เปิดใจ "เจนนิเฟอร์ คิ้ม" หลังจากออกจากรายการเดอะวอยซ์

| เปิดอ่าน

สำหรับแฟนรายการเดอะวอยซ์ไทยแลนด์แล้ว เจนนิเฟอร์ คิ้ม เรียกได้ว่าเป็นโค้ชที่สร้างสีสันอย่างมากให้กับรายการ เพราะเธอมาพร้อมความสามารถและยังสร้างสีสันให้รายการมากมาย จนทำให้หลายคนเสียดายเมื่อเธอได้ออกจากการเป็นโค้ชของรายการในซีซั่นที่ 5 ซึ่งวันนี้ในโอกาสที่เธอได้มาโปรโมทซิทคอมเรื่องใหม่อย่าง ครอบครัวตัวสลับ เธอก็ได้เล่าถึงประเด็นการเปลี่ยนกรรมการและมุมมองที่มีต่อวงการเพลงให้ทีมงาน Sanook! Music ฟังด้วย

ตอนนี้คุณเจนนิเฟอร์ คิ้มมีผลงานอะไรบ้าง 

ผลงานตอนนี้ก็ถ่ายละคร ครอบครัวตัวสลับ ปีหน้ามีอีกเรื่องนึง ตอนนี้เล่นกับ เบน ชลาทิศ ปีหน้าจะเล่นกับ ก้อง สหรัถ เป็นเลิฟซีนล้วนๆ (หัวเราะ) ส่วนเรื่องผลงานเพลง คือทุกคนถามพี่ตลอด เอาจริงๆไม่มี Pattern แน่นอน ออกแนวจับพลัดจับผลูมากกว่าเวลาทำงานต่างๆ 

การทำเพลงสมัยก่อน ต่างจากสมัยนี้อย่างไรบ้าง ในความคิดของคุณ

เพลงเดี๋ยวนี้เน้นการทำง่ายๆ เน้นร้องง่ายๆมีท่อนฮุคติดหู ข้อดีคือเพลงดังเร็ว แต่ผลงานเหล่านี้จะไม่อมตะ คือแบบมียอดเกินร้อยล้านวิวเร็วมาก และหลังจากนั้นก็ไม่มีใครเปิดอีกเลย เพลงสมัยก่อนอาจจะใช้เวลานานกว่าจะดัง แต่มันทำให้คนค่อยๆรักเพลงเมื่อได้ฟังเรื่อยๆ เพราะสมัยก่อนเวลาฟังเพลงจะต้องดูจากวิทยุและโทรทัศน์ แต่เดี๋ยวนี้เราสามารถเลือกเพลงโดยสัมผัสจากปลายนิ้ว บางคนฟังนิดเดียวแล้วกดข้ามเลยก็มี 

งานเพลงสมัยก่อนจะต้องปราณีต ซาบซึ้ง ยิ่งฟังยิ่งเข้าไปอยู่ในใจ พอเป็นเอ็มวีก็ต้องคิดเยอะ ว่าจะทำให้เรื่องราวออกมาแบบไหน การทำอัลบั้มก็จะต้องมีทีมทำโปสเตอร์และปกเทปให้สามารถสื่อเรื่องราวและตัวตนของศิลปินออกมา แบบปกของ เต๋อ เรวัต ก็เป็นรูปหนวด ใครที่เห็นก็จะรู้เลยว่าเป็นของพี่เต๋อ 

อีกอย่าง ศิลปินเดี๋ยวสามารถดังข้ามคืนได้ เพราะยอดวิวต่างๆ แต่จะดังเป็น 10 ปีได้นั้นขึ้นอยู่กับว่าศิลปินคนนั้นสามารถโตขึ้นหรือต่อยอดได้หรือเปล่า เพราะศิลปินบางคนก็อยู่กับที่ไม่ไปไหน หรืออาจมีแนวทางไม่ชัดเจน คือดังเร็วเพราะความสุดโต่งอย่างเดียว แต่พัฒนาต่อไม่ได้ ตัวอย่างศิลปินที่สามารถดังได้นานก็อย่างวง Getsunova ที่มีแนวเพลงชัดเจน แต่เนื้อหาเพลงไม่ไกลตัวคนฟัง เพลงของวงนี้สามารถฟังได้ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน ทั้งเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถฟังเพลงพวกเขาได้ ถือว่าเป็นวงที่แมสจริงๆ 

การเป็นศิลปินอิสระแบบคุณ มีข้อดีข้อเสียอย่างไร เทียบกับการเป็นศิลปินมีต้นสังกัด

ข้อดีคืออยากทำอะไรทำไป แต่ข้อเสียคือเสียตังค์ก็เสียไปเลย 

คุณรู้สึกอย่างไรกับการเปลี่ยนตัวโค้ชเดอะวอยซ์ในซีซั่นนี้ 

พี่ชอบนะ คือพี่เป็นคนขี้เบื่อ เป็นสาเหตุว่าทำไมพี่ไม่มีสามี อะไรที่มันผ่านไปสามปีสี่ปี มันคาดเดาได้เหมือนจับตัวคนแล้วไม่ตื่นเต้น พี่ชอบดานะ เหมือนถ้าเขาเป็นอาหาร จะเป็นอาหารที่ตุ๋นนานแล้วแซ่บ รสชาติชัดเจน ไม่ควรมาเปรียบเทียบกัน ดามีลายเซ็นแบบของเขา แบบพี่เป็นสีทอง เขาเป็นสีแดง แต่ทั้งสองสีก็มีความน่าสนใจ และพี่ก็เอาใจช่วยเขาด้วย เพราะตอนนี้รอบ Blind มันยังไม่มีอะไร แต่รอบ Battle จนถึง Knock out คนที่มาเป็นโค้ชจะเจอกระแสอารมณ์เยอะมาก จากคนที่พอใจและไม่พอใจผลที่ออกมา คือถ้าดาผ่านตรงนี้ได้ นางจะขึ้นแท่นเป็นอีกคนไปเลย ที่ท้าแดดท้าลม

