รัก ตจว. ประวัติของเขานั้น เขาได้มีโอกาสทำเพลง และให้บริษัทท็อปไลน์ ฯ เป็นผู้จัดจำหน่าย ผลงานที่ที่สร้างชื่อให้เขาก็คือ เพลง “น้ำตาผ่าเหล้า” และล่าสุด ก็คือ เพลง “หัวใจคิดฮอด” เป็นผลงานการแต่งของ “สลา คุณวุฒิ” ก้าวขึ้นสู่เวทีนักร้องลูกทุ่งอีสานชื่อดัง! และเป็นเจ้าของตำนาน "ตีป่าล้อมเมือง" จนกลายเป็นคนมีชื่อเสียงโด่งดัง ผ่านไปหลายปีชีวิตพลิกผันจากที่เคยรุ่งโรจน์สุดขีด จู่ๆแดงก็มีอาการคอขวาบวมเบ่ง ต้องหยุดร้องเพลงแล้วพักรักษาตัวอยู่บ้านที่ จ.บุรีรัมย์ กระทั่งพบข่าวร้ายว่าตัวเองป่วยเป็นโรคมะเร็งลำคอ ระยะสุดท้าย จนข่าวคราวเงียบหายไป จากที่เคยรุ่งโรจน์สุดขีด ต้องทิ้งไมค์ร้องเพลงแล้วเอาเงินที่มีอยู่ไปรักษาจนหมดตัว จนกระทั่งเมื่อเวลา 20.40 น.วันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา ก็เสียชีวิตลงด้วยวัย 46 ปี

จากนั้นผ่านไป 7 เดือนวงการเพลงลูกทุ่งก็ได้สูญเสียศิลปิหนึ่งท่าน "สันติ ดวงสว่าง"  เจ้าของฉายาเจ้าพ่อเพลงหวาน นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 48 ปี ราชาเพลงหวาน เจ้าเพลงยอดฮิต จูบไม่หวาน , ถอนคำสาบาน เข้ารักษาตัวด้วยอาการป่วยด้วยโรคประจำตัวรุมเร้าอีกหลายโรค ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ก่อนล้มป่วยหนักด้วยโรคเบาหวานกำเริบ กระทั่งเสียชีวิต เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2559 สันติ ดวงสว่าง เสียชีวิตลงแล้วอย่างสงบ เมื่อเวลา 09.53 น. ของวันนี้ ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติพี่น้องและแฟนเพลง เหลือฝากไว้แค่เพียง บทเพลงหวานซึ้งที่เคยสร้างความสุขให้แฟนเพลง สำหรับเพลงฮิตตลอดกาลที่แฟนเพลงต่างคุ้นหูกันดี อาทิ เพลง จูบไม่หวาน สันติ ดวงสว่าง ถือว่าเป็นนักร้องลูกทุ่งอีกหนึ่งคนที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในวงการเพลงลูกทุ่ง

 

7.  “คริสตินา กริมมี” นักร้องสาว (จากเวที The Voice) ถูกฆาตกรแฟนคลับที่คลั่งไคล้สังหาร ยิงเสียชีวิตขณะแจกลายเซ็นแฟนเพลง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลายเป็นเรื่องเศร้าไปทั่วสหรัฐฯ เมื่อในวันที่ 10 มิ.ย. เควิน เจมส์ ลอยเบิล ได้เดินทางมาออแลนโด พร้อมกับปืนพกสองกระบอก และมีดหนึ่งเล่ม เพื่อจุดประสงค์ในการคร่าชีวิตนักร้องสาวนักร้องสาวเสียงทรงพลังชาวอเมริกัน จากเวทีเดอะวอยซ์ซีซั่น 6 ยิงเสียชีวิต ระหว่างกำลังแจกลายเซ็นให้แฟนเพลง หลังจบคอนเสิร์ตที่รัฐฟลอริดา ก่อนที่มือปืนจะฆ่าตัวตายด้วยอาวุธหลังก่อเหตุสำเร็จ  โดย“เควิน ลอยเบิล” เป็นแฟนคลับที่หมกมุ่นกับการเฝ้าติดตามชีวิตของ “คริสตินา กริมมี” มาประมาณเกือบ 1 ปี และเชื่อว่าเธอคือ “คู่แท้” ของเขา เขาใช้เวลาแทบจะตลอดเวลาในการดูคลิปของ คริสตินา กริมมี และติดตามความเคลื่อนไหวของเธอตามโซเชียลมีเดียต่าง ๆ   แต่สุดท้ายแฟนคลับรายนี้กลับลงมือสังหารศิลปินสาวผู้มีอนาคตไกล ด้านแฟนเพลงของ คริสตินา กริมมี ต่างพากันช็อกและตกตะลึงที่ได้รับทราบข่าวร้าย และข่าวสะเทือนใจครั้งนี้มีการเผยแพร่ผ่านทางโลกโซเชียลภายในเวลาอันรวดเร็ว

 

8. มิวสิควีดีโอ "เที่ยวไทยมีเฮ" ถูกร้องเรียนทำ "ทศกัณฐ์" เสียเกียรติ!