บทบาทการเป็นผู้ประกวดร้องเพลง และการเป็นโค้ช  มีความต่างตรงไหนในความคิดของคุณ  

รู้สึกว่าเหนื่อยขึ้น ตอนเราประกวดคือรับผิดชอบตัวเอง แต่พอเป็นโค้ชก็ต้องคิดเยอะมากในการปั้นคน ตอนที่พี่ทำงานก็ได้ทีม Music director ช่วยเยอะมาก อย่างอาจารย์ต๋อง อาจารย์วุธ และ อาจารย์ชัช พวกเขาเหมือนพระอาจารย์ที่สอนทุกคน ในตอนแรกพี่เองมีความลำเอียงเยอะในการทำงาน แต่คนสามคนนี้จะดึงพี่มาอยู่ตรงกลาง ให้ตัดสินจากเสียงอย่างเดียว

การมีโซเชี่ยลมีเดีย มีผลกระทบต่อการทำงานของคุณอย่างไรบ้าง

ไม่มีผลต่อการทำงานนะ แต่มีผลต่อจิตใจอย่างสูงส่ง คือกระทบทุกอย่างจนเมนส์มาไม่ตรงเวลา และอาจจะหมดเร็วเพราะเครียด ปีนี้พี่มีความสุขมาก การไม่มีสามีก็เป็นความสุขอย่างนึง แต่การไม่ได้อยู่ในเดอะวอยซ์ถือเป็นนิพานชั่วคราวของพี่เลย (หัวเราะ)

คุณมีเคล็ดลับอะไร ในการจัดคอนเสิร์ตใหญ่แล้วประสบความสำเร็จ 

มีผู้จัดที่มองทะลุปุโปร่ง ทั้งในตัวศิลปินและรสนิยมคนดู แบบพี่ ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา และ ATIME Showbiz คือต้องฝีมือระดับพระกาฬ นักร้องนี่ก็ต้องเก่ง ต้องทำให้คนดูไม่รู้สึกถูกทิ้งหรือเบื่อ เวลาแสดงคอนเสิร์ตห้ามมีเพลงที่ใหม่ไปจนคนฟังตามไม่ทัน หรือเพลงที่ซํ้าซากเกินไป คนดูก็อาจจะรู้สึกเบื่อ การจัดคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ต้องใช้ความสามารถทั้งของผู้จัดและตัวศิลปิน

ตอนนี้มีเด็กรุ่นใหม่อยากเป็นศิลปินเยอะมาก มีอะไรที่คุณอยากฝากถึงคนที่อยากก้าวมาเป็นศิลปินบ้างไหม

อย่าไปยึดติดกับอะไร เอาตัวให้รอดไปวันๆ อย่ายึดติดกับสิ่งที่เป็น ให้เป็นวันต่อวัน อย่าไปคิดถึงสิ่งที่ไม่ได้เกิด ถ้าเราปล่อยวางจะรู้สึกเลยว่า สิ่งที่เรามันเล็กน้อยมาก เดี๋ยวมันจะผ่านไป การเป็นนักร้องไม่ได้ขึ้นกับความสำเร็จแต่มันขึ้นกับความรักในการเป็น แบบถ้าเราร้องในร้านเล็กๆ ถ้ามันเป็นสิ่งทีรักก็ถือว่าดี สำหรับพี่การที่เราจะได้ผลตอบแทนจากสิ่งที่เรารักนั้น มันขึ้นอยู่กับวาสนาของเราด้วย

เรียกได้ว่า 20 ปีในวงการเพลงของคุณเจนนิเฟอร์ คิ้มได้ให้บทเรียนและประสบการณ์มากมายกับเธอจริงๆ ซึ่งเธอเองก็ได้เอาเรื่องราวเหล่านี้ มาสอนและถ่ายทอดให้ศิลปินรุ่นหลังหลายๆคน และสำหรับใครที่คิดถึงเสียงหัวเราะและมุกตลกของเธอ ก็สามารถติดตามผลงานการแสดงซิทคอมเรื่องครอบครัวตัวสลับของคุณเจนนิเฟอร์คิ้มได้ครับ 

Story : LEGENDARYPEPPER

Artist:


เพลงพิเศษนี้ มีให้ฟังเฉพาะผู้ใช้งาน JOOX มิวสิคแอพแบบ VIP เท่านั้น

ดาวน์โหลด JOOX ฟรีมิวสิคแอพ
แล้วรับสิทธิ์ใช้งานแบบ VIP ฟรี

แค่คลิก หรือสแกน QR Code ด้านล่างเพื่อติดตั้ง JOOX
บนสมาร์ทโฟนของคุณ รับสิทธิ์การใช้งาน JOOX
แบบ VIP กันไปเลยฟรีๆ

 

หากคุณใช้งาน JOOX แบบ VIP อยู่แล้ว

แค่ล็อกอินด้วยการคลิก  ที่มุมบนขวามือ
ของ Sanook! Music ด้วยแอคเคาท์ JOOX ของคุณ

Album
00:00 / 00:00
0
เพลงที่อยู่ในคิว (0) เคลียร์ลิสต์ทั้งหมด
No songs added

In Sanook Music, click "▷" or "+" to play or add songs.