กลายเป็นประเด็นสุดร้อนแรงในโลกออนไลน์เมื่อ MV เที่ยวไทยมีเฮ โดนร้องเรียน เพราะพา ทศกัณฐ์ ตัวละครในวรรณคดี มาทำกิจกรรมเที่ยวไทย ดูแล้วไม่เหมาะสม ขู่ฟ้องทีมงาน โทษฐานทำลายวัฒนธรรม โดยนางสาวลัดดา ตั้งสุภาชัย อดีตศิลปินกองการสังคีต กรมศิลปากร ได้เข้าร้องเรียน สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (วิทยาลัยนาฏศิลป์) ถึงความเหมาะสมในการเผยแพร่มิวสิควิดีโอเพลง "เที่ยวไทยมีเฮ" ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยมี "เก่ง ธชย" และ "ฟิล์ม บงกช" ร่วมร้องและร่วมแสดงด้วยการใส่ชุดโขน นำตัวละครจากเรื่องรามเกียรติ์ คือทศกัณฐ์ และเหล่าเสนายักษ์ ท่องเที่ยวและทำกิจกรรมต่าง ๆ ในเมืองไทย ซึ่งถูกเผยแพร่ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา ได้ให้เหตุผลว่าไม่ได้ติดใจในการให้ทศกัณฐ์และนางในวรรณคดีท่องเที่ยวตามที่ต่าง ๆ แต่รู้สึกติดใจที่ ทศกัณฐ์ ราชาแห่งยักษ์ทั้งปวง และเป็นตัวละครในวรรณคดีที่สง่างาม น่าเกรงขาม

มาทำกิจกรรมที่ดูไม่เหมาะสม อาทิ การหยอดขนมครก, ขับโกคาร์ท, ถ่ายเซลฟี่ เป็นต้น และทางด้านผู้ผลิตเอ็มวีก็ยอมรับความผิดพลาด ที่ทำเอ็มวีตัวนี้เพื่อต้องการกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย โดยใช้ยักษ์รามเกียรติ์ คือทศกัณฐ์มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ และขาดความรู้ด้านมิติวัฒนธรรมและยินดีปรับปรุง ซึ่งหากแก้แล้วยังเกิดความเสียหายกับวัฒนธรรมของชาติ ก็ยินดีไม่ให้เผยแพร่ MV ดังกล่าว แต่หากเห็นว่าไม่สมควร จะแบนไม่ให้ออกอากาศ ก็คงต้องเป็นไปตามนั้น เข้าใจดีว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ขณะเดียวกันในโลกออนไลน์ ก็ได้มีการแชร์ข่าวดังกล่าวไปอย่างแพร่หลาย และมีชาวเน็ตที่แสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย จนกระทั่งด้าน "อ๊อด บัณฑิต ทองดี" ผู้กำกับมิวสิควิดีโอ"เที่ยวไทยมีเฮ" ก็ยอมแก้ไขโดยดำเนินการตัดต่อเอ็มวีใหม่ โดยตัดเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมออกประมาณ 40% ยันไม่มียักษ์เล่นเจ็ทสกี ยักษ์ขี่สามล้อ ตุ๊กๆ จากนั้นจะส่งผลงานให้ศูนย์เฝ้าระวังวัฒนธรรมตรวจสอบ และหลังโพสต์มิวสิควิดีโอตัวใหม่ลงเฟซบุ๊กส่วนตัวของ นายบัณฑิตออกไปแล้ว ปรากฎว่าได้มีประชาชนให้ความสนใจกดถูกใจ และกดแชร์ และแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจกันเป็นจำนวนมาก

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

9. งานเข้า! อุ๋ย บูดาเบลส โดนโวยเมื่อ "เพื่อนหายเพราะขายตรง" เป็นเหตุ

กลายเป็นประเด็นดราม่าร้อนระอุในโลกโซเชียลขึ้นมา สำหรับเพลง "เพื่อนหายเพราะขายตรง" ของนักร้องชื่อดัง "อุ๋ย บุดดาเบลส ฟีเจอริ่งกับ โปรโตชัว พงศธร เดชานุภาพ ที่มีเนื้อหาเพลงเกี่ยวกับอาชีพธุรกิจขายตรง การแชร์ลูกโซ่ จนกระทั่งกลายเป็นประเด็นถกเถียงในโลกโซเชียล เมื่อ “นางสาวกฤษณอนงค์ สุวรรณวงศ์" หัวหน้าพรรคพลังเครือข่ายประชาชน และนักธุรกิจเครือข่ายขายตรง ได้เฟซบุ๊กไลฟ์ผ่านทางเฟซบุ๊ก Kritanong Suwannawong ไม่พอใจกับเนื้อเพลงดังกล่าว เพราะส่งผลกระทบในด้านลบต่อธุรกิจขายตรง จนถึงขั้นล่ารายชื่อผู้ที่สนับสนุนให้เปลี่ยนชื่อเพลง

จนในที่สุด แฟนเพจเฟซบุ๊กของ อุ๋ย บุดดาเบลส Oui Buddhabless ก็ได้ออกมาโพสต์ภาพชี้แจงว่า ได้เปลี่ยนชื่อเพลง "เพื่อนหายเพราะขายตรง" แล้วทั้งในเว็บไซต์ยูทูบและใน iTune เป็นชื่อเพลงว่า "เพื่อนหายเพราะขายอ้อม" พร้อมกับชี้แจงข้อความความสั้นๆ ว่า ถ้าจะเปลี่ยนคงเป็นชื่อนี้ครับ ต่อมาด้าน นางสาวกฤษณอนงค์ สุวรรณวงศ์ ก็ได้ออกมาโพสต์ขอบคุณ อุ๋ย บุดดาเบลส ที่เปลี่ยนชื่อเพลงให้ ระบุข้อความว่า "ขอบพระคุณ คุณอุ๋ย ค่ะ ขอบพระคุณล้านครั้ง ปล.ขอซื้อบัตรคอรนเสิร์ตด้วย จะไปๆ เพิ่มเติม : กฎหมายที่ดูแลธุรกิจนี้ อยู่ชื่อว่า พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 (พรบ.ขายตรงฯ) นะคะ อย่างไรเสียกฎหมายยังใช้คำว่าขายตรงอยู่ค่ะ" ขณะที่ผู้คนในสังคมออนไลน์บางส่วนมองว่า ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อเพลง เนื่องจากสื่อสารได้ชัดเจนแล้ว

 

ช็อกวงการวิทยุ! ปิดตำนาน “SEED FM” ของ ตุ้ย ธีรภัทร์

10. ช็อกวงการวิทยุ! ปิดตำนาน Seed 97.5 FM หลังยืนหยัดอยู่คู่วัยรุ่นไทยมานานกว่า 12 ปี

คลื่นวิทยุยอดฮิตที่อยู่คู่วัยรุ่นไทยมากว่า 10 ปี ได้ปิดตัวลงแล้วโดยมีจดหมายอย่างเป็นทางการแจ้งการเลิกกิจการ บริษัท ซี้ดเอ็มคอท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 49 ตามประกาศจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยภายในจดหมายได้ระบุเหตุผลที่ปิดตัวกิจการคลื่นวิทยุไว้ว่า เนื่องจากพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทำให้ธุรกิจในการบริหารจัดการวิทยุ FM 97.5 MHz การผลิตรายการโทรทัศน์ และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้ประสบปัญหาสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจการจากลดลงของรายได้อย่างต่อเนื่อง ทาง บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จึงพิจารณาว่าบริษัท ซี้ดเอ็มคอท จำกัด ไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะดำเนินกิจการต่อไปได้ ทาง อสมท จึงจะนำคลื่นวิทยุ FM 97.5 MHz มาบริหารจัดการและปรับรูปแบบใหม่ ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของผู้ฟังในยุคสมัยนี้

ซึ่ง คลื่นซี้ด ถือเป็นคลื่นวิทยุที่เด็กวัยรุ่นปลายๆ ในปัจจุบันนี้จะต้องรู้จักกันดี โดยมีคุณตุ้ย ธีรภัทร์ สัจจกุล เป็นกรรมการผู้จัดการ ในอดีตคลื่นซี้ดจะถูกจดจำได้แม่นผ่านดีเจผู้จัดรายการ ที่เป็นเหมือนกับนักร้องวงบอยแบรนด์ย่อมๆ เลยทีเดียว หากจะนึกถึงใครสักคน ก็คงจะเป็นดีเจเดย์ ที่มาพร้อมกับเอกลักษณ์ทรงผมฟูๆ สุดเท่ ที่วัยรุ่นยกให้เป็นไอดอล ถึงคลื่นซี้ดจะต้องกลายเป็นเพียงตำนานไป แต่ก็จะเป็นตำนานที่ยิ่งใหญ่ของวงการคลื่นวิทยุไทยที่สามารถยืนหยัดมาได้จนถึงวันนี้ และต้องติดตามดูว่า คลื่นสัญญาณ 97.5 MHz ที่ทาง อสมท จะนำไปปรับรูปแบบนั้นจะออกมาเป็นอย่างไร

Artist:


เพลงพิเศษนี้ มีให้ฟังเฉพาะผู้ใช้งาน JOOX มิวสิคแอพแบบ VIP เท่านั้น

ดาวน์โหลด JOOX ฟรีมิวสิคแอพ
แล้วรับสิทธิ์ใช้งานแบบ VIP ฟรี

แค่คลิก หรือสแกน QR Code ด้านล่างเพื่อติดตั้ง JOOX
บนสมาร์ทโฟนของคุณ รับสิทธิ์การใช้งาน JOOX
แบบ VIP กันไปเลยฟรีๆ

 

หากคุณใช้งาน JOOX แบบ VIP อยู่แล้ว

แค่ล็อกอินด้วยการคลิก  ที่มุมบนขวามือ
ของ Sanook! Music ด้วยแอคเคาท์ JOOX ของคุณ

Album
00:00 / 00:00
0
เพลงที่อยู่ในคิว (0) เคลียร์ลิสต์ทั้งหมด
No songs added

In Sanook Music, click "▷" or "+" to play or add songs.